ตอนที่ 394
บทที่ 394 ใครร้องขอชีวิตกัน
October 28, 2026
มาร์ชเสแสร้งทำเป็นถูกนานาหลอกไปแล้ว แต่มีเพียงในใจเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองต่างหากที่กำลังหลอกนานา
เขาจับใบหน้าของนานาเอาไว้ ยิ้มให้เธออย่างเป็นธรรมชาติพร้อมพูดว่า “รีบขึ้นรถเถอะ เมื่อคืนโดนทำซะคงนอนไม่พอ อยู่ในรถก็งีบซะดีๆ นะครับ อีกไม่กี่วันผมก็ไม่ปล่อยคุณไว้แน่ ถึงตอนนั้นอย่ามาร้องขอชีวิตบนเตียงกับผมนะ”
นานารู้สึกว่าคนรอบข้างล้วนได้ยินกันหมด จึงถูกคำพูดของเขาทำให้หน้าแดงแล้ว “ใครร้องขอชีวิตกัน พูดบ้าอะไรเนี่ย”
“เมื่อคืนคุณไม่ได้ร้องขอความเมตตาจากผมงั้นเหรอ?”
“คุณยังจะพูดอีกนะ!” มีนาผลักเขาออก “น่าเกลียด ฉันไปแล้วนะ”
พูดแล้วเธอก็หมุนตัวกลับ มาร์ชเรียกเธอไว้อีกครั้งว่า “เดี๋ยวก่อนสิ ผมเกือบลืมเรื่องหนึ่งไปเลย”
นานาหลับตาลง ไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แล้วถามว่า “เรื่องอะไร?”
“ที่ผมมีแฟลชไดรฟ์อยู่อันหนึ่ง เฮียวินเหลือไว้ให้อันดาน่ะ ถ้าเธอเห็นเนื้อหาด้านในจะต้องให้อภัยเซทท์อย่างแน่นอน”
“ได้ค่ะ” นานาหมุนตัวกลับมาอีกครั้ง รีบกอดเขาเอาไว้ก่อนที่อกจะแตกตาย จูบเขาอย่างแรง คิดแค่เพียงอยากจะจดจำรสชาติของเขาเอาไว้ให้ดีที่สุด และจะไม่ลืมมันอีกต่อไป
มาร์ชตอบรับเธออย่างหักห้ามใจเอาไว้อย่างถึงที่สุด แล้วเอาแฟลชไดรฟ์มอบให้เธอ จ้องมองเธออีกหลายวินาทีและพูดว่า “นานา ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง คุณจะเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของผม”
“ฉันก็เหมือนกัน” นานากำแฟลชไดรฟ์ในมือเอาไว้แน่น หันหลังกลับอย่างแน่วแน่อีกครั้ง แล้วนั่งเข้าไปในรถ พยายามฝืนไม่หันไปมองเขาอีกครั้ง เพราะยิ่งมองยิ่งทำใจไม่ได้
ได้ยินเพียงอธิที่กำลังโบกมือให้เขาพร้อมพูดว่า “บ๊ายบายครับคุณพ่อ”
“ผมรักพวกคุณนะ แล้วเจอกัน” หลังจากที่เขาเห็นพวกเรานั่งรถจากไปไกลแล้ว จึงทาบไปที่หัวใจ รอผมนะ ผมจะกลับมาอย่างปลอดภัย
นานานั่งอยู่ในรถ หลับตาไว้ตลอด นับเลขถึงหนึ่งร้อยเงียบๆ ถึงจะลืมตาขึ้นมา
“คุณแม่ ทำไมคุณแม่ร้องไห้ล่ะครับ?” อธิวางมืออยู่บนหลังมือของเธอแล้วเอ่ยถามขึ้น
นานาเช็ดน้ำตาให้แห้ง แล้วยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “มีฝุ่นเข้ามาในตาของคุณแม่น่ะจ้ะ ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว”
พูดไปแล้วก็มองแฟลชไดรฟ์ในมือ สงสัยว่าในแฟลชไดรฟ์มีอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่ได้คิดมาก แล้วก็โอบอธิเอาไว้พิงตัวพักผ่อนลงในรถ
พอพวกเขาถึงที่อยู่อาศัยในเมือง D นานาเห็นว่าอันดาไม่ได้อยู่ที่บ้าน จึงได้จัดแจงทั้งเรื่องแก้วแล้วก็อธิให้เรียบร้อยก่อน
ที่อยู่ของเธอกับอันดาเล็กมากจริงๆ จึงได้แต่ลำบากให้แก้วนอนที่เตียงพับได้ในห้องรับแขก ส่วนอธิก็นอนเตียงเดียวกับเธอ
จัดแจงเรื่องพวกเขาเสร็จ นานาจึงจะติดต่อกับอันดา แล้วได้รู้ว่าอันดาทำได้เจรจาเรื่องร้านที่กำลังจะเช่าใหม่ไปแล้ว สองวันนี้จึงกำลังวุ่นอยู่กับเรื่องตกแต่งภายใน เธอจึงได้ตรงไปที่ร้านใหม่หาอันดาเลย
ในตอนที่นานามาถึงร้าน เห็นในร้านไม่มีช่างต่อเติมคนอื่นๆ เลย มีเพียงแค่อันดาที่ทาสีผนังอยู่คนเดียวเท่านั้น
อันดาคิดว่าเธอจะอยู่ที่เมือง C ให้นานอีกหน่อยถึงจะค่อยมา คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาเมือง D เร็วขนาดนี้ จึงวางแปรงทาสีบนมือลง อ้าแขนทั้งสองข้างออกค่อยๆ กอดเธอเอาไว้ กลัวว่าสีจะเปื้อนบนตัวของเธอ “ชั่งเป็นพี่น้องที่แสนดีของฉันจริงๆ”
นานาไม่แคร์ว่าตัวเธอจะเปลี่ยนสี จึงกอดตอบเธอไปทีหนึ่ง “แน่นอนว่าจะให้เธอลำบากเกินไปคนเดียวไม่ได้สิจ๊ะ”
“นับว่าเธอยังเป็นคนอยู่นะ” อันดาหัวเราะแล้วถอดเสื้อผ้าสกปรกที่ใส่คลุมไว้ด้านนอกออก
มีนาเอ่ยถามว่า “เธอไม่ได้จ้างช่างต่อเติมมาเหรอ ทำไมถึงได้มีเธอแค่คนเดียวละ?”
“เรื่องง่ายๆ แค่ทาสีแค่นี้เอง ฉันค่อยๆทาเองก็ได้แล้ว จะไปจ้างคนทำไมล่ะ ประหยัดต้นทุนหน่อยสิ” อันดาพูดอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน
นานายกนิ้วโป้งขึ้นมาให้เธอ แล้วพูดว่า “สุดยอดเลย มีคนอย่างเธอเป็นพาร์ตเนอร์ของฉัน จะขาดทุนคงยาก พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะมาทาสีกำแพงกับเธอนะ”
“ไม่ช่วยตอนนี้เหรอ ฉันอุตส่าห์เตรียมตัวไปกินข้าวแล้วมาทำต่อเนี่ย” อันดารู้สึกหิวท้องจึงพูดออกมา