ตอนที่ 1354
ตอนที่1354 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1254
October 28, 2026
หลัวหมี่เสว่หวาดกลัวไม่อยากเดินเข้าไป เย่เชินหลินยิ้ม และพูดช้าๆ ว่า : “คุณว่าคุณไม่อยากเดินเข้าไปแล้วฉันจะทำตามใจคุณหรือไง?”
ไห่ลี่หมินเห็นปลายเท้าของหลัวหมี่เสว่ยืนเท้าเปล่าบนก้อนหินที่แหลมคมด้วยสีหน้าเจ็บปวดจึงหันหน้าหนีอย่างทนดูไม่ค่อยไหว คิดอยากจะหยุดไว้แต่หลังจากคิดถึงเซี่ยชีหรั่นจึงทำใจแข็งอดทนต่อไป
“เริ่มเดิน” เย่เชินหลินสั่ง หลัวหมี่เสว่ ร้อนใจ “ฉันไม่เดิน”
เย่เชินหลินขมวดคิ้ว โบกมือให้บอดี้การ์ดดคนหนึ่งกดและดันหลัวหมี่เสว่ลง ก้อนหินที่หลัวหมี่เสว่เดินผ่านมีคราบเลือดอยู่ หลัวหมี่เสว่ร้องไห้คร่ำครวญแต่กลับโดนคนกดไว้ไม่ให้ขยับตัว ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
“ฉันไม่ผิด ฉันแค่สั่งสอนผู้หญิงคนนั้นที่ทำลายครอบครัวฉันเท่านั้นเอง!” หลัวหมี่เสว่เจ็บจนแทบจะเป็นลมแล้ว คนที่ถูกเลี้ยงอย่างดีมาตั้งแต่เด็กจะเคยมีประสบการณ์อย่างได้ยังไงกัน
เย่เชินหลินโบกมือให้คนหยุด และถามอย่างเฉียบขาดว่า : “ทำลายครอบครัวคุณ? เธอเป็นผู้หญิงของฉัน!” หลัวหมี่เสว่มองเย่เชินหลินอย่างประหลาดใจ สำหรับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าโดดเด่นกว่าพ่อของเธอ คิดว่าตัวเองอาจจะติดกับแล้ว หลัวหมี่เสว่พูดด้วยความร้อนรนว่า :
“มีผู้หญิงคนหนึ่งบอกฉันว่าเซี่ยชีหรั่นเป็นเมียน้อยของพ่อฉัน จากนั้นจงใจทำให้พ่อฉันติดคุก ก็แค่คิดว่าตัวเองจะทำได้ดีแต่กลับแย่จนตัวเองก็เข้ามาด้วย ฉันทนดูไม่ได้ เธอให้โอกาสฉันได้แก้แค้น ฉันแค่อยากจะทำให้เธอกลัวแค่นั้น”
ไห่ลี่หมินและเย่เชินหลินสบตากัน ในสมองมีคนคนเดียวกันปรากฏขึ้นมา เย่เชินหลินระงับความโกรธไว้ สั่งอย่างเย็นชาว่า : “เดินต่อไป”
จางเฟิงอี้เดินเข้ามาจากด้านนอก สายหยุดมองที่หลัวหมี่เสว่ชั่วครู่ และเดินต่อไปที่ด้านข้างเย่เชินหลินและกระซิบว่า : “นายหญิงตกอยู่ในอันตราย”
เมื่อเย่เชินหลินรีบมาถึงโรงพยาบาล เซี่ยชีหรั่นก็โดนเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วและกลับเข้าไปห้องสังเกตอาการผู้ป่วยหนักอีกครั้ง
“ฉันอยากเข้าไปดูเธอ” เย่เชินหลินพูดออกมาอย่างโง่ๆ
“ตอนนี้เธอยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ไม่แนะนำให้เข้าไปเยี่ยมตอนนี้” คุณหมอพูดกับเย่เชินหลิน เย่เชินหลินรู้ว่าที่คุณหมอทำแบบนี้ไม่ผิด แต่ในใจเขาอดเป็นห่วงเซี่ยชีหรั่นไม่ได้
“ขอแค่สิบนาทีก็พอ” เย่เชินหลินพูดเสียงเบา คุณหมอถอนหายใจและพูดว่า : “สิบนาที มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
สวมชุดฆ่าเชื้อ เย่เชินหลินเหยียบเข้ามาในห้องเฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยหนัก เซี่ยชีหรั่นยังคงหลับสนิท เครื่องวัดคลื่นหัวใจไฟฟ้าด้านข้างส่งเสียงดังเป็นบางครั้งบางคราว บ่งบอกการคงอยู่ของชีวิตนี้
เย่เชินหลินจับมือเซี่ยชีหรั่นไว้ มือของเซี่ยชีหรั่นอุ่นและหลับลึกอย่างไร้เรี่ยวแรง เย่เชินหลินยิ้ม หยิบแหวนจากกระเป๋าเสื้อออกมาและสวมไว้ที่นิ้วมือของเซี่ยชีหรั่น
“อย่าทำหล่นอีกนะ ถ้าทำหล่นอีกคงไม่โชคดีเก็บได้อย่างนี้แล้ว” เย่เชินหลินพูดเองคนเดียว เซี่ยชีหรั่นยังคงหลับสนิทและขมวดคิ้วเหมือนเดิม
เย่เชินหลินเดินขึ้นมาด้านหน้าและจูบลงตรงคิ้วที่ขมวดอยู่ของเซี่ยชีหรั่น และพูดเบาๆ ว่า : “ไม่ต้องกลัว นอนหลับสักตื่นก็โอเคแล้ว”
“ประธานเย่ วันนี้จะไปหาพี่หลี่ไหม?” หลังจากเย่เชินหลินออกมา จางเฟิงอี้ถามขึ้นมา
เย่เชินหลินพยักหน้า สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกอะไร พูดนิ่งๆ ว่า : “ไป” เย่เชินหลินและจางเฟิงอี้ออกมาอย่างรวดเร็ว ซือซือปรากฏตัวขึ้นจากมุมหนึ่ง
แอบเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ซือซือก้มหน้ามองเซี่ยชีหรั่นที่หลับสนิท และเอื้อมมือออกไปค่อยๆ ดึงหน้ากากออกซิเจนของเซี่ยชีหรั่นออก
“เซี่ยชีหรั่น คุณดูคุณสิ ใบหน้าบอบบางขนาดนั้น ริ้วรอยบนใบหน้าไม่แม้แต่น้อย แต่คุณดูฉันสิ? ทำศัลยกรรมเพื่อแก้แค้น และยังป่วยเป็นมะเร็งอีก ฉันอิจฉาคุณมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแค้นคุณมากเท่านั้น!”
ซือซือยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งแย่ลง ค่อยดึงหน้ากากออกซิเจนออกเบาๆ มองเซี่ยชีหรั่นขมวดคิ้วอย่างเจ็บปวด ซือซือรู้สึกได้ถึงความสำเร็จที่มาได้ครึ่งทางแล้ว “ใกล้จะจบลงแล้วล่ะ เซี่ยชีหรั่น”
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน ซือซือครอบหน้ากากออกซิเจนกลับไปอย่างไม่เต็มใจ กำลังมีคนคุยกันด้านนอกห้องสังเกตอาการผู้ป่วยหนัก เห็น ซือซือรีบเดินออกมา คุณหมอถามอย่างประหลาดใจว่า : “คุณเป็นใคร? ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ห้ามเข้าถ้าไม่ได้รับอนุญาต?”
“ฉันเป็นเพื่อนของเธอ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ซือซือก้มหน้าเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นใบหน้าตัวเองได้ชัดเจน และรีบเดินออกมาด้านนอก
เย่เชินหลินไม่รู้ถึงเหตุการณ์น่ากลัวที่เดินขึ้นในห้องสังเกตอาการผู้ป่วยหนักเลยแม้แต่นิด เร่งรีบมาถึงโรงพยาบาล ลุงหวางที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพักผู้ป่วยและพี่หลี่ที่กำลังดูโทรทัศน์ เห็นเย่เชินหลิน ทั้งสองคนรู้สึกเกรงใจ
พี่หวางพูดกับพี่หลี่ว่า : “คุณไปจ่ายค่าใช้จ่ายเถอะ” พี่หลี่พยักหน้าให้เย่เชินหลิน พี่หวางเห็นว่าพี่หลี่เดินออกไปแล้ว จึงถอนหายใจออกมาและพูดว่า : “ฉันรู้ว่าคุณจะทำอะไร ฉันก็อยากกลับไปแข็งแรง แต่อำนาจของหลัวกุ้ยเหยาไม่เหมือนที่คุณคิดไว้ ฉันมีลูกสาวคนหนึ่งเรียนอยู่มัธยมปลาย ฉันเกรงว่าพวกเขาจะทำไม่ดีกับเธอ ไม่ใช่ฉันไม่อยากช่วยคุณ”
เย่เชินหลินยืนข้างพี่หวางเงียบๆ และพูดว่า : “ถ้าไม่จัดการล้มเขา จากลักษณะนิสัยขี้สงสัยของเขา คุณคิดว่าเขาจะปล่อยพวกคุณไหม?”
พี่หวางไม่พูดอะไร บรรยากาศเข้าสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง อีกด้าน พี่หลี่ที่เดินไปที่แผนกการเงินชำระค่าใช้จ่ายที่เหลืออีกเดือนให้เรียบร้อย พยาบาลที่อยู่อีกด้านยิ้มและถามว่า : “รู้หรือยังว่าทำไมค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนถึงน้อยขนาดนั้น? แค่ค่ารักษาพยาบาลวันหนี่งก็เท่ากับค่าใช้จ่ายที่คุณอยู่ในโรงพยาบาลครึ่งเดือนแล้ว”