ตอนที่ 961
ตอนที่ 961 สาวใช้ตัวแสบ865
October 28, 2026
ตอนที่ 961 สาวใช้ตัวแสบ865
เธอนั้นเริ่มเหม่อลอย และคิดที่จะเดินจากไป แต่ไม่ทันระวังจึงได้เดินจนกับชั้นวางดอกไม้!
เสียงกระแทกเล็กๆเสียงนั้นกลับดังขึ้นเพราะค่ำคืนที่เงียบสงบ!
“ชีหรั่น?”ก่อนอื่นโม่เสี่ยวจุนก็ต้องขอเช็กให้แน่ใจก่อนว่าเงาหลังของคนที่กำลังจะเดินจากไปนั้นคือเงาของเซี่ยชีหรั่น!
“เย่เชินหลิน เซี่ยชีหรั่นนั้นได้ยินเรื่องราวที่พวกเราคุยกันเกี่ยวกับจงหวีฉวน คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าช่วงนี้ดูจงหวีฉวนกับเซี่ยชีหรั่นนั้นสนิทสนมกันเป็นพิเศษ? ดังนั้นคุณก็ลองตัดสินใจเถอะ ตั้งแต่เล็กเซี่ยชีหรั่นนั้นก็โหยหาความรักจากพ่อ การที่จงหวีฉวน นั้นปรากฏตัวก็อาจที่จะชดเชยความรู้สึกของเธอในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้” ขณะที่เย่เชินหลินกำลังนั่งรถกลับมา เขาก็นั่งฟังโม่เสี่ยวจุนพูดอย่างเงียบๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้ต้องหยุดชะงัก เพราะการที่จะต่อกรกับจงหวีฉวนก็ต้องนึกถึงความรู้สึกของเซี่ยชีหรั่นด้วย
เย่เชินหลินนั้นปวดหัวกับเรื่องนี้ที่สุด จงหวีฉวนนั้นก็เจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นจิตใจดี จงใจทำดีกับเซี่ยชีหรั่น เพราะหวังที่จะหลอกใช้เธอ
เซี่ยชีหรั่นนั้นนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าของหน้าต่าง เธอนั้นคิดว่าในเมื่อไม่สามารถที่จะช่วยอะไรให้กลับคืนมาได้แล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ให้พวกเขาดำเนินเช่นนี้ต่อไปเถอะ หากวันหนึ่งจงหวีฉวนไม่สามารถที่จะรักษาชีวิตของตนไว้ได้ เธอค่อยขอร้องเย่เชินหลิน เธอนั้นไม่อยากให้เย่เชินหลินต้องรู้สึกอึดอัดใจ เพราะอย่างน้อยเย่เชินหลินก็เป็นผู้ชายที่เธอนั้นรักมากที่สุด
เย่เชินหลินผลักประตูเข้ามาเห็นเซี่ยชีหรั่นนั้นนั่งอยู่บนเตียง เขานั้นรู้สึกเจ็บปวด หากผู้หญิงของเขามีความสุขก็คงจะดี
“ทำไมไม่รีบพักผ่อนล่ะ” เย่เชินหลินเดินเข้าไปกอดเซี่ยชีหรั่นแล้วพูดกับเธอเบาๆ
เมื่อเซี่ยชีหรั่นรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ความหนาวเหน็บในใจก็ค่อยๆคลายลง เธอยืนมือทั้งสองออกไปกอดเย่เชินหลิน ก็คงจะทำได้แค่เพียงเท่านี้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เซี่ยชีหรั่นนั้นมองไปที่ท้องของตนเอง ไม่รู้เลยว่าชีวิตน้อยๆอีกชีวิตหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ฉันอยากจะรอคุณกลับมา ไม่มีคุณอยู่ด้วย ฉันรู้สึกไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่”เซี่ยชีหรั่นเงยหน้าขึ้นมองเย่เชินหลิน นี่คือผู้ชายที่เธอรัก เธอนั้นรับรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เย่เชินหลินได้ทำลงไปนั้นก็เพื่อเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อยากที่จะให้เย่เชินหลินต้องรู้สึกลำบากใจ
“ใช่แล้ว เชินหลิน วันนี้ฉันรู้สึกว่าพ่อนั้นแปลกๆ ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตเขา แต่ฉันบังเอิญเหลือบไปเห็นสีหน้าลังเลของเขา เหมือนกับว่าเขานั้นกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดจากอะไรสักอย่าง” เซี่ยชีหรั่นก็อธิบายสถานการณ์ของเย่เฮ่าหรันไม่ถูกเช่นกัน หลังจากที่เย่เชินหลินได้ฟังดังนั้น ภายในใจก็เริ่มครุ่นคิด คราวที่แล้วที่ฝู้เฟิ่งหยีกับคุณหมอบอกเขาอย่าพยายามอย่าให้เย่เฮ่าหรันต้องมีเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ ช่วงนี้เขาก็ยุ่งในหลายๆเรื่อง จึงไม่ได้สังเกตในส่วนตรงนี้
“เขาว่ายังไงบ้าง?”เย่เชินหลินครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตัดสินใจถามขึ้น
“พ่อบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านพูด มันเหมือนมีอะไรมากกว่านั้น”เซี่ยชีหรั่นมองไปที่เย่เชินหลินแล้วพูดขึ้นว่า:“เชินหลิน พวกเราพาพ่อไปหาหมอหน่อยดีไหม”แม้ว่าตอนนี้เย่เฮ่าหรันจะยังไม่ใช่พ่อสามีของเธออย่างเป็นทางการ แต่โดยปกติเย่เฮ่าหรันนั้นก็ดีต่อเซี่ยชีหรั่นมาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงเป็นห่วงเขามาก
“คงไม่มีอะไรหรอก”แม้ว่าเย่เชินหลินจะพูดขึ้นว่าคงไม่มีอะไรหรอกแต่ใจในของเขานั้นก็วางแผนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากเย่เฮ่าหรันนั้นมีอาการที่ไม่ดี เขาก็จะรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลที่ต่างประเทศทันที ส่วนหมอด้านหัวใจที่ดีที่สุด เขานั้นก็ได้ติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเซี่ยชีหรั่นได้ยินเย่เชินหลินพูดเช่นนั้น เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้น และไม่ได้เก็บมาคิด แม้ว่าเย่เชินหลินจะไม่เคยเรียกเย่เฮ่าหรันว่าพ่อเลย แต่เซี่ยชีหรั่นก็รับรู้ได้ว่าเย่เชินหลินนั้นก็เป็นห่วงเย่เฮ่าหรันอยู่ไม่น้อย
“ชีหรั่น คุณต้องเชื่อใจผมนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมไม่มีทางทำร้ายคุณอย่างแน่นอน”หลังจากที่เย่เชินหลินนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้น สายตาของเขานั้นจริงจัง ช่วงนี้จงหวีฉวนนั้นเริ่มกระทำการบางอย่าง เขาจึงจำเป็นต้องป้องกันไว้ก่อน
“ได้ค่ะ เพราะฉันก็เชื่อใจคุณมาตลอดอยู่แล้ว”เซี่ยชีหรั่นก้มหัวลงอิงกับเย่เชินหลิน ภายในใจนั้นคิดถึงจ้าวเหวินอิง แม่คะ แม่คิดว่าฉันควรที่จะพอใจแล้วใช่ไหมคะ เย่เชินหลินก็บอกแล้วว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายฉันอย่างแน่นอน
จ้าวเหวินอิงนั้นไม่ได้ยินสิ่งที่เซี่ยชีหรั่นถาม หล่อนนั้นกำลังยุ่งอยู่ ในฤดูใบไม้ผลินี้สุขภาพร่างกายของ หลี่หมิงจุ้นไม่ค่อยสู้ดีนัก อาการเก่าเริ่มกำเริบขึ้น ตลอดทั้งคืนมักจะนอนไม่หลับ จ้าวเหวินอิงก็เลยไม่ได้นอนตามเขาด้วย
“เหวินอิง ลำบากคุณแล้ว” หลี่หมิงจุ้นมองไปที่จ้าวเหวินอิงที่นั่งเงียบๆอยู่ข้างๆ เขานั้นก็ไม่รู้จะหาคำอะไรมาอธิบายความรู้สึกนี้ได้ หลายปีมานี้คนก็เริ่มแก่ลง สุขภาพร่างกายก็ไม่แข็งแรงเหมือนสมัยก่อน โรคต่างๆก็ค่อยแสดงออกมา
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ ฉันเต็มใจ” ไม่มีคำพูดไหนที่จ้าวเหวินอิงนั้นโกหก หลี่หมิงจุ้นอายุมากกว่าหล่อนมากนั้นเป็นเรื่องจริง แต่หลี่หมิงจุ้นนั้นก็รักหล่อนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ดูแลปกป้องหล่อน และสิ่งนี้เองที่ทำให้จ้าวเหวินอิงรู้ว่ารักแท้มันเป็นเช่นนี้เอง ซึ่งไม่เหมือนกับจงหวีฉวนที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง
“อาการป่วยของผม คุณอย่าบอกเหอไท้นะ ผมกลัวว่าเขาจะเป็นห่วง และก็ไม่ต้องบอกชีหรั่นด้วย เด็กสองคนนั้นมีจิตใจที่ดี” หลี่หมิงจุ้นยื่นมือออกไปลูบหน้าผากของจ้าวเหวินอิง ภายใต้ค่ำคืนที่สงบเงียบ เขาก็รู้สึกว่าเขานั้นได้กลับไปสู่ช่วงวัยรุ่นอีกครั้ง ตอนนั้นพวกเขาทั้งสองนั้นหวานชื่นราวกับไม่มีอะไรสามารถมาขวางกั้นได้
“รู้แล้ว แต่คุณก็ไม่ควรปิดบังไว้นานเช่นนี้”จ้าวเหวินอิงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ก็โรคเดิมๆแหละ ไม่มีอะไรน่าห่วง คุณวางใจเถอะ ”หลี่หมิงจุ้นพูดปลอบจ้าวเหวินอิง “ไม่ได้เจอเซี่ยชีหรั่นนานแล้ว พรุ่งนี้ให้เขามากินข้าวที่บ้านเรากันไหม”หลี่หมิงจุ้นรู้ว่าจ้าวเหวินอิงนั้นเป็นห่วงเด็กคนนี้มาก จึงได้เสนอความคิดนี้ขึ้น
“ขอบคุณมากค่ะ”จ้าวเหวินอิงพูดขึ้น
หลี่เหอไท้นั้นไม่ทราบว่าหลี่หมิงจุ้นนั้นป่วย เขากำลังพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้กับจงหยุนซางและไห่ลี่หมิน ไห่ลี่หมินจึงบอกกับหลี่เหอไท้ว่า หากถูกใจสาวสวยก็ต้องรีบหน่อย เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจงหวีฉวนนั้นจะพาจงหยุนซางจากไปเมื่อไหร่