ตอนที่ 175
บทที่ 175 คุณเกลียดผมงั้นเหรอ
October 28, 2026
ในตอนที่มีนานกำลังจะโทรหาชาร์วีนั้น จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้มาร์ชบอกไม่ให้เธอเข้าไปยุ่งเรื่องโรงงานบริษัทป๊อปบี้ และเธอก็รับปากแล้วด้วย
ถ้าเธอไปขอให้ชาร์วีช่วย มาร์ชก็ต้องรู้เรื่องที่เมย์ถูกจับ แต่ว่าเรื่องที่เมย์ถูกใส่ร้ายก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องในโรงงานสักหน่อยนี่
ถ้าเธอไม่สน ไม่ช่วยเมย์ล่ะก็ จะยังมีใครช่วยผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ไหม
เธอมองเบอร์ของชาร์วีบนหน้าจอโทรศัพท์ พร้อมกับเดินย่ำเท้าไปมาในห้อง เรื่องของเมย์ยังไงเธอก็ต้องสนใจ จะได้ช่วยเมย์และตัวเองจะได้ไม่ตกหลุมพรางพวกเขาด้วย
สุดท้ายเธอก็ไม่เลือกโทรหาชาร์วีโดยตรง แต่รวบรวมความกล้าโทรไปหามาร์ชแทน
“ว่า” เสียงเย็นชาของมาร์ชดังมาจากปลายสาย
มีนาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ตอนนี้คุยสะดวกคุยไหม?”
“มีเรื่องอะไร ก็รีบพูดมา”
ตอนแรกมีนาคิดคำพูดเอาไว้มากมาย แต่พอเจอท่าทีเย็นชาของเขาเข้าก็พูดอะไรไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องพูดออกมา “เมย์มีเรื่อง ตอนนี้อยู่ที่สถานีตำรวจ เราจ้างทนายไปช่วยเธอได้ไหม?”
“มีเรื่องอะไร?” มาร์ชเอ่ยถามเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก
“หัวหน้าโรงงานบริษัทป๊อปบี้ใส่ร้ายเธอว่าขโมย…..”
มาร์ชพูดตัดบทเธอ “เข้าใจแล้ว ในเมื่อถึงขั้นจ้างทนาย ก็แปลว่ามีหลักฐานว่าเธอขโมยค่อนข้างน่าเชื่อถือ แบบนี้คงจัดการยากละ”
มีนากลัวว่าเขาจะอยู่เฉยๆไม่ยอมช่วย จึงรีบพูดว่า “เป็นคนดีก็ต้องเป็นให้สุด เมื่อก่อนคุณเคยช่วยเธอและลูกของเธอไม่ใช่เหรอ? เพราะงั้นครั้งนี้เราจะไม่สนใจไม่ได้ ใช่ไหม…..ว่าไง?”
“มีนา!คุณคิดว่าคุณเป็นใคร? แม้แต่ตัวคุณเองยังเอาไม่รอด ยังมีหน้าจะไปช่วยใครอีกเหรอ!” เสียงของมาร์ชในสายแข็งกร้าวขึ้น
“ใช้ฉันมันโง่และไร้ความสามารถ แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอด แต่ใครกันล่ะลากฉันเข้ามาในวังวนความแค้นแสนวุ่นวายนี่!” แต่ไหนแต่ไรมีนาไม่เคยอยากมีชีวิตดูเหมือนร่ำรวย แต่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไม่หยุดแบบนี้
“หมายความว่ายังไง คุณเกลียดผมงั้นเหรอ?” มาร์ชเอ่ยถามอย่างพยายามข่มกลั้นความโกรธ
“ฉันก็แค่อยากบอกคุณ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะชอบการแก้แค้นและการไล่ล่าหาผลประโยชน์ไม่มีที่สุดสิ้นเหมือนคุณ” ในใจของมีนาทั้งโกรธทั้งเกลียดเขา เพราะเขาชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอถึงได้พังทลายลง และก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่พาเธอเข้ามาอยู่ท่ามกลางมรสุมต่างๆ ซ้ำยังไม่เคยถามความสมัครใจเธอเลยสักนิด “สำหรับฉัน ขอแค่ได้อยู่กับครอบครัวในบ้านสักหลังที่พอหลบแดดหลบฝนได้ก็เพียงพอแล้ว”
“เออ ผมก็ดีแต่สร้างความวุ่นวาย” มาร์ชทิ้งประโยคนี้ไว้อย่างหัวเสียแล้วกดตัดสาย
เมื่อมีนาได้ยินเสียงตู๊ดๆจากปลายสาย ก็ไม่รู้ว่าเขาทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง จะว่าโกรธเธอก็ไม่ใช่ ข่มขู่หรือกล่าวเตือนเธอก็ไม่เชิง แต่เลือกวางสายไปดื้อๆ ก็คือจะไม่ช่วยเมย์ใช่ไหม?
เธอรู้สึกคิดผิดทำไมเมื่อกี้ถึงไปพูดคำเหล่านั้นนั้นกับเขากันนะ เขาอยากจะเย้ยหยันเธอ บอกว่าเธอไร้ประโยชน์ ก็น่าจะปล่อยให้เขาไปพูดไป
มีนาตบหัวตัวเอง ทำไมหัวร้อนไปเถียงเขาอย่างนั้นนะ คราวนี้แหละ ถ้าเกิดเขาไม่สนใจเรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็คงทำได้แค่หาทนายที่รับทำคดีขโมยตามอินเทอร์เน็ตเอาเอง
ในตอนที่เธอกำลังกลัดกลุ้มอยู่นั้น จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา หน้าจอโชว์เบอร์ชาร์วีโทรเข้า
“คุณชาร์วี สวัสดีค่ะ”
“ไม่ต้องเรียกอย่างนั้นก็ได้ครับ เรียกแค่ชื่อผมก็พอ” ชาร์วีเอ่ยเข้าประเด็นว่า “มาร์ชให้ผมติดต่อคุณ เรื่องจ้างทนายช่วยทำคดีลักทรัพย์”
มีนากำโทรศัพท์แน่น อ้าปากพะงาบๆ นี่มาร์ชตกลงว่าจะช่วยเมย์แล้วเหรอ?
เมื่อชาร์วีเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน ก็ถามว่า “นายหญิง จะให้ทนายไปที่สถานีตำรวจหรือเปล่าครับ? ไปสถานีไหน?”
มีนาเรียกสติกลับมา “ใช่ค่ะๆ ให้ทนายไปที่นั่นได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เจ้าทุกช์รออยู่ที่นั่นชื่อเมย์”
“ครับผม รับทราบ” ชาร์วีพูดจบก็เตรียมไปจัดการ