ตอนที่ 192
บทที่ 192 เห็นทีว่าผมคงคิดผิด
October 28, 2026
มีนาใจสั่นกระตุก เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของเขา ถึงตระหนักได้ว่า มาร์ชมาถึงที่โรงพยาบาลแล้วจริงๆ
มาร์ชจับมือของเธอมา แล้วถามอย่างเย็นชา:“ไปไหนมา รู้เรื่องที่ตัวเองตั้งครรภ์ไหม”
มีนาไม่กล้าสบตากับเขา “ค่ะ เมื่อวานแค่อยากจะออกไปตามหาลูก”
“รู้ทั้งรู้สภาพร่างกายตัวเอง ยังจะไปเสี่ยงอันตรายอีก คุณอยากตายหรือไง ตอนนี้แท้งลูกไปแล้ว ลูกที่แท้งไปเป็นของผมใช่ไหม”
มีนาไม่สามารถอดกลั้นความเจ็บปวดในใจไว้ได้ จึงเอียงหน้าไปด้านข้างแล้วกล่าว:“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้”
มาร์ชกล่าวถามต่อ:“ยังมีอีก รู้ว่าตัวเองตั้งท้องแล้วทำไมถึงไม่บอกผม คุณก็รู้ว่าผมตั้งหน้าตั้งตารอมากแค่ไหนที่จะมีลูกเป็นของตัวเอง”
“ขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าจะบอกคุณยังไง……” ขณะที่มีนาพูดจู่ ๆ ได้หันมามองแล้วถามเขา “คุณรู้ไหมว่าฉันตั้งท้องได้อย่างไร ฉัน……ความจริงแล้วทานยาคุมมาโดยตลอด”
ถึงขนาดนี้แล้ว เธอไม่มีอะไรต้องปิดบังเขาอีก ยาคุมกำเนิดที่เธอกินไม่ได้ผล ทำให้เธอสับสนงุนงง
“ผมรู้ ดังนั้นจึงได้ทำการเปลี่ยนยาคุมกำเนิด” มาร์ชกล่าวอย่างจนปัญญา “ผมรู้ว่าใจของคุณมีคนอื่น จึงไม่ยอมมีลูกให้กับผม เห็นทีว่าผมคงคิดผิด ถึงแม้จะทำให้คุณตั้งท้อง คุณก็ยังไม่รักและหวงแหนลูกในท้องอยู่ดี”
“คุณแอบเปลี่ยนยาคุมกำเนิดของฉันได้ยังไง นี่ไม่เคยให้ความเคารพฉันเลย แต่ไหนแต่ไรมาคุณก็ไม่เคยรู้ว่าอะไรคือการให้ความเคารพอยู่แล้ว” มีนาเองก็บอกไม่ถูกว่าอึดอัดในใจมากแค่ไหน ไม่อยากจะเจอเขา จึงหันหน้าไปด้านข้าง และน้ำตาไหลพรากออกมา
มาร์ชอยากจะถามเธอมากว่า จะคุมกำเนิดหรือไม่ จะมีหรือไม่มีลูก ควรเป็นการตัดสินใจของพวกเขาสองคน เธอปิดบังเขาเรื่องทานยาคุมกำเนิด แบบนี้เป็นการเคารพเขาไหม
ใครกันแน่ที่ไม่รู้จักการให้ความเคารพ แต่ว่าเขาเห็นเธอที่อ่อนเพลียมาก และก็ไม่อยากจะทะเลาะกับเธอในเรื่องที่ไม่สามารถเรียกร้องให้กลับคืนมาได้อีก
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง:“ช่างเถอะ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณพักรักษาตัวให้ดี”
“หวังว่าจะหาอธิเจอให้โดยเร็วที่สุด เขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้” หลังกล่าวจบมีนาก็เอาศีรษะซุกเข้าไปในหมอน ไม่ยอมให้มาร์ชเห็นใบหน้าที่โศกเศร้าของเธอ
เวลานี้มาร์ชเองก็ไม่อยากบอกเรื่องที่ได้ทำการตรวจดีเอ็นเอกับอธิแล้ว สิ่งที่เธอหวังก็เป็นสิ่งที่เขาหวังเช่นกัน
ลูกของเขาตอนนี้ก็เหลือเพียงอธิแล้ว
เขานั่งอยู่เป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ ข้างเตียงผู้ป่วย โดยไม่ได้พูดอะไรอีก
มีนานึกถึงเรื่องพวกนี้ทีไรหัวใจก็เจ็บจี๊ดทุกที และก็ไม่ยอมมองมาทางเขาเลย
……
เมื่อเซทท์และทางฝั่งตำรวจที่รับผิดชอบคดีลักพาตัวหาโกดังเจอ ก็ไม่พบตัวเด็กอยู่ด้านใน
ผู้ดูแลโกดังก็ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่มีการขังเด็กที่นี่ แต่ตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลโกดังของพวกเขา ยังมีสินค้าที่วางอยู่ด้านใน พบว่าเป็นวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน
อีกทั้งสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย พวกเซทท์จึงแจ้งไปยังกรมศุลกากรและคนในหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ปิดโกดังนี้เสีย
เซทท์ไม่ได้นำข่าวนี้ไปแจ้งให้กับมีนา เพราะกลัวว่าเธอจะผิดหวัง จึงกลับไปที่สถานีตำรวจเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชาก่อน แล้วคิดต่อว่าจะกลับไปบอกมีนาที่โรงพยาบาลอย่างไรดี
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น อันดามาที่ห้องผู้ป่วยพร้อมอาหารนึ่งร้อนๆ และก็ข้อมูลที่ได้ไปสืบค้นมา หวังว่าจะมีประโยชน์ในการช่วยตามหาลูกของมีนาได้
แต่เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยนั้น ก็เห็นร่างชายหนุ่มที่สูงยาวนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของมีนา โดยนอนหลับอย่างสนิท
ส่วนมีนาก็นอนตะแคงข้างและยังไม่ตื่น อันดาวางอาหารเช้าลงด้านข้างอย่างเบาๆ เห็นคราบน้ำหน้าบนใบหน้าที่ยังเช็ดไม่แห้งของมีนา
และเธอก็เหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างเตียงของมีนาอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นเพียงใบหน้าด้านข้าง แต่ก็เพียงพอที่ทำให้เธออึ้งตะลึง
ว้าว ใบหน้านี้ช่างหล่อมาก!
หรือว่าชายหนุ่มคนนี้ก็คือพ่อของลูกมีนา
เธอหลงใหลคลั่งไคล้เล็กน้อย ทำให้อาหารที่บรรจุในกล่องเกือบจะตกลงบนพื้น
เธอเปล่งเสียงอุทานเบาๆ ทำให้มาร์ชที่หลับอยู่ตื่นขึ้น