ตอนที่ 646
บทที่ 646 ร่วมเป็นร่วมตาย
October 28, 2026
“แต่ฉันอยากจะรู้รายละเอียดตอนนี้ และเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” นานาควบคุมอารมณ์บางส่วนเอาไว้ไม่ได้จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เซทท์มองเธออย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็ได้ครับ ที่จริงผมรับปากเขาเอาไว้ว่าจะไม่บอกคุณก่อน แต่ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังคุณอีกต่อไปแล้วล่ะ”
พูดแล้วเขาก็ลุกขึ้น เดินไปเอาจดหมายฉบับนั้นที่มาร์ชทิ้งเอาไว้ให้มาจากห้องทำงาน แล้วมอบไว้ในมือของเธอ
นานามองจดหมายฉบับนี้ แล้วพบว่านี่เป็นลายมือของมาร์ชจริงๆ นิ้วมือที่สั่นสะท้านเพราะควบคุมเอาไว้ไม่ได้นั้นลูบไล้ไปตามตัวอักษรทุกตัวที่ปรากฏอยู่บนนั้น ราวกับว่ายังสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจของมาร์ช
เซทท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เล่าเรื่องราวหลังจากที่มาร์ชพ้นจากความตายมาได้ทั้งหมดให้นานาฟัง
ในตอนนั้นเองนานาพึ่งจะรู้ว่าที่พวกตำรวจสามารถหาหลักฐานมาเอาผิดภูผาได้เร็วขนาดนี้ ก็ล้วนแต่พึ่งพามาร์ชที่ไม่กลัวตายแล้วฝ่าอันตรายเข้าไปถึงวงในของแก๊งอาชญากร แค่ฟังก็รู้สึกตื่นกลัวสุดๆแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมาร์ชที่ต้องเจอประสบการณ์พวกนั้นด้วยตัวเองเลย
เธอรู้สึกกลุ้มใจอยู่ตลอด พอฟังเซทท์เล่าจบก็ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบไม่พูดไม่จาใดๆอยู่นาน
เซทท์เห็นเธอไม่พูด และในตอนที่กำลังจะพูดปลอบเธอสักสองสามประโยคนั้น เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น เดินไปเปิดประตูแล้วพบว่าเป็นพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่
เขาแกะกล่องที่ห่ออาหารไว้อยู่ออก แล้วเอากับข้าวมาวางเรียงกันบนโต๊ะพร้อมพูดว่า “พี่นานา พี่ไม่ต้องกังวลเกินไปหรอกนะครับ ผมคิดว่าประธานมาร์ชคงกลัวว่าสารรูปของเขาจะทำให้พวกคุณตกใจกลัวกัน น่าจะกำลังทำผ่าตัดศัลยกรรมอยู่ที่ไหนสักที่นั่นแหละครับ พอเขาฟื้นตัวดีแล้วก็คงกลับมาเองแหละครับ”
นานาส่ายหัวไปมา แล้วก็กลับมามองที่จดหมายฉบับนั้นอีกครั้ง พร้อมพูดว่า “เขาน่าจะรู้ว่าฉันไม่เคยสนใจรูปร่างหน้าตาของเขาอยู่แล้ว เขาไม่ได้ไปศัลยกรรมหรอก น่าจะไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า คงอยากจะจับตัวกิ่งกับภูผาพวกนั้นด้วยตัวเองละมั้ง”
แน่นอนว่าเซทท์รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันมีความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าว่ามาร์ชอยู่ที่ไหน และเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน
“พี่นานาครับ ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง พวกเรากินอะไรกันหน่อยก่อนเถอะครับ พี่วางใจเถอะ ผมจะพยายามหาที่อยู่ของมาร์ชให้อย่างสุดความสามารถครับ แล้วก็จะติดต่อกับพวกตำรวจ ถ้าพวกเรามีข่าวคราวอะไรก็จะได้บอกพวกเราฝั่งนี้ด้วย” พูดแล้วเขาก็ยื่นกล่องข้าวให้นานากล่องหนึ่ง
นานารับกล่องข้าวมาด้วยท่าทีที่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แล้วก้มหน้ากินข้าวไปได้ไม่กี่คำ ก็วางกล่องข้าวลง แล้วมองไปที่เซทท์พร้อมเอ่ยถามว่า “กิ่งจะพายิ้มไปหลบอยู่บริเวณในเอเชียตะวันออกใต้งั้นเหรอ?”
“ตอนนี้ยังไม่รู้ครับ พี่ถามเรื่องนี้ทำไมครับ?”
นานาเอ่ยพูดด้วยสายตาที่แน่วแน่ว่า “นายบอกพื้นที่คร่าวๆกับฉันมา ฉันก็จะไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกัน ฉันอยากจะไปหามาร์ช จะให้เขาต้องเผชิญอันตรายด้วยตัวคนเดียวอีกไม่ได้”
“ไม่ได้!” เซทท์เกือบจะสำลักอาหาร แล้วรีบพูดออกมาว่า “พี่นานาครับ พี่อยากไปเลยนะครับ ถ้าไม่มีพวกพี่อยู่แล้ว ลูกทั้งสามคนของพวกพี่จะเป็นยังไงล่ะครับ?”
“ฉันจะจ้างแม่บ้านเพิ่มอีกลหายๆคนนะ แต่ฉันจะต้องไปหามาร์ชให้ได้ ไม่มีทางที่จะรอแบบนี้ต่อไปหรอกนะ” น้ำเสียงของนานาก็เต็มไปด้วยความแน่วแน่
“แต่ว่า……”
นานาลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ถ้านายไม่บอกฉัน ว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะหาเอง ค่อยๆหาไปทีละพื้นที่ ถึงแม้ว่าต้องไปทั่วทุกซอกทุกมุมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ต้องพามาร์ชกลับมาให้ได้!”
พูดแล้วเธอก็หยิบกระเป๋าของตัวเอง เตรียมตัวว่าจะไปกลับไปจองตั๋วเลยตอนนี้