ตอนที่ 549
บทที่ 549 ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ
October 28, 2026
“คุณเคนท์ โรซี่เสียสติจริงๆถึงกับทิ้งชีวิตของเธอเอง” ชาร์วีพูดอย่างจริงจัง “ตอนเธออยู่ต่างจริงก็ได้คลอดลูกออกมาคนหนึ่งจริงๆ หลังจากคลอดออกมาแล้วรู้ว่าไม่สามารถใช้เด็กคนนั้นมาใส่ร้ายมาร์ชอีก เธอก็ทิ้งเด็กคนนั้นไป ให้ผมเอาเด็กคนนั้นส่งไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เรื่องนี้คุณกิ่งรู้ เธอเคยไปเยี่ยมโรซี่และเด็กสองครั้ง”
พูดแล้วชาร์วีเอามือถือออกมา เปิดรูปของยิ้มให้เคนท์ดู
เคนท์ดูรูปถ่ายแล้วก็หัวเราะ มองพวกเขาอย่างโกรธเคืองทันที “พวกคุณทำผมเสียเวลา จะล้อผมเล่นเหรอ ถ้าจะหาก็หารูปที่มันน่าเชื่อถือกว่านี้ เอารูปเด็กฝรั่งมาหลอกฉัน ไสหัวไป ที่นี่ไม่ต้องรับพวกคุณ”
นานาลุกขึ้นแล้วพูดว่า: “คุณเคนท์ พวกเราไม่ได้หลอกคุณ เด็กคนนี้เป็นหลานของคุณ เดิมโรซี่จะคลอดเด็กคนนี้มาแล้วใส่ร้ายมาร์ชต่อ แต่เด็กได้รับยีนจากพ่อ เป็นลูกครึ่ง แผนการของเธอล้มเหลว ก็เลยไม่เอาเด็กคนนี้ แต่เด็กคนนี้ตอนนี้กำลังเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกอย่างเร็ว พวกคุณเป็นคุณตาคุณยายคงไม่เมินเฉยดูอย่างห่างๆ”
“ภรรยาผมพูดอย่างชัดเจนว่าโรซี่ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดเพราะโดนมาร์ชทำร้ายจนแท้งลูก…….” เคนท์พูดแล้วรู้สึกว่าไม่มีน้ำหนัก ที่ผ่านมารู้สึกว่ากิ่งมีเรื่องปิดบังเขา หรือว่าจะเป็นเรื่องนี้
“งั้นคุณกิ่งก็ไม่ได้พูดความจริงกับคุณ” มาร์ชพูดเย็นชา
แม้แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าเคนท์ที่เป็นคนฉลาดในการทำธุรกิจ เรื่องอย่างนี้ก็โดนคนที่บ้านปกปิดไว้
เคนท์โมโหคนเขวี้ยงแก้วน้ำชาที่อยู่ใกล้มือ “ไร้สาระ ทำไมเธอคลอดลูกเชื้อเลวอย่างนี้” ชาร์วีรีบเอามือถือตัวเองกลับมา กลัวว่าจะโดนเคนท์เขวี้ยงทิ้ง พูดว่า: “คุณเคนท์ คุณใจเย็นๆก่อน ในเมื่อเด็กคนนี้ก็มาถึงโลกนี้แล้ว และก็เป็นหลานของพวกคุณ พวกคุณรู้ว่าเขาจะตายจะไม่ช่วยเขาไม่ได้นะครับ”
เคนท์ขำว่า: “หลานสาวเหรอ ฉันไม่มีหลานสาวอย่างนี้ พวกคุณออกไปได้แล้ว ต่อไม่ต้องเอาเรื่องแบบนี้มารบกวนผมอีก”
นานายืนมือเท้าสั่นอยู่ตรงนี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมตระกูลกรภัควัฒน์เป็นครอบครัวแบบไหนกัน
แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้อยากจะขอร้องเคนท์เพื่อยิ้มอีกครั้ง มาร์ชก็ยืนขึ้นจับมือเธอไว้ ส่ายหัวให้เธอ เป็นการบอกกับเธอว่าเธอพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์
ชาร์วีก็ดีปฏิกิริยาของเคนท์ออกว่าไม่มีทางยอมรับยิ้มเป็นหลาน พูดว่า: “คุณเคนท์ รบกวนแล้ว พวกเราขอลาก่อน”
มาร์ชไม่พูดอะไรอีกรีบลากนานาออกไป ทันในเคนท์ก็เรียกพวกเขาไว้ว่า: “คุณมาร์ช คุณชาร์วี พวกคุณอย่าลืมนะว่าNX GroupและVE Groupยังมีโปรเจทที่ร่วมมือกัน ในเมื่อโรซี่ก็ตายไปแล้ว ผมไม่อยากให้เรื่องไร้สาระของเธอมาทำให้เกิดข่าวลือที่ไม่จำเป็น และหวังว่าพวกคุณอย่ายุ่งเรื่องคนอื่นมากเกินไป”
ไม่รอให้มาร์ชพูดอะไร ชาร์วีก็หมดความอดทนแล้ว หันหน้ากลับมาหัวเราะพูดว่า: “คุณเคนท์คิดมากไปแล้ว ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจ พวกเรารู้จักแยกแยะ ว่าไปพวกเราก็เทียบไม่ได้กับความโหดเหี้ยมและไร้น้ำใจเหมือนคนบางคน จะไปเอาเด็กที่ป่วยหนักมาเป็นเครื่องมือ”
“งั้นก็ดี ได้ร่วมงานกับพวกคุณส่วนสนุกโครงการที่สอง ก็พังมันได้” เคนท์ก็ไม่วายพูดคำข่มขู่ออกมาลอยๆ
“พวกเราไปเถอะ” นานาโมโหคนไม่คิดที่จะขอร้องเขาอีก เป็นคนดึงมือของมาร์ชออกจากบ้านตระกูลกรภัควัฒน์
บนโลกนี้ยังมีผู้ชายแบบนี้ ไม่มีความรักความเมตตาต่อลูกสาวและหลานสาวของตัวเอง โหดเหี้ยมจนน่ากลัว
ระหว่างทางกลับบ้าน เธอโกรธจนอยากต่อยกลางอากาศ
ทำไมเธอเจอคนที่มีความสัมพันธ์สายเลือดกัน แต่ถึงกับทำให้เธอสิ้นหวังขนาดนี้
มาร์ชนั่งอยู่ข้างกายเธอ กุมมือเธอไว้ยิ่งบีบยิ่งแรง ปลอบเธออย่างเงียบๆ
ชาร์วีที่ขับรถอยู่ด้านหน้าก็โมโหมาก พูดอย่างโกรธเคืองว่า: “เคยได้ยินมานานแล้วว่าคุณเคนท์เขาไม่แยแสกับญาติพี่น้อง วันนี้ได้เห็นกับตาแล้ว ถึงว่าผู้หญิงที่เคยคบหากับเขา เพื่อต้องการยืนยันสถานะของลูกถึงกับต้องขึ้นโรงขึ้นศาล คนที่ไม่ยอมรับลูกของตัวเองแบบนี้ พวกเราจะหวังให้เขามารับหลานสาวได้เหรอ และยังจะบริจาคไขกระดูกให้หลานสาว พวกเราก็ใสซื่อเกินไปแล้ว”
“นายบ่นพอหรือยัง ขับรถระวังหน่อย” มาร์ชเตือนด้วยเสียงเย็นชา คำพูดระบายอารมร์ของเขาเหมือนกับเติมน้ำมันใส่กองไฟ ทำให้นานายิ่งปวดใจ