ตอนที่ 17
บทที่ 17 ความทรงจำที่ต่างเมือง
October 22, 2026
เมื่อครั้งนั้นฟางเหนียงจำได้ว่า นางนั่งรถม้าไปส่งสินค้ากับนายหน้าที่ชวนท่านพ่อมาด้วยเพราะลูกน้องของเขานั้นป่วยหนัก นายหน้ารู้จักท่านพ่อมานานรู้ว่าท่านพ่อเป็นคนเช่นไรจึงชวนมาเป็นเพื่อนด้วย นายหน้าและครอบครัวของนางใช้เวลาเดินทางมาเมืองเฟิ่งฟู่ 7 วัน นายหน้าพาไปส่งสินค้าให้ลูกค้าเสร็จแล้วจึงปลีกตัวไปทำธุระของตัวเองแล้วนัดเจอกันอีก 3 วันข้างหน้า ท่านพ่อจึงถือโอกาสนี้พาท่านแม่และฟางเหนียงไปเดินเล่นในเมืองเฟิ่งฟู่แล้วค่อยหาโรงเตี๊ยมราคาไม่แพงไว้หลับนอน เมืองนี้มีความมั่งคั่งเป็นอย่างมาก เป็นเมืองของกลุ่มพ่อค้าที่ชอบมาแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ไม่มีสิ่งใดที่หาไม่ได้จากเมืองนี้ อาหารที่นี่เลิศรสเป็นที่สุดและแน่นอนว่าราคาก็แพงหูฉีกเช่นเดียวกัน แค่ราคาบะหมี่ข้างทางยังแพงกว่าที่เมืองนางหลายเท่า ท่านพ่อที่อยากรู้ถึงรสชาติบะหมี่ของเมืองนี้จึงพานางและท่านแม่ทานบะหมี่ดูสักครั้ง รสชาติของมันดีมากจริงๆ ไม่เคยทานบะหมี่ที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน หลังจากทานบะหมี่เสร็จแล้วท่านพ่อจึงพาเดินดูสิ่งของต่างๆ เดินไปไม่นานก็มีเสียงปริศนาเรียกท่านพ่อของนาง
“หลิวหานโจว ใช่เจ้ารึไม่” เสียงบุรุษคนหนึ่งที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับท่านพ่อ ท่านพ่อหันไปมองตามเสียงเรียก “อ้าว เหย่เจิ้งไฉ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไรกัน” ท่านพ่อเห็นว่าเป็นคนที่ท่านรู้จัก จึงรีบเดินเข้าไปหาทันที “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีใช่หรือไม่” ท่านพ่อพยักหน้าตอบบุรุษผู้นั้นพร้อมรอยยิ้มที่ดีใจอย่างยิ่ง บุรุษผู้นั้นก็ยิ้มเหมือนท่านพ่อเช่นกัน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหมือนท่านทั้งสองไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว “แล้วเจ้าล่ะ มาทำการค้าที่นี่รึ เจ้าไปอยู่ที่เมืองใด” ท่านพ่อเอ่ยถาม “ข้าอยู่ที่เมืองเฟิ่งฟู่นี่แหละ แล้วเจ้าล่ะอยู่ที่เมืองใด ไกลจากที่นี่มากหรือไม่” ท่านทั้งสองสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่สักพักท่านพ่อจึงหันมาหานางและท่านแม่ แล้วแนะนำฟางเหนียงให้รู้จักกับบุรุษผู้นั้น
“เจิ้งไฉ นี่ลูกสาวของข้าเอง ชื่อหลิวฟางเหนียง สวัสดีท่านลุงสิลูก” นางจึงทักทายท่านลุงกลับ “ลูกสาวของเจ้าสวยเหมือนท่านแม่ของเขาไม่มีผิดเลยจริงๆ” ท่านลุงเอามือมาลูบหัวฟางเหนียงอย่างอ่อนโยน ท่านลุงที่รู้ถึงจุดประสงค์ของครอบครัวนางที่มาที่นี่แล้ว ท่านลุงจึงชวนท่านพ่อให้ไปพักที่บ้านของท่าน นั่งรถม้าจากในเมืองมาบ้านท่านลุงไม่ไกลมากนัก รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลเหย่ ท่านแม่ที่ลงมาจากรถม้าได้พบกับสตรีผู้หนึ่งที่ยืนรออยู่หน้าประตูจวน ก็รีบวิ่งเข้าไปกอดสตรีผู้นั้นในทันที ท่านทั้งสองยิ้มให้กันด้วยน้ำตา หากจะให้นางเดาสตรีผู้นั้นน่าจะเป็นภรรยาของท่านลุง “เหย่ซูหนี่ว์ ไม่เจอกันนานเลยนะ ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก” ท่านแม่พูดด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
“ข้าก็เช่นกัน เจ้ามีตัวเล็กแล้วรึ ข้าดีใจยิ่งนัก” เพราะท่านแม่สุขภาพไม่ค่อยดีจึงทำให้มีลูกยาก ท่านป้าที่หันมาหานางก็รีบเดินมากอดนางด้วยความดีใจอย่างมากที่เพื่อนของท่านมีลูกสักที ส่วนนางนั้นก็ได้แต่ยิ้มตาหยีให้ท่านป้า จากนั้นพวกเราก็เข้าไปในจวนของสกุลเหย่ ท่านลุงบอกให้บ่าวรับใช้เตรียมห้องให้กับครอบครัวของฟางเหนียง แล้วท่านพ่อก็ให้ฟางเหนียงกับท่านแม่ไปพักผ่อนในห้องให้หายเหนื่อยก่อน ส่วนท่านพ่อนั้นยังมีเรื่องคุยกับท่านลุงมากมายนัก ฟางเหนียงกับท่านแม่เข้ามาชำระร่างกายให้สบายตัว หายเหนื่อยแล้วจึงพากันออกมาที่ห้องโถงใหญ่ ท่านแม่เล่าให้ฟางเหนียงฟังว่าท่านป้าซูหนี่ว์เป็นเพื่อนท่านตั้งแต่อยู่ที่เมืองเดิม ตอนนั้นฟางเหนียงยังไม่ได้เกิด ที่เมืองเดิมเกิดภัยแล้งขึ้นมาอย่างนักชาวบ้านที่เมืองนั้นจึงพากันอพยพหาที่อยู่ใหม่ ท่านพ่อกับท่านลุงตกลงกันว่าจะแยกกันไปตั้งหลักปักฐานคนละเมือง หากเมืองใดมีความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ค่อยย้ายไปเมืองนั้น