ตอนที่ 630
บทที่ 630 ปฏิบัติต่อผู้คนอย่างจริงใจ
October 28, 2026
เขาพบว่าทุกครั้งที่สอบปากคำเภสัชกรที่ขาวสะอาดอ่อนโยนคนนั้น เภสัชกรคนนั้นมักจะก้มหน้าตลอดเวลา และแคะเล็บมือของเขาไม่หยุด ราวกับว่าเขาอยากจะพูดอะไรแต่ไม่กล้าพูดออกมา
ดังนั้นวิธีที่เภสัชกรคนนี้ต่อต้านกับตำรวจก็คือทำตัวเหมือนเป็นใบ้ ไม่เคยพูดอะไรออกมาเลยสักคำ
เพื่อนร่วมงานที่เคยสอบปากคำเภสัชกรคนนี้สองวันก่อนก็เคยสงสัยว่าคนคนนี้เป็นใบ้ และได้เชิญหมอผู้เชี่ยวชาญมาตรวจเช็กกล่องเสียงของเขาแล้วแต่ก็ไม่มีปัญหา
เซทท์ดูวิดีโอกล้องวงจรปิดนี้หลายครั้งเห็นสีหน้าลำบากใจของคนคนนี้ รู้สึกว่าเขาน่าจะเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้พวกเขาสืบอะไรได้
เซทท์ปิดวิดีโอในคอม หาเพื่อนร่วมงานที่เชื่อใจได้เข้ามา ตัดสินใจคืนนี้จะสอบปากคำบุคคลคนนี้อีกครั้ง
โดยไม่ให้คนอื่นรู้
เขาดูประวัติของบุคคลนี้อย่างละเอียด จบวิชาเคมีปริญญาโทรจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ตอนแรกมีอนาคตก้าวไกล และเป็นคนเมืองcอีก แต่หลายปีก่อนบอกกับคนในครอบครัวว่าจะไปทำงานบริษัทผลิตยาแห่งหนึ่งที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหลังจากไปต่างประเทศแล้วก็ไม่เคยติดต่อกับคนในครอบครัวและเพื่อนในประเทศอีกเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนี้จับตัวเขาได้ในโรงงานที่ลึกลับแบบนี้ เพื่อนของเขาและคนในครอบครัวต่างคิดว่าเขาน่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ต่างประเทศจนหายสาบสูญไป
ก่อนที่เซทท์จะสอบสวนคนคนนี้ ดื่มกาแฟก่อน เพื่อให้ตัวเองมีพลังอย่างเต็มที่
หนุ่มเภสัชกรคนนี้ถูกนำตัวไปในห้องสืบสวนเหมือนยังนอนไม่ตื่น ไม่มีแรงหาวตลอดเวลา
เซทท์ไม่ถามคำถามซ้ำๆ พวกนั้นกับเขาอีก เหมือนคุยความในใจกับเขา:“สิรภพดูผลการเรียนของนายแล้วเก่งสมชื่อนายเลย ทำไมถึงเดินผิดทาง ทำเรื่องที่อาจถูกประหารชีวิตได้แบบนี้ ถึงแม้จะไม่อยู่เมืองc ถ้าอยู่ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พวกนั้นผลิตยาเสพติดก็โทษหนักถึงประหารชีวิต นายไม่รู้เรื่องเหรอ?”
สิรภพทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเซทท์ ก้มหน้าหลับตา เหมือนจะนอนต่อ
ตำรวจที่นั่งอยู่ข้างๆ เซทท์ทนไม่ไหวตะโกนออกมา:“นายไม่ได้เป็นใบ้ ทำไมถึงไม่พูด!หัวหน้าทีมของพวกเรากำลังถามนายอยู่ นายไม่ได้ยินหรือไง?”
สิรภพลืมตาขึ้นมา นั่งตัวตรงแล้วมองพวกเขา ยื่นนิ้วก้อยออกมาแล้วเคาะหูตัวเอง
“มีอย่างที่ไหน!” เพื่อนร่วมงานของเซทท์จะไปชกเขา แต่ถูกเซทท์รั้งไว้ แล้วให้เพื่อนร่วมงานคนนี้ออกไปรับลมเย็นๆ ข้างนอกก่อน
รอจนเพื่อนร่วมงานของเขาออกไปจากห้องสืบสวนชั่วคราวแล้ว เซทท์พูดต่อขึ้นมาอีกว่า:“ สี่ปีก่อนตอนที่คุณเพิ่งเรียนจบและไปเที่ยวที่เอเชียตะวันตกกับแฟน ปรากฏว่ามีคุณกลับมาแค่คนเดียว แต่แฟนคุณกลับไม่เห็น ซึ่งตอนนั้นคุณบอกว่าตอนแรกช็อปปิ้งอยู่ด้วยกัน แต่จู่ๆ เธอก็หายตัวไป คุณหาจนทั่วก็หาไม่เจอ แฟนของคุณเคยมาหาเรื่องคุณ และพวกเขาก็ได้แจ้งตำรวจ แต่ตำรวจทางนี้ได้เคยสอบถามที่ตำรวจต่างประเทศ แต่หาเบาะแสอะไรไม่เจอเลย ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณกันแน่?เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการที่คุณไปทำงานที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตอนหลังใช่ไหม แฟนคุณน่าจะไม่ได้หายสาบสูญ และยังไม่ตายใช่ไหม?”
สิรภพไม่แกล้งหลับอีกต่อไป เงยหน้าขึ้นดวงตาเป็นประกาย มองไปที่เซทท์
เซทท์เริ่มมีคำตอบในใจ พูดในสิ่งที่เขาคาดเดาออกมาอย่างกล้าหาญ “ที่นายเดินเส้นทางอันตรายแบบนี้ทำเพื่อแฟนนายใช่ไหม?ตอนนั้นที่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พวกนายมีเรื่องกับแก๊งค้ายาใช่ไหม และแฟนนายก็อยู่ในมือของพวกเขาใช่ไหม?”
สิรภพค่อยๆ ก้มหน้าลงอีกครั้ง เหมือนพยักหน้ายอมรับ
เซทท์ฉวยโอกาสที่ทายถูกไล่บี้ถามต่อว่า:“นายไม่พูดก็ได้ ฉันมีรูปถ่ายอยู่บ้าง นายลองดูสิ คนที่ข่มขู่พวกนายมีอยู่ในรูปถ่ายพวกนี้ไหม?”
เซทท์หยิบรูปภาพที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ปึกหนึ่งออกมา ซึ่งในนั้นมีรูปภาพของภูผากับกิ่งอยู่ด้วย