ตอนที่ 528
บทที่ 528 กันไว้ดีกว่าแก้
October 28, 2026
ก็ไม่รู้ว่ารออยู่นานแค่ไหน นานาพิงเบาะหลับอยู่ในรถ ส่วนมาร์ชจดจ้องอยู่ที่ประตูของสถานีตำรวจโดยที่ไม่ง่วงเลยสักนิด
ในที่สุดเขาก็เห็นเซทท์ออกมาจากในสถานีตำรวจ ที่แท้เซทท์ประชุมอยู่ในสถานีตำรวจนี่เอง
เขาดันๆนานาพูดขึ้น: “ตื่นเร็ว ผมเห็นเซทท์แล้ว”
นานาตื่นขึ้นมาทันที ขยี้ๆตา มองไปนอกหน้าต่าง
มาร์ชเปิดประตูรถ: “คุณรอในรถนะ ผมจะไปเรียกเขามา”
พูดแล้วเขาก็ลงจากรถไปขวางเซทท์เอาไว้
แค่เซทท์เห็นเขา จึงพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ: “ผมกำลังจะติดต่อพี่นานาพอดี คุณรู้เรื่องโรซี่แล้วใช่ไหม?”
“นานาก็รู้แล้ว เรารอนายอยู่ในรถพักใหญ่แล้วแหละ” มาร์ชชี้ไปทางรถที่จอดอยู่
เซทท์มองแล้วพูดขึ้น: “พวกคุณนี่รู้ข่าวไวจริงๆ”
“แค่รู้ว่าโรซี่โดนคุมตัวไว้ในโรงพยาบาลจิตเวช ส่วนรายละเอียดน่ะไม่ชัดเจนเลย” มาร์ชพูด “แค่นานารู้ข่าวนี้ก็ร้อนรนจะแย่แล้ว”
เซทท์เดินไปทางรถของเขา: “คุณมาร์ช เราไปคุยกันในรถเถอะครับ”
มาร์ชเดินมาถึงหน้ารถของเขา แล้วเปิดประตูรถด้านหลัง นั่งกับเซทท์ที่เบาะหลังทันที
นานาหันตัวมามองพวกเขา ถามเซทท์: “นายเพิ่งจะประชุมเสร็จ รู้สถานการณ์โดยละเอียดไหม? ทำไมโรซี่ถึงเป็นโรคประสาทได้ล่ะ?”
เซทท์ตอบ: “แค่ผมออกมาจากที่ประชุมก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานที่รับผิดชอบคดีนี้คุยกันแล้ว โรซี่ยังไม่ได้ทำการตรวจสอบสภาพจิตใจ เรื่องของเรื่องคือวันนี้ตอนเช้าที่ต้องนำตัวเธอมาสอบสวนจู่ๆเธอก็เสียสติ กัดแขนของตำรวจหญิงคนหนึ่งจนเนื้อหลุดออกมา ทำให้เพื่อนร่วมงานสองคนที่คุมตัวเธอมั่นใจว่าเธอเสียสติไปแล้ว จึงส่งเธอไปที่โรงพยาบาลจิตเวชโดยตรง”
นานาร้องห๊ะออกมา แค่รู้สึกว่าโรซี่ทำอย่างนี้ ใครๆก็คงคิดว่าเธอเสียสติทั้งนั้นแหละ กัดแขนของคนเป็นๆจนเนื้อหลุดออกมาฟังแล้วก็หวาดเสียว
“ตำรวจหญิงคนนั้นไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เซทท์พูด:
“แขนที่อยู่ดีๆก็เนื้อหลุดออกไป คงเจ็บไม่น้อยแหละ โชคดีที่ส่งไปทำแผลที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนโรซี่หลังโดนคุมตัวไป ก็มีสภาพคลุ้มคลั่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบถามและสืบสวนเลย แต่พยานวัตถุทางเทคโนโลยีล้วนแต่แสดงหลักฐานว่าเธอนี่แหละที่เป็นฆาตกร”
“งั้นโรซี่สภาพอย่างนี้ ความเป็นไปได้ที่จะโดนประเมินว่าจิตผิดปกติก็มีมากเลยใช่ไหม?” มาร์ชถามขึ้นอย่างกังวล
เซทท์จึงพูดด้วยความจำใจ:
“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ สองวันนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญมาทำการประเมินสภาพจิตใจให้เธอ ส่วนทางฝั่งตำรวจก็มีถ้อยแถลงที่จะยุติคดี ถ้าไม่ยื่นฟ้องต่อศาลว่าโรซี่ฆ่าคน ก็ทำได้เพียงจัดการเธอในฐานะที่เป็นคนวิกลจริตเท่านั้น”
มาร์ชราวกับกำลังคิดอะไรอยู่พูดขึ้น: “ฉันเข้าใจแล้ว”
“แต่ฉันไม่เข้าใจ งั้นดาวก็ต้องตายอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมน่ะสิ” ถึงนานาจะรู้ว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับโรซี่อยู่บ้าง แต่เธอไม่มีวันเข้าข้างโรซี่แน่นอน
เซทท์ทำได้แค่บอกพวกเขาตามกฎหมายเท่านั้น “ครอบครัวของดาวสามารถเสนอให้มีการฟ้องร้องในคดีแพ่งได้ ให้โรซี่รวมถึงครอบครัวของเธอทำการชดใช้ด้วยเงิน”
“ตระกูลอุตตมสุวิบูลย์ไม่ได้ขาดแคลนเงินสักหน่อย พวกเขาไม่ใส่ใจการชดใช้ด้วยเงินหรอก” นานาพูดเศร้าๆ
เซทท์พูดต่อ: “หวังว่าการประเมินของผู้เชี่ยวชาญจะสามารถเปิดโปงคำโกหกและการแสดงของโรซี่ได้ ต่อให้ตอนนี้เธอจะเป็นบ้า แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตอนที่เธอฆ่าคนยังไม่ได้เสียสติก็หนีไม่พ้นการลงโทษทางกฎหมายอยู่ดี”
นานาจึงรีบถาม: “แล้วจะพิสูจน์ยังไงว่าตอนที่เธอฆ่าคนไม่ได้เสียสติไป?”
“ผมได้ยินเพื่อนร่วมงานบอกว่าเพราะเธอไม่ได้ให้การสารภาพถึงรายละเอียดของคดีเลย ดังนั้นจะมีจิตแพทย์มาสะกดจิตเธอ รวมถึงมีเครื่องขับเท็จด้วย ถึงตอนนั้นต่อให้เธอไม่อยากพูดความจริง แต่ในสภาพที่โดนสะกดจิตเช่นนั้นไม่แน่อาจจะพูดออกมาทั้งหมดก็ได้”
“งั้นก็ดี” นานารู้สึกว่ายังมีความหวัง
เซทท์ยิ้มพูดต่อ: “ระบบกฎหมายในปัจจุบันสมบูรณ์แบบสุดๆ ไม่ยอมให้คนที่ทำผิดหลบหนีการลงโทษไปได้ง่ายๆหรอก แล้วก็ไม่ยอมให้คนดีๆคนหนึ่งโดนใส่ร้ายง่ายๆด้วย พวกพี่วางใจเถอะ”