ตอนที่ 522
บทที่ 522 แววตาที่น่าสงสาร
October 28, 2026
“งั้นต่อไปเราเรียกเธอว่ายิ้มแล้วกัน” นานาคิดไม่ถึงว่าแค่ตั้งชื่อให้ลูกโรซี่ก็จะไม่ยินยอม ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้
ชาร์วีตอบรับ
มาร์ชยืนมองไปรอบๆห้องคนไข้ ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ: “ชาร์วี ทำไมถึงมีแค่แกที่ดูแลยิ้มล่ะ คนของสถานสงเคราะห์ไม่มาช่วยแกเลยเหรอ?”
ชาร์วีพูดอย่างจำใจ: “สถานสงเคราะห์เป็นองค์กรการกุศล ยิ้มเป็นโรคประเภทนี้ ทั้งยังได้ฉันรับมาดูแล พวกเขาคงไม่ยุ่งแล้วแหละ อีกอย่างพวกเขาก็ยุ่งไม่ไหวด้วย ค่ารักษาก้อนใหญ่ขนาดนี้ใครจะยินยอมรับภาระล่ะ”
มาร์ชถามอย่างไม่เข้าใจ: “เด็กๆในสถานสงเคราะห์เป็นเด็กกำพร้ากันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดไม่ได้คนรับไปดูแลจะทำยังไง?”
นานาช่วยตอบคำถามแทนชาร์วี: “ก็ทำได้แค่รักษาอาการเบื้องต้นน่ะ จากนั้นก็รอความตาย”
ชาร์วีจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย: “การรักษาเบื้องต้นคืออะไรเหรอ?”
นานาฝืนยิ้มตอบกลับไป:
“ก็คือพอเป็นไข้ก็กินยาลดไข้ เป็นหวัดก็กินยาแก้หวัด ถ้าอาการหนักจริงๆถึงจะส่งไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล แต่ยังไงก็คงให้ยาดีๆไม่ไหว”
ชาร์วีจึงกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที: “มิน่าล่ะเมื่อคืนตอนที่ผมมาถึง ยิ้มแค่ฉีดยาลดไข้แก้อักเสบ ตามปกติ แต่ไข้ไม่ลดลงเลย
ผมถามหมอว่าเพราะอะไร หมอบอกว่าค่ารักษาพยาบาลของเด็กๆในสถานสงเคราะห์มีจำกัด เป็นผมนี่แหละที่ต้องออกค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ถึงได้ใช้ยาที่ถูกกับโรค”
“เงื่อนไขการรักษาพยาบาลของเด็กๆในสถานสงเคราะห์ปัจจุบันนี้ยังถือว่าดีกว่าของฉันตอนนั้นอีก เด็กพวกนั้นที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ตอนฉันยังเด็กน่ะไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ต้องทนให้ได้ ถ้าอดทนผ่านไปได้ก็จะไม่เป็นไร แต่ถ้าทนไม่ได้......” นานาพูดต่อไปไม่ได้แล้ว “คุณชายอย่างพวกคุณคงไม่เข้าใจหรอก”
มาร์ชฟังแล้วก็เศร้า สงสารเธอจนพูดไม่ออก ขมวดคิ้วถามชาร์วี “แน่ใจใช่ไหมว่าเป็นลูคีเมีย เงื่อนไขการรักษาพยาบาลของที่นี่แย่ขนาดนี้ จะวินิจฉัยผิดพลาดหรือเปล่า?”
“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจหรอก ตามที่คนของสถานสงเคราะห์บอกไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อนยิ้มก็เริ่มเลือดกำเดาไหล ทั้งยังมีไข้ต่ำๆ เป็นๆหายๆ กินยาทั่วไปก็ไม่ได้ผล พวกเขาถึงได้ส่งเธอมาที่โรงพยาบาลชุมชน มาตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดที่นี่ ตัวบ่งชี้ที่เป็นลักษณะจำเพาะของมะเร็งเม็ดเลือดขาวต่ำมากอย่างชัดเจน หมอของที่นี่จึงสรุปผลในเบื้องต้นว่าเป็นลูคีเมีย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะวินิจฉัยผิดพลาด” ชาร์วีพูดด้วยความกลุ้มใจ “ฉันวางแผนจะย้ายเธอไปที่โรงพยาบาลของเมือง C ให้เร็วที่สุด ตอนนี้โรซี่กำลังถูกคุมขังอยู่ ฉันจึงทำได้เพียงหาคนของตระกูลกรภัควัฒน์มาดูแลเด็กคนนี้”
นานาป้อนโจ๊กถ้วยเล็กๆจนหมดแล้ว จึงวางชามลง มองไปทางชาร์วี ถามขึ้นอย่างกังวล:
“คุณคิดจะมอบยิ้มให้ตระกูลกรภัควัฒน์ พวกเขาจะยอมรับยิ้มไหม?”
“แต่ชายโสดอย่างผมจะเลี้ยงเด็กรอดได้ไง ถึงยังไงเด็กคนนี้ก็เป็นสายเลือดของตระกูลกรภัควัฒน์ พวกเขาคงทนเห็นเด็กคนนี้ป่วยตายไปโดยที่ไม่สนใจไม่ได้หรอกจริงไหมล่ะ?” ไม่ใช่ว่าชาร์วีไม่เคยกังวลกับเรื่องนี้ ตอนที่โรซี่เพิ่งคลอดเด็กคนนี้กิ่งก็รับไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ตระกูลกรภัควัฒน์ยังมีเคนท์ด้วยไม่ใช่หรือไง เขาแค่จะลองดูด้วยความหวังอันน้อยนิด
ตอนนี้พวกเขาสามคนจมลงไปในความเงียบงัน แต่ยิ้มกลับกางแขนสองข้าง ส่งเสียงอ้อแอ้อยากให้คนอุ้ม
ท่าทางอย่างนั้นของยิ้มดูแล้วบอบบางมากๆ นานากอดเธอแน่น ปลอบโยนเธอ: “กินอิ่มแล้วใช่ไหม กินอิ่มแล้วเรานอนกันสักหน่อยนะ”
พูดแล้วก็จูบไปที่หน้าผากของเธอ ให้เธอค่อยๆนอนราบลงไป
นานากล่อมเด็กคนนี้หลับไปแล้ว ถึงได้มองไปทางมาร์ชพูดขึ้น:
“งั้นเรารีบย้ายยิ้มไปที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดของเมือง C เลยเถอะ ที่สำคัญที่สุดต้องวินิจฉัยและรักษาอาการป่วยของเธอก่อน ส่วนจะมอบเด็กให้ตระกูลกรภัควัฒน์หรือเปล่าหลังจากวินิจฉัยโรคแล้วค่อยว่ากัน ดีไหม?”
มาร์ชมองนานา มือข้างหนึ่งเท้าคางพูดขึ้น: “ก็ได้ คงทำได้เพียงเท่านี้ไปก่อน จริงๆนอกจากมอบเด็กให้ตระกูลกรภัควัฒน์ ยังมีอีกวิธีหนึ่งนะ ก็คือลองตามหาพ่อแท้ๆของเด็กดู”
ชาร์วีพูดอย่างเหยียดหยาม: “ผู้ชายคนนั้นกับโรซี่น่ะเป็นความสัมพันธ์แบบข้ามคืน ผู้ชายที่นอนกับผู้หญิงแปลกหน้าไปเรื่อยเปื่อย จะคาดหวังว่าเขาจะมีความรักต่อลูกและมีความรับผิดชอบอะไรได้ยังไง”