ตอนที่ 530
บทที่ 530 เจอผีเข้าแล้ว
October 28, 2026
หมอเขียนที่อยู่ส่งไปให้นานา พูดต่อ: “ผมจะบอกเพื่อน ให้จัดการรับเพื่อนของคุณเข้ารักษาในโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”
นานาพูดขอบคุณ เก็บที่อยู่ไว้แล้วไปหาโซฟี
เธอคิดมาตลอดทางว่าจะพูดกับโซฟียังไง ถึงจะทำให้โซฟียอมไปอยู่โรงพยาบาล แต่คิดไปคิดมาก็คิดคำพูดดีๆไม่ออกเลย กลัวจะสะเทือนไปโดนจุดที่อ่อนไหวของโซฟีเข้า
เธอมาถึงห้องของโซฟีจึงเคาะๆประตู แม่บ้านเป็นคนมาเปิดประตูให้
แต่แม่บ้านเห็นเธอแล้วก็ตกใจ “คุณมีนา คุณมาได้ยังไงคะ? คุณโซฟีออกไปทำงานต่างจังหวัดกับคุณไม่ใช่เหรอ?”
“ไปทำงานต่างจังหวัดเหรอ?” นานาพูดอย่างแปลกใจ “วันนี้โซฟีไม่ได้ไปทำงาน ฉันคิดว่าเธอพักผ่อนอยู่ที่บ้าน จึงมาดูเธอหน่อย”
แม่บ้านพูด: “ไม่นะคะ เมื่อเช้าคุณโซฟีสะพายกระเป๋าใบหนึ่ง เอาของใช้ที่จำเป็นไปด้วย บอกว่าจะออกไปทำงานต่างจังหวัด2-3วัน ยังบอกอีกว่าไปกับคุณ ฉันจึงไม่ได้คิดอะไรมาก”
นานาเดินเข้าไปมองๆในบ้านของโซฟีรอบหนึ่ง ก็พบว่าเธอไม่อยู่จริงๆ รีบถามต่อ: “งั้นเธอได้บอกไหมว่าจะไปทำงานที่ไหน?”
“ไม่ได้บอกค่ะ” แม่บ้านพูดอย่างกังวล “คุณโซฟีจะเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
นานาคิดไม่ถึงว่าโซฟีจะออกไปอย่างกะทันทัน รวมไปถึงคราวนี้ที่บอกว่าจะไปทำงานที่ต่างจังหวัด คงจะออกไปจากเมือง C แล้ว ตอนนี้เธอจึงไม่รู้จะทำยังไงดี?
“แต่ถ้าเธอจะออกไปทำงานต่างจังหวัด ได้จองตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟไปที่ไหนไหม?”
แม่บ้านถูๆมือด้วยความกระวนกระวาย จู่ๆก็นึกอะไรขึ้นได้: “อ้อ เมื่อวานตอนเธอเล่นมือถือ ฉันเหลือบเห็นโดยบังเอิญเหมือนเธอกำลังหาตั๋วรถไฟอยู่ค่ะ เธอใส่ชื่อสถานที่ว่า อำเภอจี ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวภายในจังหวัดที่เพิ่งบุกเบิกขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จึงอยากจะชำเลืองมองให้นานขึ้นหน่อย แต่คุณโซฟีกลัวว่าฉันจะเห็นเข้าจึงรีบปิดมือถือเอาไว้”
นานานั่งลงไปอย่างเหม่อลอยไม่พูดไม่จา คิดๆว่าโซฟีจะไปทำอะไรที่นั่น ซึ่งสถานที่นั้นเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่เธอเคยอยู่
แล้วนานาก็นึกได้ว่าช่วงนี้โซฟีเคยพูดถึงสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นเพราะเธอไม่ได้พูดเรื่องยิ้มกับโซฟี จนเป็นเหตุให้โซฟีต้องไปที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าจริงๆงั้นเหรอ?
เธอแค่รู้สึกปวดหัว ต้องพาตัวโซฟีกลับมาให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
ดูท่ามาร์ชคงพูดถูก ปัญหาทางความคิดและจิตใจของโซฟีต้องการผู้เชี่ยวชาญมาจัดการ การช่วยเหลือจากเธอมันช่วยโซฟีไม่ได้อยู่แล้ว เหมือนว่าผลลัพธ์ยังกลับตาลปัตรไปหมดด้วย
นานารีบค้นหาตั๋วรถไฟที่ไปอำเภอจีได้เร็วที่สุดบนมือถือ เพื่อตามตัวโซฟีกลับมาแล้วส่งตัวเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง
......
โซฟีมาถึงอำเภอจี ก็มุ่งหน้าไปที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าตามแผนที่บนมือถือเลย
เธอเดินมาถึงตีนเขา ก็มองเห็นยอดของอาคารสไตล์ตะวันตกที่สร้างอยู่กลางหุบเขาได้จากระยะไกลๆ เหมือนโบสถ์ที่เห็นได้ทั่วๆไปในต่างประเทศจนไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่
ตอนอยู่บนรถไฟเธอได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดชมวิวอำเภอจีมาบ้างแล้ว สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าของที่นี่ได้ปรับปรุงมาจากโบสถ์ในอดีต
ร้อยปีก่อนมีบาทหลวงชาวตะวันตกท่านหนึ่งมาที่อำเภอจี เห็นที่นี่มีภูเขาทอดตัวยาวเหยียดทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทิวทัศน์สวยงาม ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายซื่อตรง......จึงตัดสินใจเผยแพร่ศาสนาอยู่ที่นี่ ใช้เงินเก็บทั้งหมดของตัวเองสร้างโบสถ์ขึ้นมา
หลังจากบาทหลวงตายจากอาการป่วย โบสถ์หลังนี้จึงถูกทิ้งร้าง ภายหลังรัฐบาลท้องถิ่นได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ทั้งยังเป็นสถานที่ดูแลเด็กที่ดีแห่งหนึ่งด้วย
โซฟีแสร้งทำเป็นเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ มาท่องเที่ยวที่นี่ บอกกับที่หน้าประตูของสถานสงเคราะห์ว่าอยากเยี่ยมชมอาคารหลังนี้ ทั้งยังอยากบริจาคเงินให้สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าด้วย
คนที่เฝ้าประตูจึงปล่อยเธอเข้ามาในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เวลานี้เป็นช่วงพักกลางวันของเด็กๆพอดี ในสถานสงเคราะห์จึงเงียบเชียบ มองเห็นร่มไม้เขียวชอุ่มอยู่ทั่วทุกที่
เธอจึงอดไม่ได้ที่จะนั่งลงไปบนเก้าอี้ยาวใต้ร่มไม้ คิดๆว่านานาเติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมอย่างนี้นี่เอง ราวกับดินแดนสุขาวดี การอยู่ห่างไกลจากความสับสนวุ่นวายอึกทึกครึกโครมจริงๆแล้วก็ไม่ได้แย่อะไร