ตอนที่ 174
บทที่ 174 ไม่เคารพความเท่าเทียมกันเลย
October 28, 2026
เมื่อขับรถกลับมาถึงเมือง C ชาร์วีก็ขับไปจอดที่หน้าประตูทางเข้าคอนโด มาร์ชไม่ได้ปลุกมีนาให้ตื่น แต่อุ้มเธอขึ้นคอนโดแทน
เขาวางเธอลงบนเตียงในห้องนอนอย่างเบามือ แล้วห่มผ้าให้เธอเสร็จสรรพ ไม่ให้อธิเข้ามากวนเธอ พร้อมกับเธอออกไปปิดประตูลงเบาๆ เอ่ยพูดกับอธิที่กำลังส่งสายตาอ้อนอยากไปหาแม่ว่า “วันนี้แม่เหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวพ่อเล่นกับลูกเอง ให้แม่พักผ่อนดีๆ”
อธิหยุดความคิดที่จะเข้าไปหามีนาอย่างเชื่อฟัง เอียงคอแล้วพูดว่า “งั้นพ่อเล่านิทานให้ผมฟังได้ไหม ผมอยากฟังเรื่องภูตน้อยแฟร์รี่”
วิ่งไปมาทั้งวัน แถมยังต้องจัดการนักเลงสองคนนั้นอีก เอาจริงๆเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน ยังดีมีอีกหลายเรื่องรอให้เขาไปจัดการ แต่ว่าเขาก็ยังเลือกอยู่กับอธิ รอให้ลูกนอนหลับก่อนแล้วค่อยไปจัดการทีหลัง
“ทำไมอยากฟังเรื่องนี้ล่ะ?”
อธิหยิบสมุดวาดรูปที่วาดได้แค่ครึ่งเดียวออกมา แล้วพูดว่า “เพราะว่าผมอยากวาดภูตน้อยให้เสร็จ”
มาร์ชอุ้มเขาขึ้นมา “ได้สิ วันนี้พ่อจะเล่านิทานให้ฟังเอง”
อธิกอดคอของเขาเอาไว้แล้วถามว่า “ภูตมีหูกับจมูกที่ยาวใช่ไหมครับ?”
“บางตัวก็ใช่ บางตัวก็ไม่ใช่ พวกเขาน่าจะมีปีกด้วย…..”
……
มีนาฝัน ฝันว่าตัวเองกำลังเดินย่ำอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน ร่างกายหนาวสั่นระริก
เธอเดินอยู่นาน จนสุดท้ายก็ทรุดตัวลงบนหิมะอย่างทนไม่ไหว แล้วขดตัวเป็นก้อน
ในตอนนี้เองก็มีคนเอาผ้าห่มหนาๆมาปกคลุมร่างกายให้เธอ พร้อมกับกระชับกอดเธอเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น เธอได้ยินเสียงหัวใจของใครอีกคน มันเต้นแรงมาก จนทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
ตอนที่เธอตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน และตอนนี้กำลังนอนซบอยู่บนอกของมาร์ช จึงได้ยินเสียงของหัวใจของเต้นอย่างชัดเจน
เธอจำได้ว่าเมื่อวานเผลอหลับไปตอนอยู่บนรถ ไม่รู้ว่ากลับมาถึงคอนโดตอนไหน และไม่รู้ว่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนได้ยังไง
ให้ตาย ทำไมถึงหลับลึกขนาดนั้นล่ะ? เธอขยับตัวเล็กน้อย ชายหนุ่มข้างกายยังไม่รู้สึกตัว คงกำลังนอนฝันหวาน
เธอไม่กล้าขยับตัวมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้มาร์ชตื่น เมื่อหันออกไปมองทางหน้าต่าง ก็พบว่ามีแสงอาทิตย์เจิดจ้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างแล้ว
บางทียาสลบเมื่อวานอาจจะแรงมากเกินไป เธอถึงได้หลับสนิทมาจนถึงตอนนี้
เธออยากลุก แต่ไม่กล้าปลุกมาร์ช จึงทำได้เพียงนอนรออยู่ในอ้อมกอดของเขา อาศัยช่วงที่เขากำลังหลับเงยหน้าพินิจพิจารณาใบหน้าของเขาอย่างละเอียด
ดูจากใต้ต้าคล้ำๆของเขาแล้ว เมื่อวานคงไม่ได้พักผ่อนเพียงพอสินะ?
เธออดยื่นมือออกไปลูบโครงหน้าของเขาเบาๆไม่ได้ โครงหน้าที่ดูดีขนาดนี้ มีแค่ตอนหลับเท่านั้นถึงจะดูอ่อนโยนอย่างที่ปกติไม่เคยเป็น
เป็นครั้งแรกที่เธอสังเกตว่าทุกครั้งหลังจากเจอเรื่องน่าหวาดกลัว การได้หลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาเป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุด
เธอร่อนเร่พเนจรมาโดยตลอด แต่ไหนแต่ไรไม่เคยคิดที่จะหยุด แต่ผู้ชายคนนี้กลับให้ความรู้สึกมั่นคงแก่เธออย่างไม่คาดคิด
“มีนา เธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า ความมั่นคงที่ว่าคือเขากักขังเธอไว้ไม่ต่างอะไรจากนกในกรงเลยนะ ไม่เคารพความเท่าเทียมกันเลยสักนิด” เธอเอ่ยเตือนตัวเองในใจไม่หยุด ว่าอย่าโดนผู้ชายที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนในยามหลับคนนี้ล่อลวงเด็ดขาด
ในตอนที่เธอกำลังลูบหน้าเขา อยู่ๆเธอก็ไล่ปลายนิ้วมาที่ริมฝีปากของเขาอย่างไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเองเขาก็ตื่นขึ้นมา จับมือเธอไว้แล้วอ้าปากงับ เอ่ยถามอย่างมีเลศนัยว่า “คุณทำอะไร? เอาแต่มุดเข้ามาในอ้อมกอดผมไม่เท่าไหร่ แต่นี่ยังจะอาศัยช่วงที่ผมหลับให้อ่อยผมอีกเหรอ?”