ตอนที่ 28
บทที่ 28 กระดิ่งคนตาย
October 22, 2026
ฟางเหนียงกำลังปลูกดอกไม้ที่เจิ้งเจี๋ยให้เมล็ดพันธุ์มาเมื่อครั้งก่อน นางลืมไปแล้วว่ามีมันอยู่ หากเมื่อเช้านางไม่เก็บผ้าไปซัก คงไม่รู้ว่ามีเมล็ดพันธุ์อยู่ในกระเป๋าเสื้อ นางอยากรู้เร็วๆ ว่ามันจะเป็นดอกไม้ชนิดใด จึงเอามาปลูกที่กระถางพันปีนี้ เพราะมันใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียว ดอกไม้ชนิดนี้ก็ออกดอกให้นางรู้ได้แล้ว แต่หากว่านางปลูกไว้ในดินธรรมดา มันจะใช้เวลานานในการเจริญเติบโต “ฟางเหนียงเจ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ”เจิ้งเจี๋ยที่กลับมาจากตัวอำเภอ เห็นว่านางกำลังวุ่นวายกับอะไรสักอย่างอยู่ จึงเอ่ยถาม “ข้ากำลังปลูกดอกไม้ที่เจ้าให้เมล็ดพันธุ์มาเมื่อครั้งก่อนนะ แล้วเจ้าล่ะ ไปขายกวางเป็นเยี่ยงไรบ้าง ขายได้หรือไม่”นางเอ่ยถาม แต่ไม่ได้มองเขา เพราะนางกำลังจดจ่อกับการพรวนดินในกระถางอยู่
“ขายได้สิ ข้าขายได้ถึง 1 ตำลึงทองเลยนะ”เจิ้งเจี๋ยพูดด้วยเสียงที่ภาคภูมิใจฟางเหนียงได้ยินเช่นนั้น ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง“โฮ!!! ขายได้แพงถึงเพียงนั้นเลยรึ”นางหันมาล้างถือในถัง แล้วกวาดสายตาไปเห็นของที่อยู่ในมือของเจิ้งเจี๋ย“เจ้าซื้ออะไรมารึ ทำไมมากมายถึงเพียงนี้” เจิ้งเจี๋ยวางของไว้บนโต๊ะ พร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าเห็นว่าเจ้าชอบทานเนื้อหมู ข้าเลยซื้อมาให้ ส่วนนี้เมล็ดพันธุ์ของพริกหยวก เห็นเถ้าแก่บอกว่ามันเป็นพริกที่ได้มาจากทางเหนือ คนชั้นสูงที่นั่นนิยมทานพริกหยวกผัด แต่ราคามันแพงไปหน่อย จึงมีขายแค่ในภัตตาคารเท่านั้น”เจิ้งเจี๋ยคิดว่าหากเอามาปลูกขายก็น่าจะได้ราคาดี เขาจึงเอาทั้งหมดที่เถ้าแก่มี แต่ถึงเช่นนั้นก็ได้มาแค่ 1 กำมือเท่านั้น เพราะเถ้าแก่มีเพียงเท่านี้ และราคามันก็แพงมากด้วย ไม่รู้ว่าปลูกมาแล้วจะเป็นพริกหยวกจริงหรือไม่ แต่ดูลักษณะนิสัยของเถ้าแก่แล้วก็ไม่น่าจะเป็นคนหลอกลวง
“มีเท่านี้เองรึ”ฟางเหนียงพูดด้วยความเสียดาย ปลูกรอบแรกคงยังไม่ได้ขายแน่นอนเพราะนางต้องเอาเมล็ดพันธุ์เก็บไว้ก่อน เจิ้งเจี๋ยที่เห็นท่าทางของนางเป็นเช่นนั้น จึงเอ่ยปลอบใจ “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยววันหลังข้าจะเข้าไปถามร้านอื่นให้เจ้าด้วยดีหรือไม่” ฟางเหนียงส่ายหน้า แล้วเอ่ยตอบเขา “ไม่เป็นไร ยังไงข้าก็จะปลูกแค่มะเขือเทศก่อน ส่วนพริกหยวกเราปลูกไว้เก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ไปก่อน รอบหน้าค่อยปลูกไว้ขายก็ได้” วันต่อมาทั้งสองคนเข้าอำเภอเพื่อซื้อไถและวัวอีก 2 ตัว หลังจากที่กลับมาจากอำเภอ ทั้งสองคนก็ลงมือทำการพลิกหน้าดินทันที การพลิกหน้าดินใช้เวลาแค่วันเดียวก็เสร็จ นางจึงชวนเจิ้งเจี๋ยไปถางหญ้าที่นาของนางแล้วจึงพลิกหน้าดินไว้เพื่อปลูกอย่างอื่น ขณะที่รอให้ดินแห้งทั้งสองคนก็พากันไปตัดไม้ที่เชิงเขามาไว้ทำคอกให้วัวทั้งสองตัว
ดินที่พลิกหน้าดินไว้แห้งแล้ว ฟางเหนียงจึงทำการเพาะกล้ามะเขือเทศและพริกหยวก ส่วนเจิ้งเจี๋ยก็กำลังทำคอกวัวเช่นกัน ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันทำ ใครทำเสร็จก่อนก็ไปช่วยอีกคน งานจะได้เสร็จเร็วขึ้น ฟางเหนียงที่ทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้วก็ไปช่วยเจิ้งเจี๋ยต่อ ทั้งสองช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น หลังจากที่ทำคอกวัวเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็เอาวัวเข้าคอก แล้วจึงพากันเข้าบ้าน อาบน้ำล้างตัว กินข้าว แล้วเข้านอน ตื่นเช้ามาฟางเหนียงก็ไปรดน้ำผัก แล้วเดินมารดน้ำดอกไม้ที่อยู่ในกระถางพันปี วันนี้ดอกไม้เริ่มออกดอกตูมแล้ว แต่ดอกมันกลับมีสีดำ ดอกไม้อะไรกันนางไม่เคยเห็นมาก่อน“เจิ้งเจี๋ยเจ้าช่วยมาดูดอกไม้นี้ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”