ตอนที่ 623
บทที่ 623 ให้ฉันหุบปากเดี๋ยวนี้
October 28, 2026
“ฉันไปจากเมืองcไม่ได้” ภูผาพยายามให้ตัวเองสงบลง เดินไปมาหลายก้าวแล้วถามออกมาว่า “มีใครตายบ้าง แล้วคนที่ถูกจับมีใครบ้าง?คนในครอบครัวของคนพวกนี้ล้วนอยู่ในมือของพวกเราไม่ใช่เหรอ พวกเขาไม่มีทางซัดทอดมาถึงฉันได้หรอก”
พี่ก๊อดต้องการเกลี้ยกล่อมเขาต่ออีก “คุณภูผา มันอันตรายเกินไป……”
“แกให้ฉันหุปปากเดี๋ยวนี้!” ภูผาห้ามเขาไว้ สายตาดังเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองมาร์ชและลุลาที่ยืนอยู่ในห้องรับแขก และเริ่มเดินไปมาเงียบๆ
เขาไม่พูด คนอื่นก็ไม่กล้าออกเสียงเหมือนกัน ทำให้ในห้องรับแขกเงียบสงบเป็นพิเศษ
มาร์ชก้มหน้าลงและยืนตัวตรง แอบดีใจลึกๆ เซทท์ลงมือได้เร็วมาก คราวนี้โรงงานถูกทำลาย ไม่มีเงินจากการขายยาเสพติดแล้วภูผาจะเอาเงินจากไหนมาแสร้งทำความดี และเอาเงินจากไหนมาซื้อกิจการ
ในที่สุดภูผาก็หยุดเดิน แล้วกวาดมองไปที่พวกเขาสามคนอีกครั้ง และพูดกับพี่ก๊อดที่หมอบอยู่กับพื้นว่า:“ก๊อด ตอนนี้พวกเราต้องตั้งสติก่อน ตอนที่ตำรวจบุกเข้าไปในโรงงานได้เห็นหน้าแกไหม?”
พี่ก๊อดส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า:“ไม่เห็น ตอนนั้นผมสูบบุหรี่อยู่นอกถ้ำพอดี จู่ๆ ก็เห็นเงาดำกลุ่มหนึ่งย่องเข้ามา ผมก็เลยตามหลังพวกเขาไป จนกระทั่งไปถึงบริเวณที่มีแสงสว่างถึงมองเห็นชัดเจนว่าเป็นตำรวจ และไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนวิ่งตามผมอยู่ข้างหลังไหม แต่ตอนที่วิ่งอยู่นั้นได้ยินเสียงกระสุนยิงผ่าน เลยหกล้มระหว่างวิ่งหนี จนไปกระแทกกับศีรษะ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าข้างในมีใครโดนยิงตาย ใครโดนจับตัวไป ตำรวจพวกนั้นน่าจะมองเห็นหน้าผมไม่ชัด”
“ดี ถ้างั้นเดี๋ยวฉันให้คนไปส่งแกในเมือง แกไปดูร้านอาหารก่อนว่าร้านไหนควรปิดก็ปิดซะ เหลือไว้แค่ในเมืองแค่ร้านเดียวก็พอ และพี่น้องพวกนั้นใครยินดีจะอยู่ต่อเพื่อช่วยฉันก็ให้พวกเขาอยู่ต่อ ถ้าไม่อยากอยู่ต่อก็ส่งพวกเขากลับไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซะ ฉันต้องการคนที่จะมาช่วยงานต่ออีกสักระยะหนึ่งเเต่ไม่ต้องการคนเยอะแล้ว รอให้เรื่องซื้อหุ้นสำเร็จฉันก็จะไปจากที่นี่ทันที”
พี่ก๊อดรู้ว่าภูผาไม่ว่ายังไงก็จะดึงดันซื้อบริษัทนี้ให้สำเร็จให้ได้ เกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่เป็นผล จึงทำได้แค่พยักหน้า บางทีอพยพเป็นกลุ่มแบบนี้น่าจะปลอดภัยกว่าก็เป็นได้
ภูผาคิดอะไรขึ้นมาได้อีก จึงพูดขึ้นว่า:“ใช่แล้ว ยังมีวัตถุดิบอีกงานล็อตหนึ่งอยู่ระหว่างขนส่งทางเรือ คงไม่สามารถส่งวัตถุดิบล็อตนี้กลับไปได้อีกแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือพวกเราไปรับที่เมืองc จากนั้นทำลายมันทิ้งทั้งหมดซะ”
พี่ก๊อดพูดออกมาอย่างปวดใจทันที:“คุณภูผา ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้พวกเราก็ต้องสูญเสียมากเลยสิ”
ภูผาก็รู้สึกปวดใจเหมือนกัน ถึงแม้จะต้องสูญเสียเงินมหาศาลแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงพูดออกมาอย่างหมดความอดทนว่า:“ฉันรีบหาคนไปส่งแกในเมือง แกระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน”
พี่ก๊อดเห็นภูผาไม่คิดจะลงโทษเขา ลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก เก็บความเจ็บปวดของเขาไว้แล้วพยักหน้าออกมา
ภูผาส่งสัญญาณให้มาร์ช มาร์ชรู้หน้าที่ทันที ออกไปแจ้งคนขับรถให้เตรียมรถออกไป
เมื่อรอมาร์ชเรียกคนขับรถได้แล้ว และเตรียมรถเสร็จแล้วนั้น พี่ก๊อดเดินกะโผลกกะเผลก ออกมาจากคฤหาสน์ด้านใน
มาร์ชช่วยเขาเปิดประตูรถ แล้วพูดขึ้นว่า: “พี่ก๊อด เชิญขึ้นรถ เมื่อถึงในเมืองแล้ว หาคลินิกดูแผลที่ขาก่อน”
พี่ก๊อดอดทนกับความเจ็บปวดนั้นแล้วเข้าไปนั่งในรถ พูดกับมาร์ชอย่างซาบซึ้งใจว่า:“ภวัต ขอบใจมาก เมื่อตำรวจทำลายโรงงานของพวกเราแล้ว แสดงว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายมาก นายเองก็ต้องระวังตัวให้ดี”
มาร์ชตอบอืมออกมา ช่วยเขาปิดประตูรถให้เรียบร้อย แล้วส่งสัญญาณให้คนขับรถขับรถออกรถได้
หลังจากที่ส่งพี่ก๊อดออกไปแล้ว เขากลับเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง เห็นแค่ลุลานั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว มือข้างหนึ่งกอดลูกไว้ เหมือนเพิ่งร้องไห้เสร็จแล้วพูดขึ้นว่า: “ให้ฉันพาลูกสองคนไปที่ต่างประเทศคนเดียว แล้วคุณหล่ะ?ทำไมคุณถึงไม่ไปพร้อมกับพวกเราด้วย คุณไม่ไปพวกเราก็ไม่ไป!”
“ไร้สาระ ให้เธอพาลูกไปก่อนก็ไปก่อน เมื่อถึงเวลาฉันจะไปหาพวกเธอเอง”ภูผาพูดออกมาอย่างไม่มีทางเลือก
ลุลาดวงตาแดงก่ำแล้วพูดขึ้นว่า:“ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นพวกเราแม่ลูกจะอยู่กันยังไง?”
มาร์ชจำเป็นต้องพูดแทรกขึ้นมาว่า:“คุณภูผา ส่งพี่ก๊อดออกไปเรียบร้อยแล้ว”
ภูผาพยักหน้า แล้วพูดกับลุลาว่า:“ฉันจะรีบหาโรงเรียนประจำที่ต่างประเทศให้เด็กสองคนนี้ก่อน ส่วนเธอก็พักอยู่บริเวณใกล้ๆ โรงเรียน และจะให้เงินเธอก้อนหนึ่งเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียน เธอรออย่างสบายใจได้ ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องไปกังวล”
ลุลาร้องไห้แล้วพูดออกมาว่า:“ถ้ามีอะไร……”