ตอนที่ 395
บทที่ 395 ทำให้ผู้คนรู้สึกทึ่ง
October 28, 2026
นานาเปิดประตูห้องเธอออกอย่างเบามือ พอเข้าไปแล้วก็ปิดลงเบาๆเช่นกัน เห็นเธอยังนั่งทำโจทย์ในโทรศัพท์อยู่บนเตียง
“กำลังทำโจทย์อะไรเหรอ? ตั้งใจขนาดนี้เลย” นานานั่งลงข้างเธอแล้วเอ่ยถาม
เธอยังคงตอบคำถามโจทย์ต่อไป พร้อมกับพูดว่า “แบบฝึกหัดข้อสอบบัญชีน่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะถูกหมดภายในครั้งเดียวไม่ได้น่ะ”
นานาเห็นแบบฝึกหัดของเธอกำลังจับเวลาอยู่ ก็ไม่ได้พูดรบกวนเธออีก รอเธอทำโจทย์ให้เสร็จอย่างเงียบๆ
“โอเย้! ถูกหมดเลยอะ!” อันดาทำโจทย์เสร็จแล้วร้องออกมาด้วยความดีใจ
นานาจึงรีบพูดขึ้นว่า “เบาๆ หน่อย อย่าไปทำให้พวกเขาตื่นสิ”
“อืมอืม ครั้งแรกที่ทำโจทย์แล้วถูกหมดอะ ตื่นเต้นไปหน่อย” อันดาพูดแล้วก็หัวเราะเสียงเบา
นานาเห็นเธอเจอเรื่องที่ตัวเองชอบแล้วก็มีความสุขได้ ก็รู้สึกยินดีกับเธอ จึงพูดว่า “ว่าที่ประธานฝ่ายการเงินนี่หว่า”
พอได้ยินห้าคำนี้ อันดาก็ไม่กล้าคิดเลยจริงๆ ว่าตัวจะกลายเป็นประธานฝ่ายการเงินของบริษัทยักษ์ใหญ่พวกนั้นได้เหรอ?
ถ้าเอาไปฝันก็พอจะได้อยู่ เธอหัวเราะแล้วพูดว่า “งั้นเธอก็เป็นว่าที่ CEO แล้วล่ะ”
เธอรีบถือโทรศัพท์เข้ามาในมือทั้งสองข้าง ราวกับเป็นเอกสาร พูดล้อเล่นว่า “ท่าน CEO คะ นี่เป็นงบการเงินไตรมาสล่าสุดของบริษัทค่ะ โปรดอ่านด้วยนะคะ”
นานาหยิบโทรศัพท์ของเธอมา ทำเป็นเซ็นเอกสารไปทีหนึ่ง หลังจากยิ้มให้ภายในใจก็หดหู่เป็นอย่างมาก
เธอเองก็อย่างสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา สร้างออฟฟิศ บริษัท จนกระทั่งมี Group เป็นของตัวเอง
แต่พอมาบริการจัดการที่เมือง D แล้ว ในที่สุดก็พอมีหน้ามีตาขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังไม่อาจไม่ไปจากเมืองนี้เพื่อไปทำเรื่องที่เสียงอันตรายพวกนั้นได้
“อันดา ต่อจากนี้ร้านก็คงต้องให้จัดการแล้วล่ะ ในตอนที่ฉันไม่อยู่ ฉันจะส่งแบบร่างมาให้เธอผ่านอินเทอร์เน็ตนะ เธอก็ให้โรงงานสร้างตามแบบร่างของฉันออกมา ตั้งโชว์ไว้ในร้านขายด้วยตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาพวกตัวแทนจำหน่ายขายปลีกรายย่อยด้วย หลังจากนี้ถ้าร้านเติบโตมากขึ้น แล้วเธอยุ่งมากเกินไป ก็ไม่ประหยัดต้นทุนอะไรหรอก จ้างพนักงานมาหลายคนหน่อย อย่าลำบากมากเกินไปล่ะ ดูแลร่างกายของตัวเองให้ดี……”
“เดี๋ยวก่อนนะ นี่เธอกำลังสั่งลารึไง หรือว่ากำลังจะไปแดนไกลอะไรรึเปล่า แล้วก็จะไม่กลับมาอีกเหรอ?” อันดารู้สึกว่าอารมณ์ของเธอนั้นไม่ถูกต้อง จึงพูดขัดคำพูดของเธอ
อันดามองเธออย่างไม่เข้าใจ แล้วเอ่ยพูดว่า “ตอนนี้เธอแต่งงานกับมาร์ชอีกแล้วนี่ แล้วก็ยังอยู่กับลูกด้วย ครอบครัวของพวกเธอทั้งสามคนทำให้คนอื่นอิจฉามากแค่ไหนรู้ไหม เธอยังอยากจะทำอะไรอีก?”
“สั่งลาอะไรกัน เธอจะพูดให้มันน่าฟังมากกว่านี้ไม่ได้รึไง” นานาฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันก็แค่อยากบอกเธอ เกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของร้านพวกเราไง”
“พวกนี้เก็บไว้ให้เธอเครียดก็พอ จะมาบอกฉันทำไม พูดแล้วเมือง C ก็ไม่ได้ไกลจากเมือง D ซะหน่อย เธอก็แค่ไปกลับสองเมืองมากหน่อย ทำไมต้องมาพูดเหมือนจะไม่เจอฉันอีกงั้นแหละ”
“เธอคิดมากไปยะ” นานาไม่มองเธอเพื่อกลบเกลื่อน แล้วก็หยิบแฟลชไดรฟ์ออกมามอบให้เธอ แล้วพูดว่า “อันนี้ให้เธอนะ ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็เปิดดู”
“อะไรน่ะ?” อันดาถามอย่างสงสัย
นานาพูด “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีคนให้ฉันเอามาให้เธอน่ะ”
อันดานึกถึงเซทท์ขึ้นมาได้ทันที แล้วเอาแฟลชไดรฟ์ยัดคืนใส่มือของนานา และพูดว่า “เธอเอาของอันนี้คือให้เขาไป บอกเขาด้วยว่าไม่ต้องเปลืองแรงหรอก ฉันไม่มีทางยกโทษให้เขาแน่!”
นานารีบพูดว่า “ไม่ใช่เซทท์ เป็นมาร์ชที่ให้ฉันเอามาให้เธอ ฉันกลับเมือง C คราวนี้ไม่ได้เจอเซทท์นะ”
“งั้นมาร์ชจะให้อันนี้ฉันมาทำไม ฉันก็ไม่ได้ติดต่ออะไรสามีเธอซะหน่อย?” อันดาถามอย่างแปลกใจ
เมื่อก่อนตอนที่จัดการกับวรรณแล้วก็ธารณ์ นานาเองก็รู้ดีว่าเฮียวินกับมาร์ชมีติดต่อกันบ้าง
ชาร์วีเคยบอกว่า พวกเขามีความสัมพันธ์กันกับเฮียวินตอนที่อยู่เมื่อนอก
ตอนนั้นมาร์ชกับชาร์วีไปล่วงเกินลูกน้องของเฮียวินเข้า เฮียวินไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรกับพวกเขา แถมยังปล่อยพวกเขาไป
ความภักดีของมาร์ชในตอนที่อายุยังน้องเคยช่วยเฮียวินไว้ เพราะฉะนั้นพวกเขาก็เลยกลายเป็นเพื่อนต่างวัยที่มิตรภาพอันลึกซึ้ง หลังจากกลับประเทศก็มีติดต่อกับเฮียวินบ้างเป็นบางครั้งบางครา
นานาพูดกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่า “ที่จริงมาร์ชกับคุณพ่อของเธอเป็นเพื่อนเก่ากันอยู่นิดหน่อย เขาบอกว่าแฟลชไดรฟ์อันนี้คุณพ่อของเธอเหลือมันเอาไว้ให้เธอน่ะ”