ตอนที่ 629
บทที่ 629 เป็นหนี้ชีวิตนาย
October 28, 2026
มาร์ชรีบวิ่งไล่ตามถังเหล็กที่กลิ้งไป เขาอยากใช้เท้าสกัดมันไว้ เพื่อไม่ให้มันกลิ้งลงไปอีก แต่ก็ผิดพลาดหลายครั้ง จนกระทั่งถังเหล็กถูกต้นไม้ใหญ่ขวางไว้ได้
เขาวิ่งตามไป ใบหน้าหันไปทางต้นไม้ใหญ่ ส่วนหลังหันไปทางโกดัง ดูท่าทางเหมือนต้องการจะตีรเณศให้สลบ
พี่ก๊อดและลูกน้องของเขากำลังเฝ้ามองดูผ่านหน้าต่างในโกดัง กำลังกังวลแทนมาร์ชอยู่
ลูกน้องหนึ่งในนั้นของพี่ก๊อดพูดขึ้นว่า:“เห็นภวัตตัวสูงร่างใหญ่ และเคยเป็นนักมวยมาก่อน ทำไมแค่จัดการคนคนเดียวถึงซุ่มซ่ามขนาดนี้”
พี่ก๊อดพูดออกมาอย่างไม่พอใจว่า:“ใครไม่เคยมีครั้งแรกมาก่อน ครั้งแรกที่แกจัดการเรื่องแบบนี้ก็ตกใจจนฉี่ราดเลยไม่ใช่เหรอ”
คนอื่นๆ ที่กำลังหัวเราะเยาะมาร์ชอยู่ รีบเงียบปากลงทันที
ความจริงแล้วคือมาร์ชช่วยรเณศคลายเชือกออก แล้วรีบพูดกับเขาว่า:“ร่างกายมีมีดไหม ตัดนิ้วตัวเองมาท่อนหนึ่งสิ”
ระหว่างความเป็นความตายรเณศไม่มีทางเลือก หยิบมีดออกมาแล้วตัดนิ้วก้อยข้างหนึ่งของตัวเองออกมา โยนให้เขา พูดออกมาอย่างเจ็บปวดว่า:“นายจะปล่อยฉันไปจริงๆ เหรอ?”
“ถ้าฉันต้องการให้แกตายก็คงเทปูนซีเมนต์เข้าไปแล้ว” มาร์ชจับนิ้วก้อยที่เปื้อนเลือดของเขาไว้แล้วพูดขึ้นว่า “แกหลบไปหลังต้นไม้ ตอนที่ฉันเทปูนซีมีเมนต์รีบคลานหนีออกไปจากที่นี่ หนีไปได้ยิ่งไกลยิ่งดี”
“ขอบใจมาก ฉันไปหนี้ชีวิตนาย” ขอแค่ได้มีชีวิตรอดรเณศยอมให้คนอื่นคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็สามารถหลุดพ้นจากแก๊งอาชญากรที่น่ากลัวนี้ไปได้
ไม่ว่าภวัตจะเป็นสายลับหรือไม่ ความจริงแล้วเขากับภวัตไม่มีความแค้นอะไรกันมาก่อน ก่อนหน้านั้นกัดภวัตไม่ปล่อยก็เพื่อต้องการเอาชีวิตของตัวเองให้รอดก็เท่านั้นเอง
มาร์ชใช้ร่างกายที่สูงใหญ่ของเขาบังถังเหล็กไว้ รเณศมองเขาอย่างซาบซึ้งใจเป็นครั้งสุดท้าย ฉวยโอกาสปีนออกไปหลังต้นไม้ เขาแกล้งทำเหมือนใช้แรงเยอะมากกว่าจะดันถังเหล็กให้ขึ้นมาตั้งตรงได้
จากนั้นไปขนปูนซีเมนต์ถุงนั้นที่อยู่ห่างเขาไม่มากนัก ปรากฏว่ายกไม่ไหว เขาจึงต้องลากปูนซีเมนต์ถุงนั้นไปที่ข้างถังเหล็ก เปิดถุงออก แล้วเริ่มเทมันเข้าไปในถังอย่างยากลำบาก
ยิ่งเทไปถึงข้างหลังยิ่งสบาย ผ่านไปไม่นานนักเขาก็เทปูนซีเมนต์เข้าไปในถังจนหมด สุดท้ายนิ้วก้อยของรเณศถูกวางไว้ชั้นบนสุดของปูนซีเมนต์ และนิ้วก้อยฝังลงไปข้างในเล็กน้อย เพื่อเดี๋ยวจะได้ให้พี่ก๊อดและลูกน้องของเขามองเห็นนิ้วมือท่อนนี้ได้
พี่ก๊อดมองผ่านจากโกดังข้างในเห็นเขาแทปูนซีเมนต์จนหมด จึงพูดกับคนอื่นว่า:“เรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเขาก็จัดการรเณศเรียบร้อยสักที พวกเราออกไปดูหน่อย”
มาร์ชหวังว่าปูนซีเมนต์ในถังเหล็กนี้จะแห้งและเกาะเป็นก้อนให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่ให้พี่ก๊อดและคนอื่นๆ มองเห็นจุดบกพร่องอะไรได้
หลังจากที่รเณศหลบไปที่หลังต้นไม้แล้วมองเห็นก้อนหินใหญ่ที่วางรกร้างไว้ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้มอบคลานไป แต่วิ่งไปหลังก้อนหินใหญ่นั้นอย่างรวดเร็ว แบบนี้ถึงจะปลอดภัยมากกว่า
พี่ก๊อดและคนอื่นๆ เดินไปหามาร์ช มาร์ชเหงื่อไหลออกมาเต็มใบหน้า ใบหน้าและเสื้อผ้าของเขาเปื้อนไปด้วยปูนซีเมนต์ และยังมีคราบเลือดบนมือและเสื้อผ้าของเขาอีกด้วย พูดบ่นกับพี่ก๊อดขึ้นมาว่า:“น่าจะยิงมันให้ระเบิด ใครบอกว่าไม่เห็นเลือด เมื่อกี้ตอนตีเขาสลบก็มีเลือดออกมา”
พูดจบเขาใช้เสื้อเช็ดคลาบเลือดบนฝ่ามือแรงๆ
พี่ก๊อดเดินมองที่ถังเหล็ก เห็นนิ้วมือท่อนหนึ่งของรเณศโผล่ออกมาจากปูนซีเมนต์ พูดออกมาอย่างรังเกียจว่า:“ซวยจริงๆ พวกนายรีบยกถังเหล็กขึ้นรถ รอให้ปูนซีเมนต์แข็งตัวแล้วพวกเราก็ออกเดินทางไปจากที่นี่ทันที”
มาร์ชมองพวกเขาที่กำลังยกถังเหล็กขึ้นรถด้วยอาการตกใจ ดูเหมือนว่าเขายังไม่ฟื้นจากความตื่นตระหนกในการฆ่าคนเมื่อกี้เลย
พี่ก๊อดตบไปที่หลังของเขาแล้วพูดขึ้นว่า:“อย่าไปคิดมากอีกเลย เข้าไปพักผ่อนที่โกดังก่อน รอให้มืดแล้วพวกเราค่อยไปจากที่นี่กัน”
มาร์ชพยายามให้อารมณ์ที่ตื่นเต้นของตัวเองฟื้นคืนกลับมาให้เร็วที่สุด พยักหน้าแล้วกลับไปในโกดังพร้อมพี่ก๊อด แอบมองดูต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น คิดในใจว่าตอนนี้รเณศน่าจะหนีออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว
รอจนกระทั่งดึก พวกเขาทั้งหมดได้ขับรถสองคันออกไปจากโกดัง และมาถึงแม่น้ำที่ไม่มีคนเลย จากนั้นโยนถังเหล็กที่อัดแน่นแข็งตัวด้วยปูนซีเมนต์ลงไปในแม่น้ำ