ตอนที่ 481
บทที่ 481 เธอนั่นแหละที่เป็นฆาตกร
October 28, 2026
มาร์ชหยิบชานมที่ถูกบรรจุไว้อย่างดีออกมาแก้วหนึ่ง แล้ววางไว้บนโต๊ะของแผนกต้อนรับทางด้านหน้าพร้อมพูดว่า “คุณชื่ออะไรเหรอ อันนี้ให้คุณนะ ผมคือ……”
“ขอโทษด้วยค่ะ พวกเราที่นี่มีกฏ คุณติดสินบนฉันไว้ก็เปล่าประโยชน์ค่ะ” ณชาไม่รอให้เขาพูดจบก็โบกมือไล่เขา ในตอนที่เห็นว่าเขาไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นก็นับว่าเป็นเทพบุตรสุดหล่อคนหนึ่งเลยจริงๆ
แต่ณชาก็ยังรู้ความ ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนี้จะดูดีแค่ไหน ก็ไม่อาจสำคัญไปกว่าความอิ่มท้องของตัวเองได้
มาร์ชมีสีหน้าเย็นชาอีกครั้ง ชี้นิ้วไปที่เธอ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่พุ่งพรวดเข้าไปที่ห้องทำงาน
ณชารู้สึกกระวนกระวายโดยพลันจึงตะโกนตามหลังของเขาไปว่า “เฮ้ คุณไม่ได้นัดเอาไว้ ต่อให้เข้าไปแล้วก็ไม่มีดีไซเนอร์ค่อยต้อนรับคุณหรอกนะ!”
มาร์ชวิ่งตรงไปยังห้องทำงานของนานาอย่างชำนาญทางเป็นอย่างดี แล้วเห็นว่าประตูห้องทำงานของเธอเปิดอยู่ จึงพิงอยู่ที่ประตูแล้วพูดอย่างหัวเสียว่า “ดีไซเนอร์คนดังของผมครับ ตอนนี้อยากจะเจอคุณสักครั้งไม่ง่ายเลยจริงๆ นะ”
“สามี คุณว่างมาที่นี่ได้ยังคะ?” นานามองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ
ณชาที่ตามมาได้ยินนานาเรียกผู้ชายคนนี้ว่าสามี ก็ตะลึงงันไปโดยทันที อ๋อ ที่แท้เป็นสามีของบอสนี่เอง
มาร์ชพูดอย่างยิ้มเยาะว่า “ตอนเช้าวันนี้ไม่ค่อยมีธุระน่ะ ก็เลยมาหาคุณไง”
ณชารีบอธิบายด้วยความประหม่าอย่างลนลานว่า “ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นสามีของพี่น่ะค่ะพี่นานา ฉันถามเขาว่าได้นัดเอาไว้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ได้นัด……”
“เอาล่ะ พี่รู้แล้ว ต่อจากนี้ถ้าเขามาที่พวกเรานี่อีก เธอก็ไม่ต้องไปสนใจเขา” นานาไม่ได้สื่อว่าที่จะตำหนิเธอ
เธอรู้สึกโล่งใจอย่างอดไม่ได้ จึงเตรียมตัวจะกลับไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
“เดี๋ยวก่อน” มาร์ชหมุนตัวกลับแล้วยื่นชานมและของหวานทั้งหมดที่อยู่ในมือให้กับเธอและพูดว่า “เอาพวกนี้ไปแบ่งให้เพื่อนพนักงานคนอื่นที”
“ได้ค่ะ” ณชารับของมาแล้วเอ่ยพูดปนรู้สึกผิดหน่อยๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ” พูดจบก็กุมไปที่หัวใจดวงน้อยแล้วรีบวิ่งออกไป
ภายในมือของมาร์ชยังมีอีกหนึ่งชุดพิเศษที่เหลือไว้ให้นานาโดยเฉพาะ จึงวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอแล้วพูดว่า “อันนี้ให้คุณครับ พนักงานใหม่ที่รับมาไม่นานมานี้โอเคทุกคนใช่ไหม?”
นานามองชานมและของหวานที่เขาเอามา แล้วพูดว่า “ใกล้ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงแล้ว ใครจะกินพวกนี้กันล่ะคะ คนอื่นเขาดื่มชานมแกล้มกับของหวานเป็นอาหารว่างยามบ่ายกันต่างหากล่ะ”
“หืม ผมซื้อมาผิดงั้นเหรอ?” มาร์ชพูด “ก็เห็นเซทท์ซื้อพวกนี้มาที่บริษัทบ่อยๆนี่ครับ พวกพนักงานผู้หญิงนั่นก็ชอบกินชานมกับของหวานพวกนี้กันทุกคน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพวกเธอแน่นแฟ้นเชียวล่ะ นี่ผมก็กำลังเรียนแบบเขาช่วยเพิ่มความแน่นแฟ้นระหว่างคุณกับพนักงานไง”
นานายิ้มแล้วเจาะชานมดื่มพร้อมพูดว่า “งั้นคุณคิดว่าเขาซื้อมาในเวลานี้ไหมคะ?”
มาร์ชพูดอย่างนึกไม่ออกว่า “ไม่ค่อยได้ใส่ใจว่าเขาซื้อมาตอนไหนนี่”
นานาไม่ได้แกล้งเขาต่อ เป็นไปได้ยากที่เขาจะยอมลดตัวลงมาซื้อชานมกับของหวาน จึงพูดยิ้มๆ ว่า “ชานมนี่อร่อยจังเลยค่ะ ขอบคุณคุณนะคะที่ยังคิดได้ว่าจะช่วยเพิ่มความแน่นแฟ้นระหว่างฉันกับพนักงานน่ะค่ะ”
“จริงสิ แม่สาวน้อยรีเซฟชั่นเมื่อกี้คนนั้นไม่แย่เลยนะ สามารถยืนหยัดในกฎเกณฑ์เอาไว้ได้ แล้วดีไซเนอร์ที่คุณรับสมัครมาล่ะ ไม่เห็นคนเลยนี่” มาร์ชมองออกไปนอกห้องทำงานของเธออย่างสงสัย “มีงานน่ะค่ะ ไปคุยกับลูกค้ากันอยู่ทุกคนเลย”
มาร์ชเอ่ยถาม “รับสมัครดีไซเนอร์มากี่คนล่ะ ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”
นานาหัวเราะ ดูท่าแล้วนี่ต่างหากที่เป็นประเด็นหลักในการมาหาเธอในวันนี้ จึงเอ่ยว่า “รับมาแค่สามคนชั่วคราวค่ะ ผู้หญิงหนึ่งคน แล้วก็ผู้ชายสองคนค่ะ”
“ผู้ชายสองคนเลย?” มาร์ชถามอย่างตกใจว่า “อายุเท่าไหร่กันแล้วล่ะ แต่งงานกันหรือยัง?”
นานาทนเขาไม่ไหว จึงเอ่ยว่า “คุณมาร์ชคะ คำถามนี้ของคุณแปลกๆนะคะ แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงานมันสำคัญด้วยเหรอคะ?”
“แน่นอนว่าสำคัญสิ ถ้ายังโสดทุกคนละก็ แล้วเกิดคบคนในออฟฟิศกันเองเป็นแฟนกันขึ้นมา ถ่วงเวลางานจะตาย” มาร์ชเถียงข้างๆคูๆ ไร้เหตุผล
นานาพูดยิ้มๆ ว่า “วางใจเถอะค่ะ ฉันไม่ได้สนับสนุนให้คบกันเองในออฟฟิศ แต่ก็ไม่ได้ห้ามนะคะ บอสอย่างฉันเนี่ยหัวสมัยใหม่พอสมควรเลยล่ะค่ะ”
มาร์ชไม่อาจเก็บซ้อนจุดมุ่งหมายที่แท้จริงเอาไว้ได้แล้ว จึงเอ่ยว่า “งั้นเอาเรซูเม่ของดีไซเนอร์ผู้ชายสองคนนั้นมาให้ผมดูที เดี๋ยวผมช่วยคุณคัด”