ตอนที่ 429
บทที่ 429 ท้ายที่สุดก็ไร้วาสนาต่อกันอยู่ดี
October 28, 2026
อลันพูดย้อนความกลับไปว่า “ในตอนนั้นเขาไปต่างประเทศได้ไม่นาน พ่อแม่บุญธรรมของเขาชอบพาเข้าไปที่ไชน่าทาวน์ แล้วในตอนที่ผมรู้จักกับเขาแรกๆภาษาอังกฤษของเขายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะคนในครอบครัวทำให้ผมต้องเรียนภาษาจีนตั้งแต่ยังเด็ก เลยคุยกับเขาได้อย่างไม่มีปัญหา แล้วพวกเราก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
นานาไม่ได้ขัดเขาอีก
“แต่ในปีที่เขาอายุ 18 นั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่ได้มาหาผมเป็นเวลานานมาก ผมรู้สึกแปลกใจสุดๆ ก็เลยไปหาเขาที่บ้านของเขา พ่อแม่บุญธรรมของเขาบอกว่าเขาไม่สบายแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่ได้พูดรายละเอียดว่าอยู่ที่โรงพยาบาลไหน ผมสืบข่าวไปทั่วจนเจอโรงพยาบาลนั้นที่เข้าแอดมิทอยู่ ในตอนที่เจอ เขาก็ถูกตัดไตไปแล้วข้างหนึ่ง หลังจากที่รู้สาเหตุผมก็อยากจะช่วยเขา แต่ในหนังสือยินยอมการผ่าตัดนั้นมีลายเซ็นของเขาอยู่ มันก็เลยเป็นหลักฐานได้เพียงแค่ว่าเขายินยอมที่จะบริจาคด้วยตัวเขาเอง”
นานายิ่งได้ฟังยิ่งรู้สึกขนลุกขนพอง
“ต่อมาเขาก็หนีไปจากพ่อแม่บุญธรรมนั่น แอบสมัครเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร มีเพียงแค่อยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารเท่านั้น พ่อแม่บุญธรรมของเขาถึงจะทำอะไรเขาไม่ได้ ในตอนนั้นเองผมก็ไปเรียนมหาลัยที่ยุโรป พวกเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย มีอยู่วันหนึ่งจู่ๆเขาก็โผล่มาในมหาลัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ ผมถึงถึงได้รู้ว่าเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว ในตอนนั้นพวกเขาก็มีความสุขกับมากล่ะนะ เที่ยวไปทั่วยุโรปแบบประหยัดด้วยกันอย่างไร้พันธะใดๆ เที่ยวเล่นอยู่ด้านนอกอยู่ปีหนึ่ง พ่อแม่ของผมรู้ว่าผมพักการเรียนแล้วหนีไปเที่ยว เลยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วก็จัดการเอาผมกลับเข้าโรงเรียนไปเรียนหนังสือต่อ แล้วผมก็แยกจากเขาอีกครั้งไปทั้งแบบนี้แหละ ในตอนก่อนจากกันเขาไม่ยอมใช้เงินของผมอีก บอกว่าอย่าอยากยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง”
จนถึงตอนนี้นานาถึงจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าพลต้องพบเจออะไรมาบ้าง
“หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยประมาณสี่ห้าปี ในระหว่างนั้นผมเองก็เคยลองที่จะติดต่อหาเขา แต่ติดต่อไม่ได้ ในตอนที่เจอกันอีกครั้งผมก็เป็นคุณหมอฝึกหัดในโรงพยาบาลไปแล้ว เขาเองก็เร่ร่อนจนมีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ครั้งนั้นเขาถามคำถามเกี่ยวกับการแพทย์ผมไปตั้งมากมาย ผมถึงได้รู้ว่าเขาเตรียมที่จะล้างแค้นแล้วล่ะนะ” อลันถอนหายใจเฮือกแล้วพูดว่า “เฮ่อ ถึงแม้พวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ แต่เรื่องที่เขาไม่พูดให้มากความผมเองก็ไม่เคยที่จะไปถาม ต่อมาเขาก็เคยมาหาผมให้จัดการกับรอยแผลหลายครั้ง มีครั้งหนึ่งไม่รู้เขาถูกใครทำร้ายจดได้รับบาดเจ็บจนเกือบจะเอาชีวิตของเขาไปแล้ว”
นานาพูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “งั้นเขาคงนับว่านายเป็นเพื่อนจริงๆล่ะนะ ถึงไม่ยอมลากนายเข้ามาพัวพันกับเรื่องพวกนี้สักเรื่อง”
อลันเพียงแค่หัวเราะน้อยๆ แล้ววพูดอย่างตัดพ้อว่า “ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอก็ยังไร้วาสนาต่อกันอยู่ดี”
ในตอนนั้นเองพนักงานในร้านก็เอาขนมหวานที่ห่อเรียบร้อยแล้วมาให้ วางไว้ด้านหน้าของนานาและพูดว่า “ขนมหวานที่คุณสั่งครบหมดแล้วค่ะ”
นานารู้สึกว่าในเมื่อตอนที่พลยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ยอมให้อลันรู้เรื่องสกปรกโสโครกพวกนั้นของเขา เธอเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดอะไรให้มากมาย
เธอถือขนมหวานที่ห่อกลับบ้านไว้เรียบร้อยแล้วขึ้น เอ่ยว่า "ขอบคุณที่นายบอกเรื่องพวกนี้กับฉันนะอลัน"
“ผมรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ไม่บอกเรื่องพวกนี้กับคุณหรอก ถ้าเกิดเธอรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก เธอยังจะเลิกกับเขาอีกไหม?”
“ในฐานะเพื่อน สำหรับเรื่องที่เขาประสบพบเจอมาฉันเองก็รู้สึกปวดใจ แต่นี่มันไม่เกี่ยวกับความรู้สึก ท้ายที่สุดแล้วคนที่ฉันชอบยังไงก็ไม่ใช่เขา” นานาฝืนยิ้มแล้วพูดออกไป
“คุณมีนา ไม่ว่าคุณจะคบหรือไม่คบกับแฟรงค์ คุณจะยังว่าผมเป็นเพื่อนอยู่ไหม?”
นานาพยักหน้าหงึกๆ ยิ้มแล้วพูดว่า “เพียงแค่ร้านเล็กๆของนายยังเปิดอยู่ ฉันก็จะมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ นะ”
“งั้นก็ยินดีต้อนรับสุดๆเลยครับ”
อลันมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเธอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเธอเลือนหายไปในท้ายซอย
เขาหันหลังกลับเข้าร้าน ผลักประตูที่อยู่ด้านหลังของเคาน์เตอร์คิดเงินออก มองพลที่นั่งแสดงอารมณ์โง่เง่าอยู่บนรถเข็น อดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างลำบากใจว่า “พอนายได้ยินคำพูดพวกนั้นของผู้หญิงคนที่นายเอาแต่โหยหารึยังล่ะ นายยังจำเธอได้ไหม?”
ใบหน้าของพลเต็มไอด้วยความงงงวยอย่างไม่เข้าใจอะไร จึงคิดอยากจะยิ้มให้เขา แต่ปากกลับเบี้ยวไปข้างหนึ่งอย่างรุนแรง
อลันหยิบกระดาษทิชชู แล้วช่วยเขาเช็ดน้ำลายที่มุมปาก ราวกับกำลังพูดกับตัวเองว่า “ท้ายที่สุดแล้วนายกับเธอก็ไร้วาสนาต่อกันอยู่ดี”
ไม่มีใครรู้ว่านั้นพลนั้นรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เขาโดนกระสุนทำให้ร่วงลงจากหน้าผา แล้วตกลงมาในทะเล จากนั้นก็ถูกกระแสน้ำขึ้นน้ำลงพัดมาติดอยู่บนโขดหินก้อนหนึ่ง และบังเอิญถูกเรือประมงที่ออกทะเลมาช่วยเอาไว้ได้พอดี
ลูกกระสุนไม่ได้ยินโดนจุดอันตรายบริเวณสมองของเขา แต่ก็ยังสร้างความเสียหายให้กับสมองไปอย่างถาวร หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนโง่เง่า สติปัญญาก็ยังเทียบไม่ได้กับเด็กสามขวบเลยด้วยซ้ำ
ในตอนที่อยู่บนเกาะเกาะนั้นเขาบอกอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองออกมาไม่ได้เลย เอาแต่เพียงพูดตัวเลขจำนวนหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด