ตอนที่ 178
บทที่ 178 ตอนเด็กขี้เหร่ชะมัด
October 28, 2026
มีนายิ้มอย่างไม่เห็นด้วย เธอไม่ได้ติดต่อกับเขาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ต่อให้ตอนเด็กความสัมพันธ์จะดีแค่ไหนยังไงความสนิทก็ต้องค่อยๆจางลงอยู่ดี
“กำลังคิดอะไรอยู่เจ้าตัวเล็ก? ถึงตอนนี้ฉันกับเขาได้เจอกันอย่างมากก็คงแค่พยักหน้าทักทายในฐานะคนรู้จัก เกรงว่าแม้แต่เพื่อนก็คงไม่ใช่แล้วด้วยซ้ำ”
“ไม่หรอกน่า ผมว่านะ ในใจของพี่พลก็ยังมีพี่อยู่เสมอนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นทำไมจู่ๆ เขาถึงบอกว่าจะมาลงทุนในเมืองC...”
มีนาตัดบทเขาด้วยการถามว่า "หยุดคาดเดาไปทั่วได้แล้ว ตกลงตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม? แกบอกว่าเขาจะมาลงทุน แปลว่าเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินๆทองๆงั้นเหรอ?”
"เขาสบายดี ไม่กี่ปีก่อนเขาเพิ่งรับช่วงต่อธุรกิจจากพ่อแม่บุญธรรมของเขา จนกลายเป็น CEO บริษัทข้ามชาติ และปกติเขายุ่งมาก"
ภาพตอนในอดีตของพลปรากฏขึ้นมาในหัวของมีนา เขาผอมและสูง มีผิวสีแทน เพราะชอบเล่นกีฬาเป็นพิเศษ
เธอจำได้ว่าเขาชอบเล่นบาสเกตบอล และมักจะเห็นเขาชู้ตช็อตเด็ดๆอยู่บ่อยครั้ง
พูดตามตรง บางครั้งเธอยังแอบสงสัยเลยว่าเขามีเชื้อสายยุโรปหรือเปล่า
เขาเป็นคนที่มีโครงกระดูกสูง ดวงตาเป็นสีเหลืองอำพันมีเสน่ห์ สันจมูกพุ่งโด่ง แถมผมยังหยิกตามธรรมชาติ
แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เปลี่ยนไปมากหรือเปล่าก็ไม่รู้?
“งั้นก็ดีเลยสิ ได้เป็นถึงบอสใหญ่เชียวนะ! ว่าแต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปเยอะไหม?”
เซทท์กล่าวว่า "ตั้งแต่ที่ผมเจอเขาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อหกปีก่อน หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยเหมือนกัน แต่ก็น่าจะเปลี่ยนไปเยอะอยู่นะ แต่ไม่รู้ว่าตรงไหนเปลี่ยนไปบ้าง ผมมีเฟสบุ๊คเขาด้วยนะ พวกพี่ลองแอ๊ดเฟรนด์กันไหมล่ะ พี่ดูจากรูปโปรไฟล์เขาเอาก็ได้”
มีนารีบพูดว่า “ไม่จำเป็น ฉันแค่ถามไปอย่างนั้น มีโอกาสไว้ค่อยคุยกันก็ได้”
เซทท์ยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า “ทำไมพวกพี่ทั้งคู่ถึงเป็นเหมือนกันเลยล่ะ เมื่อก่อนตอนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหนล่ะอยากเจอกันจัง แต่พอตอนนี้รู้แล้ว ขนาดแค่จะแอ๊ดเฟรนด์ในเฟสบุ๊คก็ยังไม่กล้า"
ไม่ใช่ว่ามีนาไม่อยากได้เฟสบุ๊คของพล แต่มันกะทันหันเกินไป และเธอไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร
เขาได้รัช่วงต่อบริษัทมาจากพ่อแม่บุญธรรมที่ร่ำรวย ตอนนี้ก็คงกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว
แล้วเธอในตอนนี้ล่ะ? ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งเคยติดคุก ทั้งยังมีลูก และกลายมาเป็นผู้หญิงที่มาร์ชเลี้ยงดูไว้นอกบ้าน
ถ้าพลรู้เรื่องนี้ อย่าว่าพบกันเลย เกรงว่าเแม้แต่หน้าก็คงไม่อยากจะเห็นด้วยซ้ำ
มีนาจิบกาแฟ และพูดว่า "แกมาบอกฉันกะทันหันเกินไป ฉันไม่อยากไปติดตามเขา จนทำให้เขารู้สึกรำคาญ"
“ไม่หรอก ถึงตอนนี้พี่พลจะไปได้ดีแค่ไหน ยังไงเขาก็ไม่ทำอย่างนั้นกับพี่แน่ๆ น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว...” เซทท์กล่าวอย่างลังเล
มีนารู้สึกว่าวันนี้เขาพูดจาแปลๆ "น่าเสียดายอะไร? นี่แกเปลี่ยนมาพูดจาลังเลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เมื่อเห็นว่าเธอไม่เข้าใจจริงๆ เซทท์ก็ก้มหน้ามองฟองครีมถ้วยกาแฟแล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่พี่แต่งงานแล้ว และสามีของพี่ก็เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจของเมืองC เขาก็คงไม่อยากมารบกวนพี่มั้ง”
มีนายิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า "แค่รู้ว่าเขาสบายดี ฉันก็สบายใจแล้ว ว่าแต่ เขาเองก็น่าจะแต่งงานแล้วใช่ไหม ภรรยาของเขาเป็นชาวต่างชาติหรือเปล่า? มีลูกกี่คน?"
เซทท์กล่าวว่า "เขายังไม่แต่งงาน ยังโสดมาตลอด"
"โสดเอาโล่เหรอ" มีนาประหลาดใจ "ถ้าอย่างนั้นสเป็คของเขาต้องสูงแน่ๆ"
เซทท์มองมาที่เธออย่างมีนัย เอ่ยพูดว่า “ก็คงงั้น”
พวกเขานั่งคุยกันในร้านกาแฟตลอดทั้งบ่าย
การมีเพื่อนที่สนทนาได้ทุกเรื่องทำให้เธอรู้สึกกังวลน้อยลง