ตอนที่ 273
บทที่ 273 ไปตายเองสิ
October 28, 2026
มีนาส่ายหัวอย่างแรง “นายบ้าไปแล้ว รีบกลับไป ยังยื้อไว้ทัน......ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น......”
มาร์ชไม่อยากให้เธอพูดต่อ จึงดึงผมด้านหลังหัวของเธอตามอำเภอใจ และให้ริมฝีปากที่รุ่มร้อนของตนประกบจูบลงที่ปากของเธอ
มีนาเบิกตากว้าง คิดแค่อยากจะสะบัดเขาออก
แต่มาร์ชยิ่งจูบยิ่งเร่าร้อน ยิ่งจูบยิ่งบ้าคลั่ง ไม่เชื่อคำที่เธอพูด แต่อยากจะรีบพิสูจน์อะไรบางอย่าง
ปอยผมของมีนาถูกเขาดึงจนเกิดความเจ็บ อีกทั้งยังถูกเขาจูบจนไม่สามารถส่งเสียงได้ จนเหลืออดจึงตบหน้าเขาไปหนึ่งที
ตบฉาดนี้ราวกับตบเรียกสติเขา เขาคลายตัวมีนาออก และไม่พูดอะไร เขาสตาร์ทรถ และเหยียบคันเร่งอย่างแรง
รถยนต์เคลื่อนตัวราวกับติดปีก จากที่ดูด้วยสายตาความเร็วน่าจะเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีนารีบขาดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเองอย่างลนลาน และเห็นว่ามาร์ชนั้นไม่ได้ขาดเข็มขัดเอาไว้แถมยังเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีก
“มาร์ช! นี่มันในเมืองนะ ไม่ใช่สนามแข่งรถ! หยุด นายหยุดรถสิ!”
“หุบปาก!”
เธอเห็นเขาฝ่าไฟแดงติดกันไปสองไฟแดง จนเกือบจะชนเข้ากับรถที่มาจากด้านตรงข้ามและพวกที่เดินข้ามถนน เธอหวาดกลัวจนกลั้นหายใจ ดูว่าเขาจะบ้าไปจนถึงเมื่อไหร่!
เขาขับรถอย่างเร็วจนมาหยุดจอดกะทันหัน รถจอดลงตรงใต้คอนโดที่เธอเคยอยู่อาศัย
ดีที่เธอคาดเข็มขัดเอาไว้ ไม่อย่างนั้นตอนที่มาร์ชเบรกรถไม่แน่เธออยากจะกระเด็นลอยออกจากกระจกด้านหน้ารถไปแล้วก็เป็นได้
มาร์ชลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว ส่วนเธอก็นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับอย่างช็อกๆและไม่ขยับเขยื้อน
“ลงมา” มาร์ชเปิดประตูรถฝั่งเธอ แต่เธอก็ราวกับถูกยึดติดเอาไว้ไม่มีปฏิกิริยาอะไรใดๆทั้งสิ้น
มาร์ชโค้งเอวก้มตัว ร่างครึ่งท่อนมุดเข้ามาในรถ ช่วยเธอปลดเข็มขัด และคิดอยากจะลากเธอลงมาจากรถ
มีนาได้สติกลับมา จึงใช้กระเป๋าในมือตีไปที่เขาอย่างแรง “มาร์ช......นายไม่อยากอยู่แล้วรึไง นายไปตายเองคนเดียวสิ! ทำไมต้องลากฉันไปด้วย......ฉันยังไม่อยากตายนะ! นายมันบ้า หลีกไป อย่ามาถูกตัวฉัน!”
มาร์ชคว้ากระเป๋าในมือเธอเอาไว้และเขวี้ยงมันไปด้านข้าง และอุ้มเธอลงมาจากรถทั้งๆอย่างนั้น พลางพูดเตือนเธอเสียงเข้ม: “ลองเธอกล้าตีฉันอีกสักครั้ง ฉันจะจูบเธออีกเป็นร้อยครั้ง! ถ้าเธอกล้าด่าฉันว่าบ้าอีก ฉันก็จะบ้าให้เธอดู ให้เธอไม่ต้องลงจากเตียงอีกต่อไป!”
ทันใดนั้นมีนาก็หน้าแดงก่ำ จ้องมองเขาด้วยความทั้งเขินอายทั้งโมโห และถูกเขาอุ้มกลับคอนโดไปทั้งๆแบบนี้อย่างช่วยไม่ได้
เขาอุ้มเธอเข้ามายังห้องนอนในคอนโด โยนเธอลงบนเตียง และถามเธอ: “จงใจมาที่งานแต่ง หลบอยู่ที่มุมคอยสังเกตการณ์งานแต่ง หรือว่ายังปล่อยวางฉันไม่ลง? ”
มีนาลุกขึ้นนั่ง คิดแค่อยากจะหนีออกไปจากที่นี่ เธอเอนถอยหลังด้วยความหวาดกลัว “ฉันเปล่านะ และก็ไม่ได้ไปสังเกตการณ์ด้วย”
เธอคิดว่าเรื่องนี้ถึงจะมีปากเป็นร้อยปากก็อธิบายได้ไม่ชัดเจน
“เธอจงใจมารบกวนฉัน ตอนนี้ยังจะมาพูดว่าไม่มีอะไร แถมยังอยากจะทำให้ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์อีก” มาร์ชพูดพลางกระชากเนกไทของตัวเอง และถอดเสื้อนอกออกด้วยความหงุดหงิด และกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าเข้ม และพูดโจมตี เสียดสีอย่างไม่เกรงใจ: “มีนา ฉันรู้แล้วว่าเธอเก่งที่จะใช้วิธีหลอกให้ตายใจและค่อยกลับมางับเหยื่อกับพวกผู้ชายเอามากๆ”
มีนาก้มหน้าไม่มองเขา พลางกุมคอเสื้อและพูดไปร้องไห้ไป: “เปล่านะ ฉันเปล่าจริงๆ”
เมื่อเห็นว่าตอนนี้ยิ่งพูดเธอยิ่งกลัวเขา เขายิ่งทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห รู้สึกว่าตัวเองแม่งเหมือนคนบ้า!