ตอนที่ 463
บทที่ 463 ห้ามออกจากบ้าน
October 28, 2026
ทันทีที่เธอกลับมาถึงบ้านของตระกูลกรภัควัฒน์ โรซี่สวมชุดเดรสสีแดง รองเท้าหนังสีขาว และแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว เหมือนดังผีเสื้อเดินลงมาข้างล่าง แล้วพูดบ่นขึ้นมาว่า:“ แม่ไปไหนมา ทำไมถึงเพิ่งกลับ?ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะพาหนูไปงานเลี้ยงของพวกบรรดาคุณนายต่างๆ?”
กิ่งไปจับแขนของเธอไว้ มองดูรูปร่างของเธอหลังจากครอดลูกแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย รู้สึกแค่ว่าลูกสาวที่สวยงามคนนั้นได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งแล้ว พูดออกมาอย่างดีใจว่า: “รีบร้อนอะไร ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย?ลูกรอก่อน เดี๋ยวให้แม่ไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าเพิ่มอีกหน่อย”
“แม่ ผู้ชายที่แม่พูดถึงเขาจะไปด้วยไหม?หนูแต่งตัวแบบนี้สวยไหม?” โรซี่คิดได้แล้ว ถ้าคิดอยากอยู่ในสังคนชั้นสูงที่สุขสบายนี้ ต้องรีบแต่งงานออกไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่ชื่อเสียงของตัวเธอจะเหม็นมากไปกว่านี้
ถ้าเธอไม่มีฐานะตอนนี้แล้ว และไม่มีพ่อเป็นที่พึ่งแล้ว จะไปแก้แค้นมาร์ชกับมีนาได้ยังไง
กิ่งพูดชื่นชมเธอออกมาว่า: “สวยสิ ลูกสาวแม่สวยมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว ใส่อะไรก็ดูโดนเด่นไปหมด……”
“ห้ามออกไปทำเรื่องให้ฉันขายหน้าอีก!” เคนท์กลับมาถึงบ้านเร็วกว่าปรกติ ได้ยินคำพูดของสองแม่ลูกพูดคุยกันพอดี
“พ่อ ทำไมเหรอ?” โร่ซี่ถามออกมาอย่างไม่พอใจ
เคนท์เดินไปตบหน้าเธอทันที พูดออกมาด้วยความโกรธว่า: “เป็นเพราะแม่เธอให้ท้ายเธอ!เรื่องที่เธอทำแท้งเพราะมาร์ชคนเขารู้กันไปทั่วแล้ว ทำตระกูลกรภัควัฒน์ของพวกเราขายหน้าหมด!ให้ฉันอยู่บ้านดีๆ คราวหลังถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉันห้ามออกนอกบ้านเด็ดขาด!”
โรซี่ร้องไห้ออกมา พูดออกมาด้วยความเสียใจว่า: “หนูทำอะไรผิด เรื่องแต่งงานระหว่างหนูกับมาร์ชพ่อก็เห็นด้วยตั้งแต่แรก”
เคนท์ยิ้มเย็นชาแล้วพูดขึ้นว่า: “แกคิดว่าฉันโง่เหรอ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นของมาร์ชจริง เป็นไปได้เหรอที่แกจะไม่กล้าคลอดออกมา แล้วยังจะให้แม่แกพาแกไปทำแท้งที่ชนบทอีก!ถ้ามีผลตรวจDNAอยู่ในมือ มีเหรอที่ฉันจะทำอะไรมาร์ชมันไม่ได้ คงไม่ถูกคนบ้าพวกนั้นหัวเราะเยาะลับหลังหรอก!แกหนิ่มันช่างเป็นลูกสาวที่ดีของฉันจริงๆ !”
โรซี่ตกใจตาโต ถูกเคนท์ถามจนพูดอะไรไม่ออก
กิ่งรีบตั้งสติตัวเอง แล้วให้โรซี่ขึ้นไปข้างบน แล้วยิ้มออกมาอย่างเอาใจ ยื่นมือไปนวดแขนให้เคนท์ “เคนท์ อย่าโกรธเลย ช่วงนี้ไม่ให้โรซี่ออกจากบ้านก็พอ คืนนี้ฉันก็ไม่ออกไปแล้ว งานเลี้ยงสังสรรค์ของบรรดาพวกคุณนายเหล่านั้นไม่มีอะไรหรอก ก็แค่พูดคุยเรื่องซุบซิบนินทาทั่วไปเท่านั้นเอง”
โรซี่หันหน้าเดินแล้วขึ้นไปชั้นบนอย่างช่วยไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าให้ชาร์วีเอาเด็กไปส่งที่บ้านสวัสดิการแล้ว และเชื่อฟังคำพูดของแม่แต่หลังจากกลับมาแล้วก็ยังคงกลายเป็นตัวตลกของคนอื่นอยู่ดี แม้แต่พ่อก็ไม่รักเธออีกต่อไปแล้ว
เคนท์จ้องมองโรซี่จนขึ้นไปถึงห้องชั้นบน น้ำเสียงจึงอ่อนโยนลง มองไปที่กิ่งแล้วพูดขึ้นว่า: “เธอท้องลูกใครกันแน่ แล้วยังกล้ามาโกหกพวกเราอีก ถ้าเธอไม่พูดโกหกแต่แรก พวกเราก็คงไม่เอาเรื่องที่เธอท้องไปพูดกระจายให้คนอื่นรู้หรอก มันช่างขายขี้หน้าจริงๆ !”
กิ่งไปลูบหน้าอกของเขาเบาๆ พูดออกมาอย่างมั่นใจว่า: “คุณยังไม่เข้าใจลูกสาวตัวเองอีกเหรอ นอกจากมาร์ชแล้ว เธอเคยชอบใครที่ไหน ลูกในท้องของเธอต้องเป็นลูกของมาร์ชสิ แต่เป็นเพราะมาร์ชไม่ยอมรับ ถ้าหากเธอคลอดลูกออกมา มีลูกแล้วจะไปแต่งงานกับใครได้อีก ฉันก็เลยคิดแล้วคิดอีก ไม่มีทางเลือกจึงต้องพาเธอไปคลอดที่บ้านที่ชนบทไง……”
สีหน้าของเคนท์ดิ่งลง มองเธอเหมือนมองคนแปลกหน้า “ลูกโกหกคนเดียวก็พอแล้ว คุณยังช่วยเขาแก้ต่างอีก ผมว่าคุณสองแม่ลูกคงกินหัวใจของเสือเข้าไปถึงใจกล้าขนาดนี้!คลอดลูกก็สามารถตรวจDNAได้ไม่ใช่เหรอ ในเมื่อพวกคุณมั่นใจขนาดนี้แล้วจะไปกลัวอะไร!”
กิ่งไม่สามารถปกปิดคำโกหกของตัวเองได้อีกต่อไป พูดออกมาอย่างเสียใจว่า: “เคนท์ ถึงแม้เด็กคนนั้นจะไม่ใช่ของมาร์ช ลูกสาวของพวกเราก็คงถูกคนอื่นรังแก เธอไม่ทำตัวเหลวไหลข้างนอกหรอก เธอเป็นลูกสาวที่พวกเราอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีนะ!”
“ลูกสาวของพวกเรา?อย่าเอาผมไปเกี่ยวข้องด้วย คุณคนเดียวที่สอนลูกโง่แบบเธอออกมา!”
กิ่งรู้สึกตกใจ ไม่กล้าช่วยโรซี่พูดอะไรอีก
เคนท์พูดขึ้นว่า: “เธอแค่โง่ก็พอแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะโง่ขนาดนี้!ยังจะกล้าพูดว่าตั้งใจอบรมสั่งสอน หลายปีมานี้เลี้ยงเสียข้าวสุก!ไม่รู้กาลเทศะ ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ถ้าปล่อยให้เธอทำตัวตามใจชอบแบบนี้ต่อไปตระกูลกรภัควัฒน์ของเราต้องล่มสลายไปแน่!”
กิ่งทนไม่ไหวพูดออกมาว่า: “เธอมันโง่จริง แต่นั่นเป็นเพราะว่าเธอไร้เดียงสาเกินไป ไม่ถึงกับ……”
“คุณให้ผมหุบปากเลย!คุณก็อยู่ที่บ้านพิจารณาตัวเองแหละ ว่าทำไมถึงอบรมสั่งสอนลูกเลวแบบนี้ออกมาได้!” เคนท์พูดจบก็ผลักเธอออก แล้วเรียกคนขับรถที่บ้านเพื่อออกไปอีกครั้ง
!
,