ตอนที่ 962
ตอนที่ 962 สาวใช้ตัวแสบ866
October 28, 2026
ตอนที่ 962 สาวใช้ตัวแสบ866
เมื่ออาซานได้รับข่าวว่าให้เขารีบนำตัวส้งหลิงหลิงออกจากโรงพยาบาล เมื่อคิดถึงใบหน้าอันน่าเกรงขามของประธานจง เขาก็รีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบออกไปข้างนอก มองดูบรรยากาศภายนอกที่ยังไม่สว่างนัก ก็แอบด่าเขาในใจจากนั้นก็รีบวิ่งออกไป
“ผมจะบังคับให้หล่อนออกมาดีหรือว่าต้องใช้วิธีอื่นนะ”อาซานยืนอยู่หน้าห้องของผู้ป่วย เขานั้นไม่คิดเลยว่าพอเขามาถึงโรงพยาบาล เขาจะเห็นเพียงเตียงผู้ป่วยที่ว่างเปล่า ไม่เห็นแม้แต่เงาของส้งหลิงหลิง
ในเวลานี้ส้งหลิงหลิงเพิ่งตื่นจากฝันร้าย หลังจากเข้ารับการรักษา อาการป่วยของหล่อนก็หายดีแล้ว หากมานั่งคิดให้ดี ส้งหลิงหลิงนั้นก็ควรที่จะขอบคุณเซี่ยชีหรั่น หากไม่ได้เป็นเพราะว่าเธอนั้นแวะมาเยี่ยมเยือนหล่อนตลอด ส้งหลิงหลิงนั้นเชื่อว่าตนคงจะไม่ได้ตื่นจากฝันร้ายรวดเร็วเช่นนี้ หล่อนก็คงยังต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ความฝันที่ตนนั้นสร้างขึ้น และไม่รู้ด้วยว่าจะต้องอยู่ในนั้นไปนานแค่ไหน
หล่อนเปิดหน้าต่างออก จากนั้นก็ยืนอยู่ด้านหน้าของหน้าต่างเพียงลำพัง ระหว่างที่ลมนั้นพัดโชยมา หล่อนนั้นก็มักจะรู้สึกว่ามีใครบางคนแอบมองหล่อนอยู่ ส้งหลิงหลิงไม่แน่ใจว่าคนเหล่านั้นจะเป็นคนที่เย่เชินหลินส่งมาจับตาดูเธอหรือไม่ แต่หากเป็นคนของเย่เชินหลินแล้ว ก็คงจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อเธอ
ส้งหลิงหลิงพิจารณาถึงสถานะของตนเอง
หล่อนนั้นคิดอยู่นาน จากนั้นจึงตัดสินใจจากไปเพียงลำพัง อีกทั้งเร็วยิ่งดี หล่อนนั้นสังหรณ์ใจบางอย่างว่า หากหล่อนยังไม่รีบไปหล่อนก็คงจะออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ ส้งหลิงหลิงนั้นเชื่อในสัมผัสที่หกของตนมาโดยตลอด
ส้งหลิงหลิงนั้นเปิดตู้ออกมา หยิบของที่เซี่ยชีหรั่นนั้นมอบให้กับเธอ โชคดีที่เซี่ยชีหรั่นนั้นได้เตรียมของใช้ส่วนตัวให้กับเธอ จึงทำให้ส้งหลิงหลิงนั้นหลบหนีออกจากที่นี่ได้ง่ายขึ้น
แสงแดดของช่วงกลางวันนี้ช่วงเจิดจ้า ทำให้อบอุ่นกว่าช่วงเช้ามาก จิ่วจิ่วดีใจจนรีบลากเหยนชิงเหยียนออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้เธอนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหยนชิงเหยียนจะรีบออกมาฝึกฝน และสามารถเดินได้เป็นปกติในเร็ววัน
เซี่ยชีหรั่นมองเงาหลังของเขาทั้งสองคนที่พยุงกันอยู่ไกลๆ เธอนั้นรู้สึกดีใจแทนจิ่วจิ่ว ดูเหมือนว่าจิ่วจิ่วนั้นจะได้เจอกับเจ้าชายของตนแล้ว
“ชีหรั่น ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?” จิ่วจิ่วนั้นรู้สึกได้ว่าเบื้องหลังของเขานั้นมีสายตาใครบางคนมองอยู่ พอหันไปดูก็พบว่าเซี่ยชีหรั่นมองเขาอยู่ไม่ไกลนัก
“ฉันอยู่คนเดียวเหงา ก็เลยมาที่นี่” เซี่ยชีหรั่นกำลังจะเดินเข้าไปดูดอกไม้ที่บานสะพรั่งเต็มสวน เซี่ยชีหรั่นก็นึกขึ้นได้ว่าส้งหลิงหลิงนั้นได้บอกให้เธอกับพ่อบ้าน มาถอนหญ้าที่นี่ทุกวัน ตอนนั้นเป็นฤดูร้อน เวลานั้นช่างผ่านไปรวดเร็วเสียจริง
“คุณชายเย่ล่ะ?ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นเขาเลย แผนการในการมีลูกของคุณเป็นยังไงบ้างล่ะ” จิ่วจิ่วถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยลืมไปว่าเหยนชิงเหยียนนั้นยืนอยู่ข้างๆ
สีหน้าของเซี่ยชีหรั่นนั้นแดงก่ำ ไม่รู้ว่าจะตอบออกไปอย่างไรดี เธอนั้นนึกถึงของที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า นึกถึงชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ ใบหน้าของเธอนั้นร้อนเผ่า จิ่วจิ่วนี่ก็จริงๆเลย เรื่องอะไรที่ไม่อยากให้พูดถึง ก็พูดอยู่นั้นแหละ คราวที่แล้วถูกเย่เชินหลินทรมานจนแทบแย่
และในเวลานี้เองจิ่วจิ่วก็รู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของเหยนชิงเหยียน เซี่ยชีหรั่นนั้นหน้าแดง อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องนี้เป็นความลับของผู้หญิง และเหยนชิงเหยียนนั้นก็เป็นผู้ชาย
“คุณกับเสี่ยวห้านจะหมั้นกันเมื่อไหร่?” เซี่ยชีหรั่นรีบเปลี่ยนหัวข้อเรื่องทันที ด้วยลักษณะนิสัยของจิ่วจิ่วแล้ว เธอก็ไม่อาจที่จะคาดเดาได้ว่าหล่อนนั้นจะถามอะไรขึ้นมาอีก เซี่ยชีหรั่นนั้นไม่อยากให้ตนเองต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
“คุณพูดมาสิ”จิ่วจิ่วยื่นมือออกไปโอบเอวเหยนชิงเหยียน จากเดิมที่เป็นคนร่าเริง และเมื่อพูดถึงเรื่องแต่งงานที่เป็นเรื่องใหญ่ จิ่วจิ่วยังไม่อายที่จะพูดถึง หากดูดีๆแล้วก็จะพบว่าหูของเธอนั้นก็เริ่มแดง
เหยนชิงเหยียนนั้นมองไปที่จิ่วจิ่ว และเซี่ยชีหรั่น อย่างรวดเร็ว จนไม่มีใครสังเกตเห็น
“รอให้ผมหายดีก่อน รอให้พ่อ แม่แล้วก็พี่ชายว่างก่อนค่อยจัดการเรื่องของเรา”เมื่อเหยนชิงเหยียนพูดถึงพี่ชาย เขาก็นิ่งเงียบครู่หนึ่ง จิ่วจิ่วและเซี่ยชีหรั่นนั้นต่างก็ไม่ได้สังเกตเห็น เพราะคนหนึ่งก็อาย อีกคนหนึ่งก็ดีใจแทนเพื่อนรักที่กำลังมีความสุข
จิ่วจิ่วมองไปที่เหยนชิงเหยียนด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“หากผมยังไม่สามารถเดินได้ ผมก็คงยังให้ความสุขกับจิ่วจิ่วไม่ได้ มีเพียงแค่ผมลุกขึ้นเดินได้เท่านั้น ถึงจะสามารถขอเธอแต่งงานได้”เหยนชิงเหยียนหลบสายตาของจิ่วจิ่ว สายตาของเขานั้นมองไปที่ชั้นวางดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ฉันเชื่อว่าคุณจะต้องลุกขึ้นยืนได้ในไม่ช้า”เซี่ยชีหรั่นนั้นไม่อยากให้จิ่วจิ่วรู้สึกจิตตก เพราะเธอนั้นก็หวังว่าเหยนชิงเหยียนนั้นจะหายดีในไม่ช้า เย่เฮ่าหรันกับฝู้เฟิ่งหยี นั้นจะได้สบายได้
“ชีหรั่น คุณมีธุระอะไรต่อไหม?” จิ่วจิ่วสูดหายใจเข้า ไอหมอกนั้นค่อยๆจางหายไป เธอนั้นอยากจะคุยกับชีหรั่นต่ออีกสักพัก
“ฉันอยากที่จะไปเยี่ยมส้งหลิงหลิง ไปดูว่าหล่อนนั้นหายดีแล้วหรือยัง คราวที่แล้วที่ไปเยี่ยมหล่อน ดูเหมือนว่าหล่อนนั้นอาการดีขึ้นมากแล้ว” เซี่ยชีหรั่นนั้นรู้ดีว่า การที่เธอพูดขึ้นเช่นนี้จิ่วจิ่วจะต้องด่าว่าเธออย่างแน่นอน แต่เมื่อคิดว่าการที่จิ่วจิ่วเป็นเช่นนั้นก็เพราะหวังดีกับตน ใบหน้าของเซี่ยชีหรั่นก็ยิ้มอย่างอิ่มอกอิ่มใจ
จิ่วจิ่วตั้งใจที่จะปล่อยมือเหยนชิงเหยียนลง จากนั้นก็วิ่งไปหาเซี่ยชีหรั่น จากนั้นมองไปที่ศีรษะของเธอนานสองสามนาที จากนั้นก็พูดขึ้นว่า:“ชีหรั่น ฉันอยากที่จะผ่าสมองของเธอออกมาดูจริงๆ ว่าเธอนั้นยังคงปกติอยู่ไหม”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเซี่ยชีหรั่นก็ดังขึ้น
เธอนั้นหยิบโทรศัพท์ออกมา เมื่อเห็นตัวอักษรที่คุ้นเคย ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
จิ่วจิ่วมองดูท่าทางของเซี่ยชีหรั่น จากนั้นก็เดาว่าใครกันนะที่โทรหาเธอ หรือว่าจะเป็นคุณชายเย่?
“แม่คะ ทำไมถึงได้โทรหาลูกกะทันหันล่ะคะ?”เซี่ยชีหรั่นถามขึ้นเบาๆ ช่วงสองสามวันมานี้ยุ่งๆ เธอจึงลืมโทรหาจ้าวเหวินอิงเมื่อสักครู่นี้ เธอยังคิดอยู่เลยว่าหลังจากที่ไปเยี่ยมส้งหลิงหลิงที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ก็จะไปบ้านตระกูลหลี่ ไปเยี่ยมจ้าวเหวินอิง
เมื่อนึกถึงจ้าวเหวินอิง แม้ว่าเซี่ยชีหรั่นจะรู้สึกอารมณ์ไม่ดีขนาดไหน ก็ต้องรีบปรับอารมณ์ของตนทันที
“ชีหรั่น นานแล้วที่พวกเรานั้นไม่ได้เจอกัน วันนี้ลูกพาเย่เชินหลินมาที่บ้านได้ไหม เดี๋ยวอีกสักพักแม่จะให้คนออกไปซื้อกับข้าวที่ลูกกับเย่เชินหลินชอบทาน” ขณะที่จ้าวเหวินอิงกำลังพูดอย่างมีความสุขอยู่บนโซฟา หลี่หมิงจุ้นที่อยู่ข้างๆเธอก็มองภรรยาด้วยสายตาที่เอ็นดู ในใจก็ดีใจกับเธอด้วย
“ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวอีกสักพักลูกจะเข้าไปค่ะ” เซี่ยชีหรั่นนั้นก็อยากที่จะเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอ
“แม่จะรอลูกๆมานะ”
“ค่ะแม่ แล้วเจอกันนะคะ”เซี่ยชีหรั่นนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าความสุขที่เธอนั้นแสดงออกมาทางสีหน้านั้นจะทำให้จิ่วจิ่วที่อยู่ไม่ไกลนั้นรู้สึกอิจฉา แต่เนื่องจากจิ่วจิ่วนั้นเป็นเพื่อนรักของเซี่ยชีหรั่น เมื่อเห็นเช่นนั้น หล่อนก็ดีใจกับเธอด้วย
หลังจากที่จ้าวเหวินอิงวางสายลงก็ลุกขึ้น