ตอนที่ 191
บทที่ 191 ความเจ็บปวดที่บรรยายออกมาไม่ได้
October 28, 2026
เบาะแสที่เธอสามารถให้ได้ก็มีเพียงเท่านี้ เซทท์กล่าว “ผมกับเพื่อนร่วมงานจะร่วมกันตามหาอย่างสุดความสามารถ”
“โกดังนั้นดัดแปลงมาจากอาคารโรงงานร้าง ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก อยู่ด้านหลังของชุมชนเก่า” อันดาอดไม่ได้จึงช่วยมีนาจำกัดขอบเขตให้แคบลง
เซทท์ได้ยินเสียงผู้หญิงอีกคนจากปลายสายโทรศัพท์ จึงถามขึ้น “พี่นานา ข้างๆ พี่เป็นใครเหรอ”
“เพื่อนพี่เอง เป็นเธอที่ส่งพี่มาโรงพยาบาล” จิตใจมีนาที่กำลังกังวลเรื่องอธิ จึงไม่ได้อธิบายอะไรกับเขามากมายนัก
“ดีเลย มีคำพูดเหล่านี้จากเพื่อนพี่ สามารถจำกัดขอบเขตให้แคบลง อย่างนั้นผมจะไปตามหาเดี๋ยวนี้เลย” เซทท์พลางพูดพลางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ไม่เห็นมีนานั้น มีอะไรเกิดอะไรขึ้นกับมีนาบ้าง แต่ว่าเขาเชื่อมั่นในตัวเธอ ช่วยเธอตามหาลูกให้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากัน
มีนาได้กล่าวขอบคุณกับอันดาอีกครั้ง อันดารู้ว่าบางทีตำรวจอาจจะตรวจพบโกดังนั้นเจอในไม่ช้า เธอรีบลุกขึ้นไปยังด้านนอกห้องผู้ป่วย แล้วโทรศัพท์หาคนของตัวเอง ให้พวกเขารีบเอาของที่อยู่ด้านในออกมาแล้วเคลื่อนย้ายไปไว้ที่อื่น
อันดามีของส่วนตัวไม่น้อยที่ใส่ไว้ในนั้น เมื่อสักครู่เพราะได้ยินมีนาเอ่ยถึงเด็ก ดูท่าทางกระวนกระวายมาก จึงอดไม่ได้ก็เลยช่วยนางไป
เมื่อเธอกลับไปยังห้องผู้ป่วย มีนาก็กล่าวอย่างขอโทษเล็กน้อย:“ฉันทำให้เธอลำบากมากหรือเปล่า ขอโทษนะ"
“ไม่เป็นไร” อันดาเต็มไปด้วยความไม่สนใจ และถามเธอต่อ “เธอบอกว่าเด็กถูกขังอยู่ในโกดังนั้นคือยังไงเหรอ”
มีนาเห็นเธอยังคงมีน้ำใจเช่นนี้ จึงได้บอกเธอไปตรงๆ :“ความจริงแล้วลูกของฉันถูกลักพาตัวไป ฉันถึงได้หาโกดังนั้นเจอ แต่ใครจะไปรู้ว่าจะไปเจอกับพวกสารเลวนั่น ซึ่งก็เป็นศัตรูของฉันด้วย เรื่องราวหลังจากนั้นเธอก็รู้ทั้งหมดแล้ว”
“ลูกของเธอเหรอ ใช่ลูกที่เธอคลอดในเรือนจำคนนั้นไหม”
“ใช่ เขาเอง อธิ” มีนากล่าวอย่างเศร้าๆ “ยังจำเด็กคนนี้ที่ชื่อนิรันดร์ได้ไหม ตอนนั้นเป็นพวกเธอที่ช่วยกันตั้งชื่อขึ้นมา”
อันดารีบพยักหน้า ยิ้มแล้วกล่าว“จำได้ จำได้ ตอนนั้นพี่สาลี่ผู้ไม่มีความรู้ยังบอกว่าจะตั้งชื่อเสริมดวงเสริมมงคลด้วย”
“คำว่าอธิ/นิรันดร์ยังเป็นเธอที่ช่วยฉันคิดขึ้น เธอบอกว่ามองดูดวงดาวบนท้องฟ้าในแต่ละคืนจากห้องขังนั้นช่างสวยงามที่สุดและมีความใหญ่ยิ่งเป็นนิจนิรันดร์” มีนานึกย้อนความจำแล้วกล่าว “ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ชื่ออธิ/นิรันดร์นี้ ก็คงหมายถึงดวงดาวที่ใหญ่ยิ่งเจิดจรัสแสงอยู่ในห้วงจักรวาลที่ไร้ขอบเขตเป็นนิจนิรันดร์”
“ใช่ ชื่อนี้เพราะมาก เด็กถูกใครลักพาตัวไปเหรอ ฉันจะช่วยเธอตามหา จะต้องลากคอคนที่ลักพาตัวเด็กมาให้ได้!” อันดากล่าวด้วยความโกรธ
มีนากล่าวด้วยความเศร้าเสียใจ“รายละเอียดนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน น่าจะเกี่ยวข้องกับธารณ์”
“คือไอ้สารเลวที่อยากจะทำมิดีมิร้ายกับเธอคนนั้นเหรอ”
มีนาพยักหน้า
อันดากำหมัดขึ้นแล้วกล่าว“ฉันให้คนไปตอนเขาแล้ว รู้อย่างนี้น่าจะจับเขาไว้แต่แรก บังคับให้เขามอบตัวเด็กออกมาก่อน แล้วค่อยทำการตอนเขา!”
“อันดา ขอบคุณนะ หลังจากที่เธอออกจากเรือนจำแล้วเธอทำอะไรเหรอ ทำไมถึงเจอเธอที่นั่นได้”
“ฉัน……ฉันก็ไม่ได้ทำอะไร ทำเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปเลี้ยงชีวิตไปวันๆ ก็เท่านั้น”
“แต่ว่าทำไมเวลาเธอพูดถึงเหมือนกับเจ๊นักล่ะ ฉันจำได้ข้างกายธารณ์ยังมีลูกน้องอยู่ด้วย พวกเขาล้วนไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย เธอช่วยฉันออกมาได้ยังไง”
อันดาไม่รู้จะตอบเธออย่างไรดี จึงช่วยเธอห่มผ้าพร้อมหลบสายตา จากนั้นกล่าว:“ฉันก็มีคนของฉันเหมือนกัน เพียงพอที่จะต่อกรกับพวกเขาได้ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว เธอเสียเลือดไปมาก ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ ส่วนฉันจะไปช่วยเธอสืบหาเบาะแสของเด็ก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมเธอใหม่”
กล่าวจบเธอไม่รีรอให้มีนาได้เอ่ยปาก และจะออกจากห้องผู้ป่วยไป แต่ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันหน้ากลับมากำชับกับมีนา:“บนโต๊ะมีซุปไก่พุทราแดงที่ฉันซื้อมา อย่าลืมดื่มนะ”
มีนายังไม่ทันได้กล่าวจบ เธอก็จากไปแล้ว”
เห็นท่าทีเธอที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ตัวตนของเธอ มีนาจึงยิ้มอย่างจนปัญญา
อย่างไรก็ตาม เธอก็รู้สึกว่าร่างของเธอนั้นเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก ดังนั้นจึงปิดตาลงอย่างอ่อนแรง และหวังให้พวกเขาสามารถตามหาตัวอธิให้พบโดยเร็วพลันแล้วรีบพากลับมา
……
มาร์ชนอนหลับอยู่บนโซฟาโดยใช้เสื้อปิดคลุมอยู่ แต่ว่านอนหลับได้ไม่ลึก เมื่อโทรศัพท์ดังก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
“ฮัลโหล มีเรื่องอะไร”