ตอนที่ 618
บทที่ 618 เส้นทางที่เดินเข้าไปแล้วหวนกลับไปไม่ได้อีก
October 28, 2026
พี่ก๊อดเดินไปหามาร์ช จับมือเขาไว้ แล้วช่วยเขายกปืนขึ้นมา พูดขึ้นว่า:“ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ หลังจากล็อกเป้าแล้วหลับตาลงแล้วเหนี่ยวไก่ปืนก็เรียบร้อย”
มาร์ชยกปืนขึ้นมา แต่ไม่กล้าเหนี่ยวไก่ปืนสักที
ภูผามองดูอย่างร้อนรน ใช้ปืนของตัวเองชี้ไปที่เขา พูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า:“ถ้าแกยังไม่ลงมืออีก แกจะตายก่อนมัน”
มาร์ชรู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือก จึงเล็งเป้าไปที่ขาของวริศ หลับตาแล้วเหนี่ยวไก่ปืนลงไป
ในขณะที่เขาเหนี่ยวไก่ปืนนั้น ภูผายิงไปที่จุดปลิดชีวิตของวริศหลายนัดติดต่อกัน
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ปรากฏว่าเลือดเต็มพื้นไปหมดแล้ว และวริศก็ได้ตายไปแล้ว เขารีบโยนปืนในมือทิ้ง ไม่รู้ว่าตัวเองยิงโดนขาของวริศ หรือยิงโดนจุดปลิดชีวิตของเขากันแน่ ทำให้เขาตกใจแข็งทื่อไปทั้งตัว
ภูผาเก็บปืนของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วพูดกับพี่ก๊อดว่า:“ต่อไปนี้ที่นี่ให้แกรับผิดชอบ อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวัง”
พี่ก๊อดตอบรับปากออกมา
ภูผาพูดกับมาร์ชอย่างไม่พอใจว่า:“ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ แกอยู่ที่นี่เคลียร์ศพให้เรียบร้อย”
พูดจบภูผาพาบอดี้การ์ดอีกคนกลับไปก่อน เหลือไว้แค่มาร์ชกับพี่ก๊อดให้อยู่ที่เดิม
พี่ก๊อดถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก้มลงหยิบปืนที่มาร์ชโยนทิ้งลงพื้น แล้วพูดขึ้นว่า:“นายยิงโดนแค่ขาของวริศ รีบลากศพสองคนนี้ไปฝังในหลุมด้านนอกก่อนเลย”
มาร์ชตอบอืมออกมา และสบายใจขึ้นเยอะเลย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ฆ่าคน แต่เมื่อเห็นสภาพศพของสองคนนี้แล้วรู้สึกตกใจมากเหมือนกัน
พี่ก๊อดพูดกับคนที่ยังยืนอยู่นอกโรงงานว่า:“ไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนเข้าไปทำงานตามปรกติได้”
เขาจึงต้องจำยอมกัดฟันแน่น ลากศพพวกนั้นทีละหนึ่งศพออกไปนอกถ้ำด้วยตัวเอง หาที่แล้วขุดหลุม จากนั้นฝังพวกเขาลงไปข้างใน แล้วทำเครื่องหมายไว้ในบริเวณที่ฝังศพของพวกเขา นี่เป็นหลักฐานที่ใช้มัดตัวภูผาได้ในอนาคต
เมื่อเขายุ่งงานพวกนี้เสร็จก็ใกล้สว่างแล้ว เขาเข้าไปในถ้ำอีกครั้งแต่ทุกคนต่างพากันพักผ่อนกันแล้ว โรงงานหยุดดำเนินการชั่วคราว
พี่ก๊อดออกมาจากในโรงงาน และทำท่าหาวออกมา จากนั้นดูพื้นที่ด้านนอก เห็นเขาจัดการสะอาดเรียบร้อยแล้ว จึงพูดกับเขาว่า:“นายชื่อภวัตใช่ไหม จัดการศพได้ดีมาก เดี๋ยวฉันพานายลงภูเขาเอง”
มาร์ชมองโรงงานที่ปิดไฟแล้ว ถามออกมาว่า:“พี่ก๊อดพี่ยังมีรถลงภูเขาอีกเหรอ?คนในโรงงานตอนนี้พวกเขาไปไหนแล้ว?”
“กลางวันพวกเขานอนในโรงงานแหละ ตุนของที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันไว้” พี่ก๊อดพาเขาเดินไปข้างนอกแล้วพูดขึ้นมา “รถไม่มีแล้ว พวกเราใช้สองเท้าเดินนี่แหละ ด้านนอกของถ้ำกลางวันถ้ามีรถจอดจะโจ่งแจ้งเกินไป ถ้ามีคนเดินผ่านอาจสงสัยได้”
มาร์ชตอบโอะออกมา แล้วเดินตามเขาเพื่อลงไปจากภูเขา
ถ้าไม่มีพี่ก๊อดเป็นคนนำทาง เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะใช้เส้นทางไหนในการลงภูเขา จะเดินยังไงถึงกลับไปบ้านของตระกูลพงศ์ภูริโสภณได้
พี่ก๊อดถามออกมาอีกว่า:“นี่เป็นครั้งแรกที่นายสัมผัสกับธุรกิจของคุณภูผาสินะ เมื่อก่อนนายทำอะไรเหรอ?”
“ชกมวยบ่อนใต้ดินแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มาร์ชตอบออกมา
พี่ก๊อดยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า:“มิน่าหล่ะนายค่อนข้างคล่องแคล่วว่องไว และร่างกายดูกำยำขนาดนี้ ดูเหมือนหลังจากนี้คุณภูผาคงจะมุ่งเน้นสอนนายตามความชำนาญและความเหมาะสมของนาย”
“ไม่หรอกมั้ง ผมก็แค่ต้องการหาเลี้ยงตัวเอง เมื่อคืนคุณภูผาโกรธผมมาก คงไม่ใช้งานผมอีกแล้วมั้ง”
พี่ก๊อดหยุดเดิน พยายามไม่ไปมองหน้าเขาแล้วพูดขึ้นว่า:“เขาไม่ได้โกรธนายจริงๆ หรอก คนที่ลงมือครั้งแรกเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น ตอนนั้นพี่ฉี่ราดกางเกงเลยด้วยซ้ำ นายถือว่าดีมากแล้ว อย่าไปคิดมากอีกเลย เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ลืมมันไปซะ”
“แต่คนเมื่อคืนวริศเป็นพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกับพี่จริงเหรอ ทำไมพี่ถึงไม่ช่วยเขาร้องขอชีวิตหล่ะ?”