ตอนที่ 373
บทที่ 373 แกล้งโง่
October 28, 2026
“ทำไมคุณถึงมาขายส่งเสื้อผ้าอยู่ที่นี่?” มาร์ชพูดพลางมองเข้าไปในบูธอีกสองสามครั้ง เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อพบว่ามีเพียงอันดาเท่านั้นที่ดูแลบูธอยู่ และไม่มีใครอื่นอีก
อันดารีบพูด: “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้าน ฉันเลยมาทำธุรกิจเล็กๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพ คุณมาร์ช คุณเป็นคนงานยุ่งมาก และมักจะปรากฏตัวในทีวีหรือบนนิตยสาร ว่าแต่คุณมีเวลามาเดินเล่นในที่เขตทุรกันดารแบบนี้ได้ยังไง?”
ไม่ทันรอให้มาร์ชตอบ เธอก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง: “คุณชอบเสื้อผ้าที่ฉันขายไหม? ถ้าคุณชอบก็เลือกให้แฟนคุณสักตัวสิ”
“เสื้อผ้าที่คุณขายดูมีสไตล์ไม่เลวนะ แต่ว่าผมไม่มีแฟน” มาร์ชใช้มือลูบลงไปบนเสื้อผ้าที่แขวนอยู่
“คิดไม่ถึงเลยว่าคุณมาร์ชจะเป็นคนมีอารมณ์ขัน” อันดาเริ่มเก็บแผงขาย พลางพูดว่า “ตลาดนี้ใกล้จะปิดแล้ว และฉันก็ควรจะปิดแผงแล้วเช่นกัน ถ้าคุณมาร์ชไม่มีธุระอะไรสามารถไปช้อปปิ้งที่อื่นได้ มีห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ ที่ปิดตอนสี่ทุ่มอยู่”
“โอเค งั้นผมไม่รบกวนแล้ว” มาร์ชไม่ยืนอยู่หน้าบูธเธอต่อไป และเดินผ่านประตูออกจากตลาด
อันดาตบที่หัวใจของเธอเบาๆ มันเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมาแล้ว โชคดีที่มีนากลับไปก่อน โดยบอกว่าเธอจะไปดูโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแถวนี้
เธอเดินไปถึงประตูบ้านในขณะที่กำลังครุ่นคิด และก็พบเข้ากับมีนาที่เพิ่งกลับมาพร้อมกับถุงช้อปปิ้ง ภายในใจรู้สึกกลัวเล็กน้อย พลางพูด: “มีนา เธอซื้ออะไรมาเนี่ย ถุงถึงได้ใหญ่ขนาดนี้?”
มีนายกถุงช้อปปิ้งขึ้นเล็กน้อย เพื่อที่เธอจะได้เห็นของข้างใน พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “คืนนี้ทำหม้อไฟกินกัน”
อันดามองเห็นชัดเจนว่าภายในถุงช้อปปิ้งมีวัตถุดิบทุกชนิด พลางคิดว่าจะบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เจอกับมาร์ชในตลาดดีไหม แต่แล้วเธอก็คิดขึ้นได้ ถ้าพูดออกไปจะต้องทำให้เธอไม่มีความสุข ดังนั้น อันดาตัดสินใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ
“ว้าว เยอะมาก เห็นแล้วน้ำลายสอเลย รีบไปต้มน้ำกัน ท้องฉันร้องแล้ว” พูดจบเธอก็เปิดประตูบ้าน
ทั้งสองคนล้างและสับผักอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่นาน น้ำซุปในหม้อก็เดือด และมีนาก็ใส่ผักทั้งหมดในจานลงไปในหม้อ
อันดายังคงผสมเครื่องปรุงอยู่ในครัว และพบว่าน้ำส้มสายชูที่บ้านหมดแล้ว เธอจึงรีบพูดขึ้น: “หรือว่าจะไม่ใส่น้ำส้มสายชูลงไปในเครื่องปรุง น้ำส้มสายชูหมดพอดี”
“อ่า แต่ฉันไม่ชอบที่ไม่มีน้ำส้มสายชู” มีนาเบาไฟลง แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร งั้นรอเดี๋ยว ฉันจะออกไปซื้อสักขวด”
“โอเค โอเค” อันดาที่ออกมาจากห้องครัวพร้อมกับเครื่องปรุงรสสองชาม ก็เห็นว่ามีนาออกไปพร้อมกับกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของเธอแล้ว
ออกมาได้ไม่ไกลก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆอยู่ มีนารีบซื้อน้ำส้มสายชูยี่ห้อหนึ่งซึ่งปกติแล้วยี่ห้อนั้นเป็นยี่ห้อเธอชอบกิน และหลังจากออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต เธอก็รีบเดินอย่างรวดเร็ว
จู่ๆเธอก็สังเกตเห็นว่ามีคนยืนนิ่งอยู่ใต้เสาไฟริมถนน คนๆนี้น่าจะรอใครซักคนอยู่ใช่มั้ย?
เธอถือน้ำส้มสายชูขวดหนึ่งเอาไว้ และเดินผ่านชายคนนั้นอย่างไม่สนใจ
“มีนา”
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ เธอสั่นสะท้าน เตรียมที่จะหันหลังหนี แต่มาร์ชคว้าคอเสื้อด้านหลังเธอเอาไว้ได้
“คุณคิดหนีไปไหน?”
มีนาไม่เต็มใจ และไม่เข้าใจว่าหาที่นี่เจอได้อย่างไร เธอมั่นใจมาตลอดว่ามันถูกปกปิดเอาไว้อย่างดี และไม่น่าที่จะมีใครหาเจอ
“สวัสดีค่ะ คุณมาร์ช” เธอต้องแสร้งทำเป็นหันกลับมามองเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน แสร้งทำเป็นว่าจำอะไรไม่ได้ และยังคงเขาเอาไว้ในสถานะของคุณมาร์ช ที่เพิ่งจะรู้จักกันในปารีสเท่านั้น “ทำไมคุณถึงมาโผล่อยู่ในสถานที่เล็กๆแบบนี้ได้ บังเอิญจัง”
มาร์ชปล่อยเธอ เขารู้ดีว่าเธอแสร้งทำ จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “สวัสดีครับ คุณมีนา แล้วคุณไม่อยู่เรียนที่ปารีสเหรอ ทำไมคุณถึงหนีมาโผล่อยู่ในสถานที่เล็กๆแบบนี้ได้?”
มีนายกน้ำส้มสายชูในมือขึ้น แล้วพูดว่า: “ฉันก็แค่ออกมาซื้อน้ำส้มสายชู งั้นไม่รบกวนคุณกับคนอื่นๆละ” เธอพูดจบก็คิดจะจากไปโดยเร็วที่สุด
มาร์ชเดินเข้ามาหาเธอ รูปร่างสูงใหญ่ และใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาดูราวกับดาราที่หลุดออกมาจากโปสเตอร์ เขายิ้มเยาะพลางพูด: “อย่าแกล้งโง่เลย ความทรงจำของคุณฟื้นนานแล้ว ทำไมพลถึงไม่ต้องการให้คุณฟื้นความทรงจำในอดีต แล้วทำไมคุณถึงซ่อนตัวจากเขา? เขาเป็นคนที่คุณรักที่สุดไม่ใช่เหรอ?”