ตอนที่ 647
บทที่ 647 กอดกันอย่างแนบแน่น
October 28, 2026
เธอจองตั๋วเครื่องบินอย่างไร้ความลังเลใดๆ แล้วให้คนขับรถแท็กซี่ขับวนใจกลางเมืองไปหลายรอบ จนค่ำมากๆแล้ว ถึงจะกลับถึงประตูหน้าคฤหาสน์ เดินลงจากรถแท็กซี่มา เติมหน้านิดหน่อย เพื่อปกปิดรอยคราบน้ำตา
ในตอนที่เธอเดินเข้าคฤหาสน์ทุกคนก็คงหลับกันหมดแล้ว มีเพียงแค่แก้วเท่านั้นที่ยังรอเธออยู่
“พวกเขานอนกันหมดแล้วใช่ไหม?” นานาก้มหน้าเปลี่ยนรองเท้าแล้วเอ่ยถาม
แก้วตอบยิ้มๆ ว่า “ใช่ค่ะ นายหญิงวันนี้กลับบ้านดึกจังนะคะ คุณอันดาเห็นว่าคุณไม่ยอมกลับมาสักที ก็เลยเข้านอนเป็นเพื่อนคุณหวานไปก่อนแล้วน่ะค่ะ วันนี้คุณจะได้นอนคนเดียวสบายๆแล้วล่ะค่ะ”
นานากลับพูดว่า “ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ฉันกลับมาเก็บของนิดหน่อยน่ะ ต้องรีบขึ้นเครื่องตอนเที่ยงคืน”
“ดึกขนาดนี้แล้วยังต้องรีบขึ้นเครื่องอีกเหรอคะ?” แก้วมองไปที่หน้าประตูครู่หนึ่ง ด้านนอกยังคงเป็นยามราตรีที่มืดสนิท
นานาตอบอืมมาคำหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “เป็นเที่ยวบินเรด-อายน่ะ เสียงเบาๆ หน่อยระวังทำให้คนอื่นตื่นล่ะ”
พูดแล้วเธอก็เดินขึ้นไปเก็บของข้างบนอย่างเบามือ แก้วเดินตามเธอมาแล้วเอ่ยถามว่า “นายหญิง ต้องการให้ฉันช่วยคุณเก็บสัมภาระไหมคะ?”
“ไม่ต้องหรอก เธอไปนอนเถอะ” นานาพูดแล้วก็โบกมือให้เธอ “พรุ่งนี้ตอนเธอตื่นแล้วค่อยบอกป้าโบว์กันอันดาอีกรอบแล้วกัน”
แก้วอืมเสียงหนึ่ง แล้วถามอีกว่า “งั้นคุณจะออกไปทำงานด้านนอกนานเท่าไหร่คะ จะกลับมาตอนไหน?”
นานาตอบเวลากลับไปส่งๆว่า “ประมาณหนึ่งเดือนมั้ง ถ้ายังยุ่งมาก เธอก็ให้ป้าโบว์จ้างคนใช้มาเพิ่ม พอถึงตอนนั้นฉันพูดกับป้าโบว์เองก็ได้”
“โอเค ฉันทราบแล้วค่ะ” แก้วไม่ได้ตามเธออีก มองเห็นเธอเดินเข้าห้องนอนไป ก็กลับห้องตัวเองแล้ว
นานาเก็บสัมภาระง่ายๆ ไปนิดหน่อย เอาพาสสปอร์ตไปเล่มหนึ่ง แล้วก็สะพายแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว และขับรถออกจากคฤหาสน์ไปยังสนามบินเงียบๆ
ในตอนนี้เธอมาถึงโถงใหญ่ของผู้โดยสาร ก็ห่างจากเวลาเครื่องขึ้นไม่กี่ชั่วโมง
บนถนนในตอนที่กำลังมาที่สนามบิน เซทท์โทรมาหาเธอไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้รับสายทั้งหมด อีกทั้งยังปิดเครื่องไปเลยดื้อๆ
ที่ไม่รับสายของเซทท์เป็นเพราะเธอรู้ว่า เซทท์อยากจะโทรมาโน้มน้าวเธอไม่ให้ไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่แม้เพียงนาทีเดียวเธอก็ไม่อยากรออีกแล้ว แล้วก็ไม่อยากจะฟังเซทท์บ่นด้วย
นั่งรออยู่คนเดียวที่โถงผู้โดยสารก็รู้สึกเบื่อ เธอเลยซื้อนิตยสารมาเล่มหนึ่ง ดูไปพักหนึ่งก็รู้สึกง่วงงุน จึงเอานิตยสารวางทาบไว้บนหน้า แล้วก็พิงพนักเก้าอี้พลอยหลับไป
หลังจากที่มาร์ชออกจากบ้านของเซทท์แล้วนั้น ก็ตรงมาที่สนามบินเลย และคิดอยากจะห้ามไม่ให้นานาบินไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่โถงผู้โดยสารของสนามบินนั้นใหญ่มากเกินไปจริงๆ เขาขึ้นๆลงๆ ตามหาเธอไปทั่วทุกแห่ง แต่กลับไม่พบร่องรอยของนานาเลย
ทางฝั่งของเซทท์ก็โทรศัพท์หานานาตั้งหลายรอบ แต่ตอนแรกนานาก็ไม่รับโทรศัพท์ ต่อมาก็ปิดเครื่องไปเลยเสียดื้อๆ
เซทท์ได้แต่ให้เพื่อนร่วมงานที่ทำโอทีอยู่ ช่วยหาไฟล์เที่ยวบินเที่ยวนั้นที่นานาจองเอาไว้ แต่ถึงแม้จะหาก็ไม่อาจจะเจอก็เร็วขนาดนั้น
มาร์ชที่อยู่สนามบินฝั่งนั้นก็เร่งเร้าเขาไม่หยุด เขาก็ได้แต่แค่ให้มาร์ชอดทนรอ
นานาไม่รู้ว่านอนไปนานขนาดไหน จู่ๆก็ตื่นขึ้นมา นิตยสารจึงหล่นลงพื้นไป
เธอเก็บนิตยสารขึ้นมาแล้วก็มองเวลา ห่างจากเครื่องขึ้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง จึงรีบยัดนิตยสารเข้ากระเป๋า แล้วก็ล้วนเอาบัตรผ่านขึ้นเครื่องกับบัตรประชาชนที่เตรียมไว้ออกมา และรีบเดินไปที่ประตูขึ้นเครื่องอย่างลุกลี้ลุกลน
ที่ประตูขึ้นเครื่อง ในตอนที่เธอกำลังจะต่อแถวของผู้โดยสารที่รอการตรวจบัตรนั้นเอง ก็รู้สึกว่ามีคนที่ชอบบังเธอเอาไว้ ตั้งนานก็ไม่ยอมหลีกทางให้ น่ารำคาญจนต้องเงยหน้าขึ้นมองคนๆนั้น เห็นเพียงแค่ภวัตคนนั้นที่เธอเคยเจอเมื่อก่อน ไม่สิ เป็นมาร์ชที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอต่างหาก
เธอรู้สึกเหม่อลอยไปหมด หัวใจแทบจะกระโดดออกมาอยู่แล้ว หรือบังเอิญว่าเขาก็จะนั่งเครื่องบินเที่ยวนี้เหมือนกัน ภายใต้ความนึกคิดเธอก็คิดอยากที่จะกอดเขาเอาไว้แน่นๆ แต่พอคิดได้ว่าเขาหลอดเธอมาตั้งนาน จู่ๆก็รู้สึกโกรธเขาขึ้นมาอีก เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้จักไปทั้งอย่างนั้น แล้วเอ่ยว่า “คุณคะ คุณขวางทางของฉันอยู่น่ะค่ะ รบกวนหลบหน่อยค่ะ”