ตอนที่ 264
บทที่ 264 ช่วงเวลาดีๆ
October 28, 2026
เมื่อเขาพูดถึงสร้อยข้อมือ เธอก็นึกถึงมาร์ชอีกครั้ง นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับมาร์ชเมื่อคืนนี้ และพูดว่า: “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำสร้อยข้อมือหัก”
ขณะที่เธอพูดเธอก็หยิบสร้อยข้อมือออกจากกระเป๋าแล้วคืนมันให้กับเขา “จริงๆแล้ว คืนนี้ฉันแค่อยากจะบอกนายเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะซ่อมได้ไหม และฉันรู้ดีว่าถึงแม้จะซ่อมไม่ได้ แต่เพชรทุกเม็ดบนสร้อยข้อมือนี้มีค่ามาก ฉันจะคืนให้นาย นายเก็บไว้เองเถอะ”
พลหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง ซึ่งมันบังเอิญหักอยู่ตรงกลางอักษรย่อของเขา ในใจเขารู้สึกว่านานาไม่ใช่คนที่ทำหัก “เมื่อคืนที่เราแยกจากกัน เธอยังสวมมันอยู่ดีๆเลย แล้วมันจะหักได้ยังไง”
มีนารีบคิดหาเหตุผลและพูดว่า: “เมื่อคืนหลังจากฉันกลับไป เพราะไม่ค่อยสะดวกที่จะสวมเสื้อผ้าด้วยมือนี้ ตอนฉันถอดเสื้อไหมพรหมออก ก็ไปเกี่ยวกับสร้อยข้อมือเข้า และพอฉันดึงออกอย่างแรง มันก็หักไปแล้ว”
พลเห็นว่าสร้อยข้อมือถูกดึงให้แตกออกเป็นสองชิ้นมากกว่า ซึ่งดูไม่เหมือนถูกเสื้อไหมพรมเกี่ยวใส่ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป เขาคว้าไหล่ของเธอแล้วถามว่า: “เป็นมาร์ชใช่มั้ย? ไอ้สารเลวนั่นไปหาเธออีกแล้วใช่ไหม?”
มีนาไม่กล้ามองเขาและส่ายหัว ซึ่งเขามองแวบแรกก็รู้แล้วว่าเธอกำลังโกหก เขาเอื้อมมือออกไปและดึงผ้าพันคอของเธอออก และพบว่ามีรอยฟกช้ำที่คออย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะถูกบีบมา
มีนาเอามือปิดคอของเธอในทันที และพูดด้วยความมึนงงว่า: “ฉันรู้ว่าสร้อยข้อมือนี้มีราคาแพงและไม่ควรทำมันหัก ถ้าซ่อมไม่ได้ เงินเท่าไหร่ฉันก็จะจ่ายให้นาย”
พลไม่ได้เปิดโปงเธอ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “ไม่เป็นไร ฉันคิดไม่ถึงเองว่ามือของเธอจะไม่สะดวกที่จะทำสิ่งต่างๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน สร้อยข้อมือสามารถซ่อมได้อยู่แล้ว”
มีนาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอคว้าผ้าพันคอไว้และต้องการจะสวมมัน
พลใส่สร้อยข้อมือลงในกระเป๋าเสื้อของเขา และหยิบสร้อยคอทองคำขาวออกมา เขาใส่แหวนที่ถืออยู่ในมือไว้กับสร้อยคอ แล้วหยุดเธอที่กำลังจะสวมผ้าพันคอไว้ และกล่าวว่า: “อย่าเพิ่งสวมผ้าพันคอ ถึงสร้อยข้อมือจะขาดไปก็ไม่เป็นไร พอดีเลยฉันเตรียมแหวนนี้มาในวันนี้ ฉันจะสวมแหวนเข้ากับสร้อยคอแล้วสวมให้เธอ”
มีนาไม่ได้ปฏิเสธ นิ้วของเธอจับผ้าพันคอไว้แน่น เมื่อเห็นว่าพลไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆ เธอก็คิดว่าร่องรอยบนคอของเธอคงไม่ชัดเจนนัก
พลสวมสร้อยคอให้เธออย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า: “วัสดุของแหวนและสร้อยคอจะไม่จางหายเมื่อถูกน้ำ ดังนั้นเธอสามารถสวมใส่มันได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องถอดออก”
“พี่พล ฉันจะเก็บความกรุณาของนายไว้ในใจเสมอ” มีนาสัมผัสแหวนที่อยู่บนคอของเธอ แล้วไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปอีก
พลสวมผ้าพันคอให้เธออีกครั้งและพูดว่า: “ฉันก็เหมือนกัน ช่วงหลายปีที่อยู่ต่างประเทศฉันไม่เคยลืมเธอเลย และฉันก็คิดถึงเธออยู่เสมอ”
มีนาพยายามลองพูดกับเขาว่า: “ฉันรู้ ฉันรู้ดี และฉันก็เข้าใจถึงความรู้สึกของนาย แต่ฉันไม่สามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ได้ในทันที ฉันเคยคิดที่จะตัดขาดกับอดีต แต่ก็ทำไม่ได้ ……”
“เธอไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจทุกอย่าง” พลเลิกคิ้วขึ้นมองเธอแล้วถาม “เราค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ แต่เธอยังไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม เธอยังเต็มใจเป็นแฟนกับฉัน และเรามาลองคบกันดู”
เธอเคยคิดที่จะปล่อยวางทุกสิ่งและนำช่วงเวลาดีๆที่อยู่กับมาร์ชกลับคืนมา แต่เหตุการณ์และคนในอดีตไม่ใช่ว่าคิดที่จะปล่อยวาง ก็จะสามารถปล่อยวางได้ง่ายๆ
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จริงๆ…… พี่พล ฉันคิดว่า… ฉันแค่อยากทำงานของฉันให้ดีในตอนนี้ ออกแบบแฟชั่นที่ดี เพื่อให้คนอื่นเห็นและสวมใส่งานของฉันมากขึ้น ส่วนอย่างอื่นฉันขอทิ้งมันไว้ก่อน”
“โอเค ไม่เป็นไรถ้าเธอต้องการพัฒนาอาชีพของตัวเอง ฉันจะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อการคบกันของเราใช่ไหม”
มีนาก้มศีรษะลงและไม่พูดอะไร เธอไม่รู้ว่าเธอจะลืมมาร์ชแล้วอยู่กับเขาได้รึเปล่า
พลยกคางของเธอขึ้นอย่างอ่อนโยน “นานา เธอไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึกกับฉัน และฉันก็ไม่ได้รักข้างดียว ใช่ไหม? ตั้งแต่ที่เราอาศัยอยู่ด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันเฝ้ารอให้เธอเติบโตขึ้น และไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ฉันก็จะเฝ้ารอเธออยู่ รอวันที่ฉันจะได้อยู่กับเธออย่างชอบธรรม แต่เมื่อได้พบกันอีก ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรผิดปกติขึ้น เธอลืมฉันไปแล้วเหรอ”