ตอนที่ 119
บทที่ 119 พาล
October 28, 2026
มีนาก็ได้พูดปีไปแบบไม่ชัดเจน เพื่อนร่วมงานสาวข้างๆ ก็ได้รีบพูดไปว่า “งั้นก็จบก่อนฉัน สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ฉันชื่อบิว รุ่นพี่ชื่ออะไรคะ?”
“ไม่ต้องเรียกรุ่นพี่ก็ได้ มีนาค่ะ”
“งั้นต่อไปฉันเรียกพี่ว่าพี่นานาละกัน”
มีนาพยักหน้า มองไปทางเพื่อนร่วมงานคนใหม่บิว ใบหน้ากลมๆ หน้าตาสวยน่ารัก ตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ได้เต็มไปด้วยความสดใส ก็ได้มามองตัวเองว่าของพวกนี้ก็ได้หายไปแล้ว
ถึงแม้ว่าตัวเองนั้นรู้สึกเสียดายมาก แต่ว่าช่วงเวลาพวกนั้นไม่มีทางที่จะกลับมาแล้ว
อิจฉาก็อยู่ในส่วนอิจฉา แต่ว่าก็ต้องมองข้างหน้า เธอก็ได้ตั้งสติ แล้วก็เก็บกวาดโต๊ะทำงานของตัวเองเงียบๆ
......
มาร์ชนั่งอยู่ที่ห้องทำงานชั้นบนสุดของNX Group ได้กดปากกาเซ็นชื่อในมือไม่หยุด มองโทรศัพท์เป็นครั้งคราว ก็ไม่มีสายโทรมาขอความช่วยเหลือจากมีนา
ตอนนี้ที่บริษัทแอมทีแฟชั่นมีกฎที่เข้มมากๆ เมื่อวานตอนอยู่บนเตียงนั้นเขาก็แค่รับปากแค่ลมปากเท่านั้น ไม่ได้เอาจดหมายอะไรให้เธอเลย และก็ไม่ได้บอกอะไรกับคนในบริษัทแอมทีเลย
เช้านี้เธอได้ไปที่บริษัทแอมทีแฟชั่นต้องได้เจอกับอุปสรรคแล้วก็ต้องมาหาเขาเพื่อเอาจดหมาย แต่ว่าตอนนี้ใกล้เที่ยวแล้ว ก็ไม่เห็นเธอส่งข้อความหรือว่าโทรศัพท์มา
แปลก หรือว่าเธอไม่ได้ไปที่บริษัทแอมทีแฟชั่น แต่เห็นว่าเธอร้อนใจที่อยากจะออกไปทำงานแบบนั้น น่าจะไม่ใช่
เขาก็ได้เอาโทรศัพท์ภายในของห้องทำงานขึ้น โทรสายใน “ช่วยฉันไปที่บริษัทแอมทีแฟชั่น ถามว่าวันนี้มีนาได้เข้าทำงานไหม?”
“ได้” ชาร์วีตอบไป ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเล่นอะไรอีก แต่ก็ยังรีบโทรไปถาม
ไม่นาน ชาร์วีก็ได้ไปให้คำตอบเขาที่ห้องทำงานเอง แล้วก็ยังรวดชงกาแฟไปให้เขาด้วย วางไว้ที่โต๊ะทำงานเขา “ยังยุ่งอยู่เหรอ? กลางวันไปทานข้าวด้วยกันไหม?”
“ไม่ล่ะ ฉันให้เลขาสั่งข้าวมาให้” มาร์ชไม่ได้เงยหน้า ก็ได้ปฏิเสธเขาไป
“กลางวันสั่งข้างมากินทุกวัน ทำโอกลางคืนก็สั่งข้าง แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ......”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดมากแล้ว เรื่องที่ฉันให้นายถามไปถามมาหรือยัง?” มาร์ชก็ได้วางปากกาบนมือลงที่เอกสารอย่างแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญ
สองมือของชาร์วีก็ได้ล้วงกระเป๋า ยิ้มแล้วพูดว่า “เข้าทำงานแล้ว ถูกเทมป์พาไปที่แผนกออกแบบแล้ว”
“เธอไม่มีเอกสารอะไรเลย ทางบริษัทแอมทีก็ให้เธอเข้าทำงานแล้ว? เห็นว่ากฎของบริษัทเป็นของเล่นหรือไง!”
“ก็ไม่ได้ให้เธอเข้าไปง่ายๆ นะ ตอนแรกเธอก็ได้ถูกล็อบบี้ปฏิเสธอยู่ เกือบที่จะถูกรปภลากตัวออกไปแล้ว แต่ก็ได้เจอกับเทมป์พอดี สาวสวยที่ล็อบบี้ทางนั้นเห็นว่าเธอนั้นรู้จักกับเทมป์ อีกอย่างเทมป์ยังบอกอีกว่าเดี๋ยวจะเอาเอกสารอื่นๆ มาให้ทีหลัง เพราะงั้นก็ไม่ได้ขวาง”
พอได้ยินสีหน้าของมาร์ชก็ได้เครียด ถามอย่างเย็นชาว่า “พนักงานล็อบบี้ที่จะให้รปภมาไล่เธอออกไปเป็นใคร แล้วเป็นใครที่ปล่อยให้เธอนั้นเข้าไปในแผนกออกแบบพร้อมกับเทมป์?”
“ผู้หญิงคนนั้นเหมือนว่าชื่อฟ้า”
“ให้เธอเก็บของของตัวเอง แล้วก็ไปเอาเงินเดือนที่ฝ่ายการเงิน”
ชาร์วีก็ได้รีบพูดแทนพนักงานสาวคนนั้นว่า “คุณชายใหญ่ คุณเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย เพื่อเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องถึงกับไล่เขาออกก็ได้หรือเปล่า?”
“นายนั่นแหละที่บ้า!” มาร์ชก็ไม่รู้ว่าอยู่ๆ ทำไมตัวเองถึงได้โมโหมากๆ คิดว่าพนักงานล็อบบี้คนนั้นกล้าที่จะเรียกรปภมามีนาออกก็โมโห และได้ยินว่าเทมป์ออกมาจัดการก็ยิ่งโมโห ก็เลยไปพาลจที่พนักงานคนนั้น
“ฉันรู้สึกว่าพนักงานล็อบบี้สาวคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด เธอน่าจะยังไม่เคยเจอกับมีนามาก่อน แน่นอนต้องไม่รู้จักเธอ ต่อมาเทมป์เป็นคนออกมาจัดการ เธอก็ปล่อยเข้าไป นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล......”
“นายฟังที่ฉันพูดไม่รู้เรื่องเหรอ? แล้วแต่นายจะหาเหตุผลอะไรก็ได้ ไล่เธอออก เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าเคยมีแขกมาร้องเรียนว่าพนักงานนั้นมีท่าทางไม่ให้เกียรติคนไม่ใช่เหรอ? งั้นก็เหตุผลนี้” มาร์ชพูดเสียงแข็ง ไม่มีท่าทางที่จะเปลี่ยนใจ แล้วก็ก้มหน้า ยกมือไล่เขาออกไป
มันหมายความว่าถ้าไม่มีธุระสำคัญก็ไม่ต้องมากวนเขา ชาร์วีเดินออกไปอย่างไร้ทางช่วย ก็เลยทำได้แค่ทำตามคำสั่งของเขา ใจคิดถ้ามาร์ชมีความเห็นอกเห็นใจเหมือนเขาสักครึ่งหนึ่ง กับมีนาก็คงไม่ทะเลาะมาถึงตอนนี้ มีเหรอจะไม่ได้ใจของคนเขา