ตอนที่ 196
บทที่ 196 ดูของก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
October 28, 2026
เซทท์ไปสถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดีลักพาตัวเด็กอีกครั้ง และบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีทราบถึงข้อมูลที่ได้มา
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีไม่ค่อยเชื่อเขาแล้ว กลัวว่าตำรวจฝึกหัดอย่างเขาจะทำให้ตำรวจอย่างพวกเขาจะเสียทั้งเวลาเสียทั้งทรัพยากรวัสดุอีกครั้ง
แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลัวจะว่าพลาดเบาะแสที่สำคัญไป จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยคนหนึ่งไปดูเหตุการณ์กับเซทท์
เซทท์ไปตามตำแหน่งที่อันดาระบุด้วยการขึ้นทางด่วน อยากจะไปถึงให้โดยเร็วที่สุด
แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ขับรถ ด้วยความที่ไม่คุ้นชินเส้นทาง จึงได้เลยทางออกบนทางด่วน พวกเขาต้องการจะวนรถกลับ จึงต้องขับไปสุดทางจนถึงอีกทางออกหนึ่ง ก็ตระหนักได้ว่าต้องใช้เวลาเพิ่มอีกสองชั่วโมง
เซทท์เป็นห่วงสถานการณ์ทางฝั่งมาร์ชอย่างมาก ลนลานและต้องการที่จะขับรถเอง และก็ไม่รู้ว่ามาร์ชจะประจันหน้ากับพวกโจรลักพาตัวพวกนี้หรือเปล่า และถ้าเด็กได้รับบาดเจ็บล่ะ พี่นานาจะต้องเจ็บปวดใจมากแน่ อย่างนั้นเขาอธิบายกับพี่พลอย่างไร
……
โจรลักพาตัวเหล่านั้นกำลังรวมตัวกันเล่นไพ่ดื่มสุราอยู่ในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก จึงเกิดความรำคาญ มีโจรลักพาตัวคนหนึ่งได้ถามขึ้นอย่างเสียงดัง :“ใครวะ”
“พวกคุณที่นี่มีเด็กที่ต้องการจะขายใช่ไหม” ชาร์วีถามด้วยเสียงสูง
โจรลักพาตัวได้ยินดังนั้นก็วางไพ่กับขวดสุราในมือลง และลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
โจรลักพาตัวคนหนึ่งที่หน้าตาล่อกแล่กถามด้วยเสียงต่ำ:“ลูกพี่ มีคนซื้อมาถึงหน้าบ้านแล้ว เช่นนั้นก็นำเด็กคนนี้มาแลกเป็นเงิน พวกเราก็จะสามารถหลบหนีต่อได้แล้ว”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ มีใบหน้าที่เหลี่ยมและดูเหี้ยม ได้ตบเข้าที่ศีรษะของโจรลักพาตัวที่หน้าตาล่อกแล่กคนนั้น จากนั้นดุด่า:“เงินงวดสุดท้ายของลูกพี่วายุยังไม่ได้ให้เลย หนีอะไรกัน ต้องได้เงินทั้งสองฝ่ายก่อน!”
“ครับๆ” โจรลักพาตัวที่หน้าตาล่อกแล่กรูปร่างเล็กได้จับศีรษะแล้วก็ทำการหลบ
โจรลักพาตัวที่ใส่แว่นขอบดำได้โน้มตัวมาบอกว่า:“ลูกพี่ เป็นคนซื้อจริงๆ เหรอ ระวังเป็นกลลวงนะครับ”
โจรลักพาตัวสองสามคนชี้ไปยังโจรที่ร่างเล็กคนนั้นแล้วกล่าว:“นายไปดูที่ประตูสิ ถามให้ชัดเจนแล้วค่อยว่ากัน อย่าปล่อยให้พวกเขาเข้ามาได้ง่ายๆ”
“ครับ” ชายร่างเล็กรีบวิ่งออกไป มาถึงข้างประตูเหล็กจึงแง้มเปิดออกทั้งสองข้าง และก็เห็นชาร์วีกับบอดี้การ์ดหนึ่งคนที่อยู่ด้านนอก
ชาร์วีกล่าวถามอย่างหมดความอดทน:“มีเด็กขายจริงๆ ไหม ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องเลย”
ชายร่างเล็กยิ้มแล้วกล่าว:“ให้ยาสลบไปตอนนี้จึงนอนหมดสติอยู่ ไม่เช่นนั้นร้องไห้เสียงดังทุกวัน น่ารำคาญสุดๆ”
ชาร์วีปลอมเป็นคนค้ามนุษย์ได้เหมือนมาก จากนั้นกล่าวถามขึ้น:“เป็นเด็กผู้ชายเหรอ อายุเท่าไรแล้ว
“ใช่ เป็นเด็กผู้ชาย น่าจะประมาณสี่ถึงห้าขวบมั้ง” ชายร่างเล็กกล่าว
ชาร์วีกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ:“อายุนี้โตไปหน่อย เปลี่ยนมือยาก ช่างเถอะๆ ผมไม่ต้องการแล้ว” ขณะที่กำลังกล่าวก็ทำท่าจะจากไป
ชายร่างเล็กจึงรีบเปิดปลดล็อกประตู “อย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งไป! มาดูของก่อนแล้วค่อยว่ากัน คุณอย่ามองว่าเด็กคนนี้อายุโตไปหน่อยสิ แต่ว่าหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักมาก ผิวพรรณขาว ใครเห็นใครก็ต้องตกหลุมรัก”
มาร์ชกับบอดี้การ์ดอีกสองคนหลบอยู่ข้างๆ ชาร์วีเองก็ไม่รีบร้อนที่จะเข้าไปด้านใน ซ้ำยังยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูก่อนถามขึ้น:“ดีอย่างที่คุณพูดจริงหรือเปล่า อย่างนั้นแล้วทำไมถึงขายไม่ออกล่ะ”
ชายร่างเล็กยิ้มอย่างประจบ:“ก็เพราะผมเพิ่งจะปล่อยข่าวเมื่อวานน่ะสิ คิดไม่ถึงว่าคุณจะตามมาเจอจนได้ เห็นทีคงทำอาชีพนี้เป็นประจำล่ะสิท่า”
“ใช่ ข่าวอย่างอื่นพวกเราไม่สันทัดสักเท่าไร แต่เรื่องนี้พวกเราให้ความสนใจอย่างมาก” ชาร์วีก็เผยรอยยิ้มออกมา
ชายร่างเล็กจึงกล่าวรีบเร่งเขา:“เถ้าแก่ครับ เข้ามาก่อนเถอะ ดูของแล้วค่อยตัดสินใจ”
ชาร์วีจึงได้พาบอดี้การ์ดของเขาเดินเข้าไป เมื่อเห็นลูกของมาร์ชถูกล่ามติดกับต้นไม้เหมือนกับสุนัขตัวหนึ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะโมโห คนพวกนี้มันสัตว์เดรัจฉานชัดๆ