ตอนที่ 346
บทที่ 346 ความอัปยศอย่างใหญ่หลวง
October 28, 2026
ดาวรั้งเขาไว้และพูดว่า “อย่าเพิ่งไปรบกวนมาร์ชเลย ถ้าหากความทรงจำของนานากลับคืนมา เธอยิ่งไม่มีทางจะไปหามาร์ชแน่นอน อย่างแรกเธอต้องปกป้องอธิ อย่างที่สอง ไปหาผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างมาร์ชจะไปมีประโยชน์อะไร ตอนที่เขาถอนหมั้นกับโรซี่ยังพูดว่าไม่อยากจะรั้งเธอไว้ ต่อมาก็มาทำเธอจนท้องโต ตอนนี้โรซี่ก็ตั้งท้องได้เจ็ดแปดเดือนแล้ว ยังจะไม่เต็มใจรับผิดชอบ เขามันไม่ใช่คน”
“ฉันกลับคิดมาตลอดว่ามาร์ชไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น เรื่องของเขาและนานาฉันคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด คนเดียวที่เขารักก็คือนานา ทำไม...ถึงเกิดเรื่องแบบนั้นกับโรซี่ได้ เกรงว่าจะมีอะไรที่เข้าใจผิดหรือเปล่า” ระยะนี้เทมป์ขัดแย้งกับมาร์ชเรื่องตระกูลกรภัควัฒน์มาโดยตลอด เขายังคงเก็บงำท่าทีเคลือบแคลงสงสัยไว้
แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วดาวเห็นอกเห็นใจโรซี่เป็นอย่างมาก พูดกับเทมป์อย่างไม่พอใจ “เพียงเพราะเขาเป็นเจ้านายใหญ่ของคุณ คุณก็คิดว่าเขารักนานามาก ฉันยอมรับว่าโรซี่อยู่ในครอบครัวและสภาพแวดล้อมแบบนั้น นิสัยค่อนข้างดื้อรั้นและแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่จะพูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เธอไม่มีทางเข้ามาพัวพันเรื่องราววุ่นวายแบบนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับลูกในท้องตัวเอง จะมาพูดจาใส่ร้ายมาร์ชว่าเป็นพ่อของเด็กลอยๆได้อย่างไร ครั้งนั้นเธอไปต่างประเทศกับมาร์ชฉันเองก็รู้ ตอนนั้นพวกเขาก็อยู่โรงแรมเดียวกัน พ่อของโรซี่ก็ได้เช็กกล้องวงจรปิดของโรงแรม ในคืนหนึ่งมาร์ชไปที่ห้องของโรซี่ ขนาดเอาหลักฐานมาวางกองไว้ตรงหน้า มาร์ชยังคิดจะปฏิเสธ ยังจะพูดมาได้ว่ารอเด็กคลอดออกมาค่อยไปตรวจดีเอ็นเอ นี่ช่างเป็นความอัปยศอย่างใหญ่หลวงต่อตระกูลกรภัควัฒน์”
เทมป์กลับรู้สึกว่าโรซี่ต่างหากที่ใส่ร้ายมาร์ช ในสายตาของเขา คนอย่างโรซี่ทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง แต่เขาไม่อยากจะโต้เถียงกับดาวจึงพูดเพียงว่า “งั้นก็รอเด็กคลอดออกมาค่อยตรวจดีเอ็นเอ เช่นนี้ใครก็แก้ตัวไม่ได้แล้ว”
“คุณ...”
“พวกเราไม่ต้องพูดเรื่องนี้กันแล้ว เธอว่านานาจะไปไหนได้” เทมป์หันกลับมาแล้วพูดว่า “ตอนนี้ปัญหาคือเธอมีแค่พาสปอร์ตปลอมอยู่กับตัวเท่านั้น ถ้าไม่มีใครช่วยเธอ ลำพังตัวเธอจะซ่อนอยู่ที่ไหนได้ จะพึ่งพาคนแปลกหน้างั้นรึไง หรือว่าเธอจะไปจากเมือง Cแล้ว”
ในเวลานี้ดาวเองก็จนปัญญา เธอจะไปที่ไหนได้นะ ครุ่นคิดแล้วเอ่ยกับเทมป์ว่า “ไม่งั้นพรุ่งนี้คุณไปหามาร์ชที่NX Groupไปดูท่าทีของเขาก่อน ดูว่านานาเคยไปหาเขาหรือไม่ แล้วเราค่อยมาหาทางกัน”
“คงทำได้แค่นี้แหละ” เทมป์ถามอย่างกังวลอีกครั้ง “พลอ่านข้อความและจดหมายแล้วจะยอมปล่อยมือมั้ยนะ”
“แน่นอนว่าไม่” ดาวดูเหมือนจะพึมพำกับตัวเอง “พลจะไม่หยุดตามหาเธอ ที่เธอทำแบบนี้ก็แค่ทำให้พลไม่มารบกวนพวกเราก็เท่านั้น”
……
เช้าวันรุ่งขึ้น มาร์ชนั่งอยู่ในห้องทำงาน เหลือบดูเวลาเที่ยวบินไปปารีสที่เลขาจองไว้ให้ คืนนี้ออกเดินทาง น่าจะคืนพรุ่งนี้ก็จะได้พบกับมีนาแล้ว
เขากำลังจะเอารูปภาพที่เพิ่งจะได้รับเหล่านี้ไปให้มีนาดู ให้เธอได้เห็นธาตุแท้ของพลผู้ชายที่เธอชอบ
มาร์ชเทภาพถ่ายในซองจดหมายทั้งหมดออกมาบนโต๊ะ ชื่นชมภาพทีละใบ มุมปากโค้งในองศาทรงเสน่ห์ทำให้คนหลงใหล
พลในภาพอายุราวยี่สิบต้นๆ ดูไปแล้วยังดูเด็กมาก ในคลับอันดับต้นๆของนิวยอร์ก เขาสวมกางเกงเพียงตัวเดียวที่จำลองหัวช้างออกแบบงวงให้ยาวเป็นพิเศษ
เขาถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มหญิงชราที่สวมใส่อาภรณ์และเครื่องประดับด้วยอัญมณีหรูหรา มีบางคนยัดเงินดอลลาร์ไว้ในกางเกงของเขาซึ่งๆหน้า และบางคนก็หยอกล้อเขาด้วยการหยิกเข้ากับงวงช้างยาว...
แม้มีนาจะสูญเสียความทรงจำก็ไม่เป็นไร ตรงกันข้ามหากเธอไม่ได้สูญเสียความทรงจำ ก็คงไม่รู้ว่าพลยังมีอดีตเช่นนี้
ตอนนี้เขากำลังจินตนาการถึงสีหน้าของมีนาหากว่าเธอเห็นภาพเหล่านี้ นี่คือชายที่เธอมองว่าเป็นสมบัติล้ำค่า ก็ไม่รู้ว่าเธอจะยังคงรักพลลงอยู่อีกหรือไม่
น่าขำ ตลกสิ้นดี!
กระทั่งเขาได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูออฟฟิศ เขากลั้นยิ้ม นำรูปถ่ายใส่กลับเข้าไปในซองแล้วพูดว่า “เข้ามา”
ชาร์วีเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว มาร์ชเห็นว่าเขาไม่มีเอกสารอยู่ในมือจึงถามว่า “มีอะไรที่ฉันต้องเซ็นไหม ฉันจะบินไปปารีสตอนบ่ายนี้แล้ว น่าจะใช้เวลาหลายวันถึงจะกลับ”