ตอนที่ 31
บทที่ 31 ทำเล้า
October 22, 2026
การไปเมืองเฟิ่งฟู่ครั้งนี้ของเจิ้งเจี๋ยนั้น มีแต่พ่อค้าหน้าใหม่ที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีพื้นฐานในการทำการค้ามาบ้างจึงทำให้เขาได้ลูกค้ารายใหญ่ที่จะซื้อมะเขือเทศของเขามาสองเจ้า และทั้งสองเจ้าก็ได้ทำการจองมะเขือเทศไว้ล่วงหน้าแล้วพร้อมกับจ่ายค่ามัดจำมาแล้วด้วย "ลูกค้าทั้งสองเจ้านี้รู้จักเจ้าหรือไม่" เจิ้งเจี๋ยส่ายหน้า พ่อค้าที่เขาเจอวันนี้ไม่มีใครที่เขาเคยเจอมาก่อนสักคนเดียว ยกเว้นพ่อค้าที่ซื้อดอกไม้คนตายกับเขา นางกลัวว่าป้าของเขาจะรู้ แล้วจะมารบกวนเขาอีก "ฟางเหนียงเจ้าดูนี่สิ" นางที่เห็นเช่นนั้นก็อ้าปากค้างทันที เจิ้งเจี๋ยวางเงินทั้งหมดให้ฟางเหนียงดู
เจิ้งเจี๋ยคิดไว้แล้วว่าหากพ่อค้าได้เห็นเจ้าดอกไม้นี้ เขาต้องได้ 1 พันตำลึงทองแน่นอน แต่พ่อค้ากลับซื้อดอกไม้ของเขาถึง 2 พันตำลึงทอง พ่อค้าให้เหตุผลกับเขาว่า ดอกไม้นี่มีอายุประมาณ 2 พันปีแล้วเงิน 2 พันตำลึงทองถือว่าไม่มากเกินไปอย่างแน่นอน เจิ้งเจี๋ยที่ไม่เคยเห็นตั๋วเงินมากมายเช่นนี้มาก่อน มือที่ยื่นไปรับตั๋วเงินในยามนั้น มันสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ พ่อค้าที่เห็นอาการของเจิ้งเจี๋ยในเวลานั้นก็หัวเราะขึ้นมาทันที
เจ้าเด็กคนนี้ไม่ต่างอะไรจากพ่อของเขาเลยสักนิด ครั้งแรกที่พ่อค้าคนนี้ได้ทำการค้ากับท่านพ่อของเจิ้งเจี๋ย ก็รู้สึกถูถชะตาทันที และหลังจากวันนั้นเขาก็ได้ทำการค้ากับท่านพ่อของเจิ้งเจี๋ยแค่ไม่กี่ครั้ง ก็ได้ข่าวว่าท่านพ่อของเจิ้งเจี๋ยป่วยหนักและออกไปอยู่นอกเมือง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรท่านพ่อของเจิ้งเจี๋ยถึงได้ป่วยเช่นนั้น เพราะเขาไม่ได้มาทำการค้าอยู่เมืองเฟิ่งฟู่บ่อยนัก จึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเหย่ คนในจวนก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักคำ เพราะหากใครกล้าพูดออกมา มันผู้นั้นคงอยู่นับดาวในโลกนี้ได้อีกไม่นานอย่างแน่นอน เจิ้งเจี๋ยเอาเงินทั้งหมดที่ขายมะเขือเทศและดอกไม้คนตายให้กับฟางเหนียง เขาไปไม่เสียรอบจริงๆ เงินที่ขายดอกไม้คนตายได้ 2 พันตำลึงทอง ส่วนมะเขือเทศนั้นเขาขายได้ 100 ตำลึงทอง
"ฟางเหนียงหากทำการซื้อขายที่ดินเสร็จแล้วนั้น ข้าขอปลูกมะเขือเทศเพิ่มได้หรือไม่" เขาคิดว่าตอนนี้ที่แคว้นนี้ คงมีแค่บ้านของเขาเท่านั้นที่ปลูกมะเขือเทศได้ และตอนนี้เขาก็อยากปลูกมันให้ได้มากที่สุด เพราะมันกำลังเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก ฟางเหนียงเห็นด้วยกับความคิดของเขาเพราะนางก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้นางจะลองทำการปักชำมะเขือเทศด้วย จะได้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ ทั้งสองนั่งคุยกันจนมืดค่ำถึงได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ทำกับข้าวเย็น หากไม่ติดว่าสงสารสุนัขทั้งสามตัวนั้น นางและเขาคงนั่งคุยเล่นกันอีกนาน ฟางเหนียงเอาเงินเข้าในตู้และเก็บเป็นเงินสะสมไว้เกือบทั้งหมด นางแบ่งเอาไว้ใช้ 100 ตำลึงทอง ครั้งนี้นางได้รางวัลมาถึง 20 ชิ้นและมีของใหม่เพิ่มมาอีกด้วย "ภารกิจของโฮสต์ครั้งนี้ ให้เอาไข่ไก่ 100 ฟอง ไข่เป็ด 100 ฟอง ไปบริจาค แต่ไข่ทั้งหมดจะต้องทำการเลี้ยงแม่ไก่ แม่เป็ด ให้ไข่ออกมาด้วยตัวเองเท่านั้น ห้ามซื้อของคนอื่นมาทดแทนเด็ดขาด" อะไรกัน จะไม่ให้นางพักบ้างเลยใช่รึไม่ เฮ้อ!!! นางบ่นในใจ
หลังจากที่เจิ้งเจี๋ยกลับมาจากเมืองเฟิ่งฟู่ได้ไม่กี่วัน เจ้าตัวเล็กของนางทั้งสองตัวก็ติดเขาอย่างกับเงา นี่ถ้าหากว่าเจ้าสองตัวนี้เข้าไปนอนในห้องของนางได้นะ บอกได้เลยว่านางคงต้องถูกไล่ออกจากห้องเป็นแน่ เพราะเจิ้งเจี๋ยหลงเจ้าแสบทั้งสองตัวนี้หนักมาก แค่นางดุมันนิดหน่อย เจิ้งเจี๋ยก็รีบแก้ต่างให้พวกมันทันที และทุกครั้งที่เจิ้งเจี๋ยแก้ต่างให้พวกมัน เจ้าสองแสบมักจะส่งสายตามาเยาะเย้ยนางทุกครั้ง ชิ คอยดูเถอะพวกเจ้าทั้งสองตัว เจ้ากับข้าได้เห็นดีกันแน่ เมื่อเช้านี้หลังจากที่นางและเจิ้งเจี๋ยทานข้าวเสร็จ ท่านป้าก็เข้ามาหาพวกนางอีกครั้งพร้อมโฉนดที่ดิน ทั้งสามคนได้พากันเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อทำการซื้อโอนที่ดินให้มาเป็นของฟางเหนียง เสร็จแล้วฟางเหนียงก็ยื่นเงิน 30 ตำลึงทองให้ท่านป้าต่อหน้านายอำเภอและพนักงานอีกสองคน เพื่อให้เขาเป็นพยานต่อการซื้อขายในครั้งนี้ "ขอบคุณท่านป้ามากนะเจ้าค่ะ ไว้มีโอกาสเราคงได้เจอกันอีกเจ้าค่ะ"ท่านป้ายิ้มแล้วพยักหน้าให้นาง