ตอนที่ 965
ตอนที่ 965 สาวใช้ตัวแสบ869
October 28, 2026
ตอนที่ 965 สาวใช้ตัวแสบ869
การรับประทานอาหารในมื้อนี้นั้นถือว่าค่อนข้างมีความสุข หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแต่ละคนก็อยากที่จะแยกย้าย ส่วนหลี่เหอไท้นั้นก็อยากที่จะไปส่งจงหยุนซาง เย่เชินหลินกับเซี่ยชีหรั่นต่างรีบร้อนกลับบ้าน เย่เชินหลินนั้นต้องการที่จะกลับบ้านแล้วโทรหาส้งซูหาวเพื่อถามข่าวคราวว่าส้งหลิงหลิงนั้นกลับไปที่บ้านหรือเปล่า เพราะหากไม่ได้กลับบ้านแล้วหล่อนยังไม่หายเป็นปกติ การอยู่ข้างนอกเพียงลำพังในฤดูร้อนนั้นก็คงจะไม่สู้ดีนัก เย่เชินหลินนั้นรู้สึกว่าส้งหลิงหลิงน่าจะมีปัญหาอะไรบางอย่างถึงได้จากไป การที่เขาต้องการตามหาหล่อนนั้น ก็เพื่อที่จะถามหล่อนว่าหล่อนนั้นได้เก็บความลับอะไรไว้หรือไม่
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ก็กลับมาถึงคฤหาสน์ ขณะที่เย่เชินหลินกำลังเปิดประตูห้องก็พบว่าฝู้เฟิ่งหยี นั้นยังนอนไม่หลับ
“แม่ ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่นอนอีกครับ?”เย่เชินหลินยิ้มแล้วถามขึ้น เขานั้นรู้ว่าการที่แม่ของตนรอตนกลับมาน่าจะมีธุระอะไรบางอย่าง
เซี่ยชีหรั่นนั้นทักทายฝู้เฟิ่งหยีก่อน จากนั้นจึงเดินไปถอดรองเท้า ก็พบว่าเย่เชินหลินกับฝู้เฟิ่งหยี กำลังสนทนากันอยู่ เซี่ยชีหรั่นนั้นรู้ดีว่าพวกเขาทั้งสองนั้นคงจะมีเรื่องที่ต้องการพูดคุยกันเป็นแน่ เธอจึงพูดขึ้นว่า:“เดี๋ยวฉันไปพักผ่อนก่อนนะคะ คุณแม่กับเชินหลินก็รีบพักผ่อนนะคะ”
เมื่อเห็นเงาของเซี่ยชีหรั่นนั้นค่อยๆเดินจากไป สีหน้าของฝู้เฟิ่งหยีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจังขึ้นและถามขึ้นว่า “ส้งหลิงหลิงอยู่โรงพยาบาล?”
“ใช่ครับ แต่ตอนนี้หล่อนหนีไปแล้ว”เย่เชินหลินนั้นรู้นิสัยของแม่ตนเป็นอย่างดี เขาจึงไม่พูดโกหก เรื่องบางเรื่องไม่พูดก็ไม่ได้แสดงว่าจะไม่มี
“ชีหรั่นนั้นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี”ฝู้เฟิ่งหยีถามขึ้นไม่ใช่ว่าสงสัย แต่เป็นเพราะว่าต้องการถามให้แน่ใจ เธอนั้นรู้ดีว่าเซี่ยชีหรั่นนั้นจิตใจดีแค่ไหน ฉะนั้นเธอเห็นด้วยที่จะให้ส้งหลิงหลิงนั้นอยู่โรงพยาบาลอย่างแน่นอนฝู้เฟิ่งหยีนั้นรู้สึกโชคดีมากที่มีลูกสะใภ้เช่นนี้เธอนั้นรู้ดีว่าลูกชายของตนนั้นเก่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะใจกว้างเช่นนี้
“แม่ครับ ท่านวางใจเถอะ เดี๋ยวผมกับชีหรั่นจะไปดูส้งหลิงหลิงที่โรงพยาบาลเอง”เย่เชินหลินนั้นรู้ว่าฝู้เฟิ่งหยีนั้นเป็นห่วง แต่ว่าเขานั้นเชื่อมั่นในตัวของเซี่ยชีหรั่น ไม่ใช่ตัวเขาเอง เธอนั้นจิตใจดีเช่นนี้และก็รักเขามากขนาดนี้ ตอนนี้ยังหาส้งหลิงหลิงไม่พบ ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับหล่อนหรือเปล่า “แม่ครับ แม่ไปพักผ่อนก่อนเถอะ ดึกแล้ว ”เย่เชินหลินนั้นจูงมือของฝู้เฟิ่งหยีจากนั้นก็พาหล่อนไปพักผ่อนที่ห้องของเย่เฮ่าหรัน
“แม่รู้แล้ว ลูกก็เหมือนกัน รีบพักผ่อนเถอะ อย่าคิดมาก ส้งหลิงหลิงนั้นตัดสินใจจากไปเอง ไม่ได้เป็นความผิดของลูก”ฝู้เฟิ่งหยี นั้นดูสายตาของเย่เชินหลินออกว่า เขานั้นรู้สึกกังวล
“ทราบแล้วครับแม่ แม่รีบพักผ่อนเถอะ”เย่เชินหลินบอกลาฝู้เฟิ่งหยี เขานั้นไม่ได้ไปพักผ่อนแต่กลับไปที่ห้องหนังสือ เขาต้องการที่จะนั่งเงียบๆสักครู่หนึ่ง การจากไปของส้งหลิงหลิง ทำให้เขาคาดไม่ถึง
เมื่อเซี่ยชีหรั่นเห็นว่าไฟของห้องหนังสือนั้นยังเปิดอยู่ เธอก็ยืนดูอยู่ห้องหนังสือผ่านทางด้านหน้าของหน้าต่าง
นานมากแล้ว แต่เย่เชินหลินนั้นก็ยังไม่ออกมา เซี่ยชีหรั่นมองดูเวลาก็ดึกมากแล้ว เธอนั้นอยากไปห้องครัวเพื่อทำโจ๊กให้กับเย่เชินหลิน อาจารย์เหลี่ยวพ่อครัวก็นอนหลับไปแล้ว เซี่ยชีหรั่นจึงต้องลงมือทำด้วยตนเอง การที่ตนสามารถทำอาหารให้กับคนที่ตนรักทานนั้น ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งของตน
เซี่ยชีหรั่นนั้นตั้งใจทำเป็นอย่างมาก โจ๊กถ้วยนั้นอบอวลไปด้วยมิตรภาพ เธอนั้นเดินถือโจ๊กไปเสิร์ฟให้กับเย่เชินหลิน
“เชินหลิน ฉันเอง ดึกแล้วทานอะไรหน่อยเถอะ โจ๊กนี่ค่อนข้างจืดทำให้สบายท้อง”เซี่ยชีหรั่นผลักประตูแล้วเดินเข้ามา เย่เชินหลินนั้นยืนสูบบุหรี่ที่ด้านหน้าของหน้าต่าง ภายใต้ควันบุหรี่นั้น ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเขานั้นอารมณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก ภายในใจของเซี่ยชีหรั่นนั้นรู้สึกเจ็บปวด เธอเอ่ยปากพูดปลอบใจเย่เชินหลินว่า:“พรุ่งนี้โทรหาส้งซูหาวสิว่าเขานั้นรู้เรื่องนี้ไหม”
เซี่ยชีหรั่นนั้นไม่อยากให้เย่เชินหลินเป็นกังวลมากนัก ส้งซูหาวเป็นพี่ชายของส้งหลิงหลิง หล่อนก็น่าจะไปหาเขาแหละ เพราะคนปกติก็มักที่จะกระทำเช่นนี้
เย่เชินหลินพยักหน้า สีหน้าของเขานั้นเก็บความรู้สึกได้เป็นอย่างดี สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตของเซี่ยชีหรั่นนั้นทำให้เธอมีความสามารถให้การสังเกตคำพูดและสีหน้า ขอแค่มีบางอย่างที่ผิดปกติไป เขาก็สามารถดูออกได้เลยในทันทีว่าเย่เชินหลินนั้นเป็นกังวล
ค่ำคืนนั้นก็ผ่านไปเช่นนั้น ขณะที่เย่เชินหลินนอนนั้น เขาลืมตาตลอด แต่พยายามที่จะผ่อนลมหายใจเพื่อให้เซี่ยชีหรั่นนั้นเข้าใจว่าเขานั้นได้นอนหลับแล้ว แต่เซี่ยชีหรั่นก็ไม่ได้เข้าใจเช่นนั้นเลย
ฟ้ายังไม่สว่าง เย่เชินหลินก็มองไปที่เซี่ยชีหรั่นที่กำลังนอนหลับอยู่ เขานั้นจูบลงที่หน้าผากของเธอ จากนั้นก็ค่อยๆลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
โคมไฟแปดเหลี่ยมที่ส่องสว่างอยู่ภายใต้ห้องรับแขกนั้นไม่ได้แตกต่างจากตอนกลางวันสักเท่าไหร่ เย่เชินหลินอยู่ในห้องรับแขกอย่างโดดเดี่ยว จากนั้นก็ยกหูโทรศัพท์โทรหาส้งซูหาว
หลังจากที่โทรศัพท์นั้นดังขึ้นครั้งแรก ก็ถูกตัดสายจากฝั่งตรงข้าม เย่เชินหลินจึงลองโทรครั้งที่สอง
ส้งซูหาวนั้นยังคงนอนหลับฝันอยู่ เซียวเสี่ยวลี่จึงรับรับโทรศัพท์ด้วยความโมโหอย่างสะลึมสะลือ จากนั้นพูดขึ้นว่า :“ใครอ่ะ โทรมาทำไมตอนนี้ ดึกดื่นขนาดนี้คนเขาจะนอนกัน?” หลังจากที่พูดจบเซียวเสี่ยวลี่ก็วางสายลง เมื่อวานนี้หล่อนกับส้งซูหาวนั้นมีเซ็กซ์กันหนักไปหน่อย ทำให้ตอนนี้นั้นหมดแรง การที่โทรศัพท์ดังขึ้น จึงทำให้หล่อนนั้นรู้สึกไม่พอใจ
เย่เชินหลินครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจกดสายโทรออกอีกครั้ง เมื่อสักครู่นี้เซียวเสี่ยวลี่เป็นคนรับสายโทรศัพท์ของส้งซูหาว เขานั้นจำเสียงของเธอได้
“ส้งหลิงหลิงอยู่ที่นั่นหรือเปล่า” เขาไม่รีรอให้เซียวเสี่ยวลี่นั้นพูดขึ้น ก็ชิงเอ่ยปากถามเสียก่อน เดิมทีเซียวเสี่ยวลี่นั้นอยากที่จะด่ากลับไปแรงสักครั้ง แต่คำพูดของฝั่งตรงข้ามกับเย็นยะเยือกราวกับเสียงนั้นดังออกมาจากนรก ความรู้สึกง่วงนอนของหล่อนนั้นก็หายไปจนสิ้น เพราะนี่คือเสียงของเย่เชินหลิน
เซียวเสี่ยวลี่นั้นกลัว เพราะหล่อนนั้นเคยเห็นทุกอารมณ์ของเย่เชินหลินในขณะที่หล่อนไปอาศัยอยู่กับส้งหลิงหลิงในบ้านตระกูลเย่ เขานั้น โหดเหี้ยมอำมหิต หล่อนนั้นไม่กล้าที่จะต่อกรกับเขา เซียวเสี่ยวลี่สะกิดส้งซูหาวที่นอนราวกับหมูอยู่ข้างหล่อน
“อย่ารบกวนการนอนของผม” ส้งซูหาวพูดขึ้นอย่างรำคาญ พอเซียวเสี่ยวลี่ได้ฟังดังนั้น ก็รีบเอามือปิดโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นได้ยิน หล่อนกับส้งซูหาวนั้นลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากส้งซูหาวไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขได้ หล่อนก็คงจะเช่นเดียวกัน