ตอนที่ 426
บทที่ 426 จะดูแลและปกป้องคุณ
October 28, 2026
นานาหัวเราะ แล้วพูดว่า “มีเธอคอยดูแลบัญชีให้ฉันก็วางใจแล้วล่ะจ้ะ แล้วเธอยังจะเรียนการเงินต่อไหม วางแผนจะสอบเมื่อไหร่ล่ะ?”
“ยังเรียนอยู่เลย” อันดาพูดอย่างเขินอาย “ฉันคิดดีแล้ว ว่าจะสอบบัญชีน่ะ หลังจากนั้นค่อยเตรียมตัวลงทะเบียนสอบเป็นนักบัญชีอีกรอบ มันสอบยากมากเลยนะ แต่ฉันจะทำให้เต็มที่ที่สุดล่ะ”
“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็จะอยู่ที่นั่นล่ะ เธอต้องทำได้แน่นอน” นานาเชื่อมั่นในตัวเธอเป็นอย่างมาก
อันดาทำท่าทางสู้ๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง แล้วพูดว่า “งั้นก็ขอรับคำอวยพรขอเธอไปล่ะนะ”
นานาพูดด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อว่า “คุณว่าที่นักการบัญชีคะ คุณมีอนาคตไกลขนาดนี้แล้วยังรู้สึกว่าไม่คู่ควรกับตำรวจยศเล็กๆอีกงั้นเหรอคะ?”
“ตำรวจยศเล็กๆ อะไรกัน?” อันดาคิดไม่ถึงว่าจะถูกนานามองเห็นความในใจ จึงก้มหน้าต่ำแล้วพูดว่า “ฉันมีอะไรที่ไม่คู่ควรกับเขาด้วยเหรอ มีแค่เขาเท่านั้นแหละที่ไม่คู่ควรกับฉันน่ะ”
นานาจึงถามกลับว่า "ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นเธอให้อภัยเขารึยังล่ะ? ที่จริงแล้วในใจเขาก็มีเธอนะ แต่เเค่กลัวว่าเธอจะไม่มีวันให้อภัยเขาน่ะสิ"
อันดาลังเลอยู่ภายในใจแล้วเอ่ยว่า “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พอนึงถึงการตายของคุณพ่อของฉันก็ปล่อยวางมันไม่ลงสักที ถึงแม้ว่าในจดหมายลาตายของคุณพ่อที่เหลือเอาไว้จะนั้นไม่โทษเขาเลย แต่ในตอนที่ฉันเผชิญหน้าเขานั้น มันก็มักจะลบเงาของคุณพ่อออกไปไม่ได้ แล้วก็ในตอนที่เขาอยู่ต่อหน้าฉันนั้น จะไม่นึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาเรื่องนั้นเลยรึไงกัน?”
นานาเข้าใจที่เธออธิบายออกมาทั้งหมด จึงถอนหายใจแล้วพูดว่า "งั้นก็ไม่ต้องบังคับตัวเองแล้ว ให้เวลาตัวเองแล้วก็เขาสักพักหนึ่งนะ ฉันกับมาร์ชในตอนที่คบกันเป็นเพราะว่าเข้าใจกันผิดไปทั้งคู่ เลยเสียเวลาไปเยอะมาก ก็เลยแค่อยากจะเตือนเธอไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่ารักษาคนที่ยังอยู่ตรงหน้าหรอกนะ"
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว” น้ำเสียงของอันดายังคงสิ้นหวังเหมือนเดิม
“จริงสิ ฉันยังไม่วางใจเรื่องมาร์ชน่ะ วางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้จะกลับเมือง C ไปก่อน ส่วนอธิคงต้องรบกวนเธอแล้วล่ะ รอมาร์ชฟื้นตัวก่อนนะ เดี๋ยวพวกเราค่อยจะมารับเขากลับเมือง C” นานาพูดแพลนของตัวเองออกมา
อันดาถามอย่างเป็นกังวลว่า “แล้วเรื่องสุขภาพของเธอจะทำยังไงล่ะ มันจะกำเริบมาอีกเมื่อไหร่กันแน่?”
นานาอยู่อย่างใจเย็นว่า “ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไร ถ้าฉันคาดเอาไว้ไม่ผิด ผลข้างเคียงของยาตัวนั้นน่าจะอีกเดือนหนึ่งกว่าจะมีอาการกำเริบขึ้นมาน่ะ”
อันดาจับมือของเธอเอาไว้ แล้วพูดว่า “โอเค พอถึงตอนนั้นที่มันกำเริบขึ้นมาอีกรอบเธอบอกฉันนะ ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอ พวกเราต้องเอาชนะไอผลข้างเคียงที่น่าตายนั้นไปด้วยกันนะ คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพลจะชาติชั่วขนาดนี้! แบบนี้เขาคู่ควรที่จะบอกว่ารักเธองั้นเหรอ ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมกับคนที่ตัวเองรักขนาดนี้กันนะ! ต้องหั่นเขาเป็นพันเป็นหมื่นชิ้นเลยถึงจะหายโกรธน่ะ!”
นานาฝืนยิ้มเอาไว้ ยังดีที่วันเวลาที่เหมือนกับฝันร้ายนั่นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ชีวิตของเธอก็ต้องมีวันที่เป็นฟ้าหลังฝน แสงแดดสว่างไสวล่ะนะ
อันนารีบไม่พูดถึงเรื่องที่จะทำให้นานาไม่สบายใจพวกนี้ จึงยิ้มแล้วพูดว่า “จริงสิ เธอเคยที่จะคิดชื่อแบรนด์ให้กับเสื้อผ้าที่พวกเราขายอยู่ในตอนนี้ไหม? มีลูกค้าตั้งหลายคนที่ถามว่าเสื้อผ้าของร้านเราคือแบรนด์อะไรน่ะ ฉันตอบไปไม่ถูกจริงๆ”
นานามีความคิดที่จะตั้งชื่อแบรนด์ของตัวเองนานแล้ว แต่มักจะเป็นเพราะเรื่องนี้เรื่องนั้นที่ทำให้ไม่ได้ลงมือทำสักที
“ฉันจะตั้งใจคิดนะ ต้องตั้งชื่อที่ทำให้มีชื่อเสียงให้ได้”
……
นานาไม่ได้บอกมาร์ชว่าเธอจะกลับเมือง C ในตอนที่เธอปรากฏอยู่ตรงหน้าห้องพักผู้ป่วยของมาร์ชในตอนนั้น มาร์ชที่นั่งอยู่บนเตียงก็มีอาการแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็คลี่ยิ้มออกมา
เขายื่นมือมาทางเธอ “คุณดีขึ้นรึยัง ทำไมถึงไม่อยู่ที่เมือง D เป็นเพื่อนอธิหลายวันหน่อยล่ะครับ”
นานาเห็นสีหน้าของเขาดีขึ้นมากแล้ว จึงเดินไปหาเขา แต่ขาอันไร้เรี่ยวแรงของตัวเองกลับทำให้ตัวเองสะดุดลง แล้วเดินโงนเงนไปมาจนมาถึงข้างเตียงผู้ป่วย
มาร์ชยื่นมือมาพยุงเธอไว้ ยิ้มแล้วพูดว่า “เดินก็ไม่ระวังหน่อยเลยนะครับ คุณเป็นแบบนี้จะให้ใครวางใจได้ลงล่ะครับ?”
นานากุมมือของเขาเอาไว้ แล้วแนบลงที่ใบหน้า “ฉันไม่ใช่เด็กซะหน่อยค่ะ ที่ต้องทำให้คุณคอยเป็นห่วงน่ะ”
“เซทท์บอกผมหมดแล้วล่ะ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินเท่าไหร่ ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมากแค่ไหน ผมก็จะไม่ให้คุณต้องมาลำบากแบบนี้อีกแน่นอนครับ” มาร์ชรู้สึกปวดใจจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ