ตอนที่ 20
บทที่ 20 สิ้นเนื้อประดาตัว
October 22, 2026
ฟางเหนียงเข้ามาในบ้านที่ตอนนี้พร้อมที่จะพังลงมาได้ตลอดเวลา นางมองชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับนางตอนนี้ ชายผู้นี้มีร่างกายที่สูงและซูบผอมมากแต่กลับไม่ทำให้หน้าตาอันหล่อเหลาของเขาลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย หน้าตาที่ดูเย็นชาเช่นนี้ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงใหลชายคนนี้ก็คือ เหย่เจิ้งเจี๋ย เด็กชายที่ชอบแกล้งนางเมื่อครั้งในอดีตนั้นเอง นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขา ทำไมถึงกลายเป็นคุณชายตกอับไปได้
เจิ้งเจี๋ยที่ตอนนี้นั่งลงตรงข้ามกับฟางเหนียงก็เอ่ยออกมา “ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ที่เจ้าต้องมาลำบากกับข้า” เขาเอ่ยด้วยเสียงที่รู้สึกผิด เพราะกลัวว่านางจะรังเกียจเขาที่ไม่มีอะไรเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บอกได้เลยว่าตอนนี้เขายากจนกว่าทุกคนในหมู่บ้านนี้ก็ว่าได้ ฟางเหนียงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ จึงเอ่ยถามขึ้น “มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเจ้า ทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี้” เจิ้งเจี๋ยทำหน้าลำบาก แต่ก็ยอมบอกนาง เขาถอนหายใจยาวออกมาแล้วหันหน้าออกไปทางหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แล้วบอกเรื่องทั้งหมดกับนาง
"เมื่อหลายปีก่อนครอบครัวของท่านป้าเข้ามาลงทุนการค้ากับครอบครัวของข้าหลังจาก 2 ปีแรก ครอบครัวของท่านป้าทำธุรกิจเก่งขึ้น แต่ท่านพ่อกลับเริ่มไม่สบาย ปี 2 ปีแรกยังออกไปทำการค้าได้อยู่ แต่หลังจากนั้นท่านพ่อก็ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกนั่งด้วยซ้ำ หมอที่ตรวจร่างกายของท่านพ่อก็หาสาเหตุไม่พบ ให้ยามากี่เทียบก็ไม่ทำให้อาการของท่านพ่อดีขึ้นสักนิด มีแต่แย่ลงไปเรื่อยๆ ท่านแม่ที่เห็นท่านพ่อเป็นเช่นนั้นก็เริ่มไม่สบายไปด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องธุรกิจก็ให้ทางครอบครัวท่านป้าจัดการไปก่อน ข้าเคยได้เรียนรู้ทำการค้าจากท่านพ่อมาบ้าง ช่วงแรกๆ ก็ได้ออกไปทำธุรกิจแทนท่านพ่อบ่อยครั้ง ตั้งแต่ท่านพ่ออาการหนักท่านป้าก็ให้ข้าอยู่ดูแลท่านพ่อ ไม่ให้ข้าไปทำธุรกิจด้วยเลยสักครั้ง หลังจากนั้นไม่นานการค้าก็เริ่มสะดุดสุดท้ายยื้อไว้ไม่ไหวธุรกิจการค้าของท่านพ่อก็เจ๊ง เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมากข้ายังไม่ได้ถามท่านป้าเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็เจ๊งไปก่อน ท่านพ่อที่ได้รู้เรื่องนี้แล้วมันก็ยิ่งทำให้อาการท่านพ่อแย่ลงไปกว่าเดิม ข้าจึงไปสืบหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าถึงได้รู้ว่าทั้งหมดนี้คือแผนการของท่านป้า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดเพราะธุรกิจของท่านพ่อประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของท่านป้าเจ๊ง ท่านป้าจึงขอร่วมทำธุรกิจกับท่านพ่อแล้วถือโอกาสตอนที่ท่านพ่อไม่สบายยึดธุรกิจของท่านพ่อทั้งหมด กว่าข้าจะรู้ความจริงก็สายไปแล้ว ท่านป้ารู้ว่าครอบครัวข้ารู้ความจริงทั้งหมด ก็ไล่พวกข้าออกจากจวน ตอนที่การค้าสะดุดท่านป้าบอกให้เอาจวนของท่านพ่อไปค้ำไว้ก่อน แต่แท้จริงแล้วเอาไปย้ายเป็นชื่อของท่านป้าเอง ท่านพ่อที่รู้ความจริงก็รู้สึกผิดกับครอบครัวตนเองยิ่งนักไม่คิดเลยว่าพี่สาวแท้ๆ ของตนเองจะทรยศหักหลังเช่นนี้ ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจด้วยกันท่านป้าแสดงได้เก่งมาก ทุกคนในครอบครัวข้าไม่สงสัยการกระทำของท่านป้าเลยสักนิด ตอนนั้นแม้แต่จวนตนเอง ข้าก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ เงินที่เคยเก็บสะสมไว้เริ่มหมดไปกับการรักษาอาการป่วยของท่านพ่อ หลังจากที่ข้าถูกไล่ออกจากจวนข้าก็ไปหาหมู่บ้านเล็กๆ ที่อำเภออื่นแต่ยังอยู่ในเขตเมืองเฟิงฟู่ ผ่านไป 1 ปีท่านพ่อของข้าก็เสียชีวิต ท่านแม่ที่ยังทำใจไม่ได้ก็เริ่มตรอมใจสุดท้ายท่านแม่ก็จากไปตามท่านพ่อเมื่อปีก่อน" ตั้งแต่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มแย่ลงทุกๆ วันเช่นกัน เขาเคยให้หมอตรวจดูแล้วแต่ก็ไม่พบสาเหตุ แต่เรื่องนี้เขาไม่ได้เล่าให้ฟางเหนียงฟัง
“เพราะท่านพ่อข้าไม่คิดว่าคนในครอบครัวจะไว้ใจไม่ได้ถึงได้พลาดท่าให้กับท่านป้า” เขากัดฟันพูดด้วยเสียงโกรธแค้น บ้านที่ทรุดโทรมเช่นนี้เขาอยากจะซ่อมแซมมันแต่เขาก็ไม่มีเงินพอจะซ่อมบ้าน เงินก้อนสุดท้ายที่เขามีก็เก็บไว้จ้างรถม้าไปรับนางมา เขารู้ว่าตอนนี้ตนเองไม่มีอะไรให้นางเลยแม้แต่จะจัดงานแต่งงานให้นางก็ไม่มีปัญญา ที่เขาจ้างรถม้าไปรับนางมานั้นเพราะเขาเป็นคนขอให้ท่านพ่อหมั้นนางให้กับเขาเอง เขาจึงอยากรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำไว้ หากเขาถอนหมั้นกับนางก็กลัวว่าคนอื่นจะครหานางว่าม่ายขันหมาก หากชายที่มาแต่งนางรู้เรื่องนี้อาจจะไม่ทำดีกับนางก็ได้ แต่ถ้าหากนางต้องการที่จะถอนหมั้น เขาก็พร้อมจะปล่อยนางไป เขาจึงเอ่ยถามนางด้วยความกังวล “เจ้ายังอยากแต่งงานกับข้าอยู่หรือไม่” เขาก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยเสียงที่หมดหวัง ถึงแม้ว่าเขาไม่อยากปล่อยให้นางไปแต่งกับชายอื่น แต่หากว่านางไม่อยากอยู่กับเขามันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เห็นนางไม่ตอบเขาสักที เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง เขาอึ้งในสิ่งที่เห็นไปในทันที