ตอนที่ 622
บทที่ 622 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว
October 28, 2026
“ชาร์วี!ถ้าคุณยังไม่พูดความจริงอีก ผมจะให้คนของตัวเองไปตรวจสอบ ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะตรวจสอบหาความจริงไม่ได้!”
ชาร์วีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดออกมาอย่างลำบากใจว่า: "คุณเคนท์ คุณรู้ที่มาของภูผาไหม?คุณคิดว่าเขาแค่ต้องการซื้อหุ้นของVE Groupง่ายดายแบบนั้นเหรอ?หลังจากที่เขาซื้อVE Groupสำเร็จ เขาจะให้คุณลิ้มลองรสชาติของการสูญเสียVE Group และจะเอาชีวิตของคุณ เอาชีวิตของมีนา และเอาชีวิตของมาร์ช……เอาชีวิตทุกคนที่ขัดขวางเขา และเอาชีวิตคนที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลกรภัควัฒน์!"
เคนท์ไม่อารมณ์เสียอีก พูดออกมาอย่างงุนงงว่า:“เขาไม่ใช่ร่ำรวยมาจากต่างประเทศเหรอ และต้องการกลับมาแก้แค้นตระกูลกรภัควัฒน์ไม่ใช่เหรอ”
“ในสมองของคุณอย่ามีแค่ตระกูลกรภัควัฒน์อย่างเดียว อย่ามีแค่VE Group!ตอนนี้มีหลายคนที่มีอันตรายถึงชีวิต ผมบอกคุณได้แค่ว่า ที่มาของเขายิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่าที่คุณคิดไว้ ตอนนี้มีนาและมาร์ชทำเพื่อคุณ และเพื่อตัวพวกเขาเอง เพื่อไม่ให้มีคนต้องตายเปล่าพวกเขากำลังพยายามอยู่ ขอร้องคุณหล่ะอย่าเพิ่งสร้างปัญหาให้พวกเขาต้องตกอยู่ในอันตราย” ชาร์วีรู้สึกว่าคำพูดของเขาพวกนี้ได้พูดออกมาอย่างชัดเจนแล้ว เคนท์น่าจะเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงได้
“ความหมายของคุณคือพวกเขามีเรื่องสำคัญกว่าVE Groupถูกซื้อเหรอ แม้ต้องสูญเสียVE Groupไป ก็ต้องไปจัดการเรื่องที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ให้สำเร็จใช่ไหม?” เคนท์ถามออกมา
ชาร์วีตอบอืมออกมา “จะพูดแบบนี้ก็ได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือเขาสามารถดูแลทั้งสองทางให้ได้เป็นอย่างดีจะดีที่สุด”
“คุณผิดแล้ว เมื่อเทียบกับVE Groupแล้ว ผมแคร์ชีวิตของมีนามากกว่า” พูดจบเคนท์วางสายก่อน สีหน้าเคร่งเครียดและไม่ไปมองตัวเลขเกี่ยวกับVE Groupที่จะถูกซื้อไปอีก
เขาฟังความหมายของชาร์วีออก ตอนนี้มีนาและมาร์ชวีกำลังเผชิญกับภัยอันตรายอยู่
เขาจำได้ว่ามาร์ชเคยเอ่ยปากกับเขามาก่อน บอกว่าภูผาเป็นไปได้มากที่เขาจะมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มิฉะนั้นภูผาไม่สามารถก่อร่างสร้างตัวได้อย่างรวดเร็วในสภาพที่ไม่มีรากฐานอะไรในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย
หลังจากนั้นไม่นาน มาร์ชก็มาเกิดอุบัติเหตุตอนอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท และหาร่างไม่เจอ และยังตกอยู่ในสถานะของผู้สูญหายอยู่
“คิดอะไรอยู่เหรอ?” มีกลิ่นกุหลาบหอมโชยบางๆ มาจากด้านหลังของเขา
เคนท์รู้ว่าเป็นใคร หันหน้าไปมอง “ไม่ได้คิดอะไรหรอก กำลังตรึกตรองอยู่ว่าถ้าครั้งนี้VE Groupถูกภูผาซื้อไป ผมควรไปจากเมืองcหรือเปล่า ไปใช้ชีวิตแบบคนชราธรรมดาทั่วไปที่ควรมีหรือเปล่า?”
สีหน้าของเลขาขิมตกใจเล็กน้อย “คุณเคนท์……”
“คุณเพียบพร้อมขนาดนี้ และยังสาวอยู่ ไม่ควรมาใช้ชีวิตอยู่กับผม ควรหาช่องทางชีวิตของตัวเองได้แล้ว” เขาจับมือเธอไว้ ก้มหน้าลงแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องกังวล ถึงแม้VE Groupจะล่มสลาย ผมก็จะให้เงินคุณก้อนหนึ่ง น่าจะพอให้คุณใช้ชีวิตได้ระยะหนึ่ง”
เลขาขิมจับมือเขาไว้แน่น พูดออกมาอย่างร้อนรนว่า:“ไม่ว่าจะเป็นกลายเป็นยังไง ฉันไม่ไปจากคุณเด็ดขาด และไปจากคุณไม่ได้ ฉัน……ฉันพบว่า เหมือนตัวเองจะท้อง”
“คุณพูดอะไรนะ?” เคนท์ทั้งตกใจทั้งดีใจ และไม่กล้าเชื่อเลย
เลขาขิมพูดออกมาด้วยความเขินอายว่า:“ยังไม่แน่ใจ แค่ใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์ลองตรวจดู มันขึ้นสองขีด แต่บางทีอาจเป็นเพราะชุดตรวจสอบมีปัญหาก็เป็นไปได้”
“พรุ่งนี้ผมให้คนพาคุณไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล……”
“แต่ถ้าฉันไปโรงพยาบาลตอนนี้เกิดเจอคนรู้จัก อาจทำให้ผู้ถือหุ้นพวกนั้นหาคุณเจอ และมาตอแยคุณก็ได้” เลขาขิมพูดออกมาอย่างคนมีเหตุผลว่า “ฉันไม่เป็นไร รอให้เสร็จเรื่องการซื้อหุ้นนี้ผ่านไปก่อนค่อยว่ากัน”
“เรื่องแบบนี้รอได้ยังไง ต้องรีบไปตรวจให้แน่ใจ” เคนท์หมกมุ่นอยู่ในภวังค์แห่งความสุขแล้วพูดขึ้นว่า “ผมอายุปูนนี้แล้ว ถ้าคุณสามารถมีลูกชายให้ผมได้ ถือว่าดีมาก ดีมากจริงๆ ……”
แต่เมื่อพูดไป เขาเศร้าสร้อยขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าหากไม่มีVE Groupแล้ว เขาจะเอาลูกชายอีกทำไม จะเอาผู้สืบทอดอีกทำไม
“คุณเคนท์ ทำไมถึงไม่ดีใจอีกแล้ว?” เลขาขิมเห็นความสุขบนใบหน้าของเขาจางหายไป
เคนท์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสงบว่า:“ไม่มี คุณไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”
เลขาขิมตอบได้ออกมายังเชื่อฟัง แล้วช่วยเขาหนวดไหล่อยู่ด้านหลัง แต่กลับบ่นพึมพำในใจว่า VE Gropจะถูกคู่แข่งของคุณเคนท์ซื้อVE Gropสำเร็จไปได้เหรอ ถ้าหากคุณเคนท์กลายเป็นคนจนไม่เหลืออะไรเลย และไม่ใช่ผู้ทรงอำนาจในวงการธุรกิจอีกต่อไป แล้วชีวิตของเธอกับลูกในท้องหลังจากนี้จะเป็นยังไง?