ตอนที่ 653
บทที่ 653 อ่านความคิดของเขาไม่ออก
October 28, 2026
ชาร์วีรีบพยุงตัวเธอขึ้นมา แล้วพูดอย่างอึดอัดใจว่า “นี่เธอกำลังทำอะไรเนี่ย คิดว่าฉันเป็นคนซื้อจริงๆ ไปแล้วงั้นเหรอ”
สกายเพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองอ่านความคิดของเขาไม่ออก บางทีเขาก็อ่อนโยน บางทีก็ขี้หงุดหงิด บางทีก็ให้ความรู้สึกผู้คนว่าเป็นพ่อพระสุดๆ มีบางทีก็ทำให้เธอรู้สึกอันตรายเป็นอย่างมาก……
“ทำไมคุณต้องช่วยเหลือฉันแบบนี้ตลอดด้วยคะ?” สกายถามด้วยความไม่เข้าใจ “ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งและไร้ค่าแม้แต่แดงเดียวในสายตาของผู้ชายส่วนมาก ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันถึงมีคุณค่าขนาดนี้คะ”
จู่ๆ เขาก็ถูกเธอถามจนสับสนไปหมด ทันใดนั้นก็รับรู้ได้ว่าที่จริงแล้วตัวเองนั้นหลงไหล่ในตัวของผู้หญิงคนนี้ แล้วก็ชอบเธอขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ
คิดได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้นานายังเคยพูดๆ กับเขาอยู่ พูดว่าเขาก็ควรที่แต่งงานมีลูก มีครอบครัวที่มั่นคงได้แล้ว
แล้วจู่ๆ เขาก็โพล่งออกมาว่า “เพราะว่าผมอยากได้ภรรยาคนหนึ่งไงเล่า แล้วคุณก็เป็นตัวเลือกที่ผมรู้สึกว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว”
สกายงงงวยในทันที ตัวเองจะต้องฟังผิดไปแน่ๆ “คุณรู้ไหมคะว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่?”
ชาร์วีตอบอย่างจริงจังว่า “แต่งงาน ผมอยากแต่งงานกับคุณ”
คราวนี้สกายได้ยินอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว พูดแล้วก็ยิ้มอย่างเยอะเย้ยว่า “เลิกล้อเล่นได้แล้วค่ะ เรื่องแบบนี้จะเอามาล้อเล่นได้ที่ไหนกัน……”
“ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ ถ้าคุณมาเป็นภรรยาของผม คุณก็จะจงรักภักดีกับผมเพียงคนเดียว! ผมสามารถมอบทุกสิ่งที่คุณปรารถนาอยากจะได้ แบบนี้การค้าระหว่างเราถึงจะยุติธรรมครับ” เขายังไม่เคยบอกเธอชอบเธอสองคำนี้เลย ที่ผ่านมาเขาก็กำชัยชนะของพวกผู้หญิงที่เป็นของเล่นพวกนั้นไว้ในมือ แต่สำหรับสกายแล้ว ถ้าเขาพูดคำสองคำนั้นออกไปก่อนเขาก็จะเป็นฝ่ายแพ้
สกายราวกับฟังเข้าใจแล้ว ที่แท้เขาก็ต้องการให้เธอขายตัวเองเป็นทาส แถมต้องเป็นตลอดชีวิตแบบนั้น
ความหน้าไม่อายที่เคยมีของเธอก็แสดงอาการออกมาอีกครั้ง แถมยังมากขึ้นอีกด้วย แต่เธอกลับไม่อาจจะปฏิเสธเขาได้เลย ได้แต่หายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับพูดว่า “ประธานชาร์วีคะ ข้อเสนอนี้ของคุณมันกะทันหันเกินไป ให้เวลาฉันได้พิจารณาให้ดีก่อนเถอะนะคะ แต่ตอนนี้ฉันอยากจะไปหาคุณแม่ก่อนค่ะ”
“แน่นอนว่าผมจะให้เวลาที่มากพอสำหรับคุณที่จะพิจารณาล่ะนะ” ชาร์ซีพูดราวกับไม่ได้ใส่ใจว่าเธอจะตกลงหรือปฏิเสธ “เดี๋ยวผมไปพร้อมกับคุณ”
สกายไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วเดินนำอยู่ด้านหน้า ที่จริงได้ผ่านประสบการณ์แต่งงานที่ล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอจึงไม่กอดความหวังคือจินตนาการใดๆ เกี่ยวกับการแต่งงานตั้งนานแล้ว ไม่อยากที่จะโดนการแต่งงานที่น่ากลัวมาผูกมัดเธอเอาไว้ได้เร็วขนาดนี้เลยสักนิด
เธอไม่ได้ตรงไปหาคุณแม่ที่ห้องพักผู้ป่วย แต่ไปซื้อดอกลิลลี่หอมมาช่อหนึ่งจากร้านดอกไม้หน้าประตูทางเข้าของโรงพยาบาล ถึงจะค่อยไปคุณแม่ที่ห้องพักผู้ป่วย
ชาร์วีเดินตามเธออย่างไร้สุ่มไร้เสียงมาโดยตลอด แล้วก็รู้สึกสงสัยในตัวแม่ของเธอเป็นอย่างมาก ในตอนที่เธอถือช่อดอกไม้เดินเข้าห้องพักผู้ป่วยไปนั้น เขาแค่เดินตามเข้าไปเพียงสองก้าวเท่านั้น แล้วก็ยืนพิงอยู่ตรงประตูหน้าห้อง
แม่ของเธอนอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย รูปร่างผอมซูบ สีหน้าติดเหลืองราวกับน้ำดีทั้งหมดนั้นไหลมาอยู่บนใบหน้าทั้งหมด ดูจากสถานการณ์แล้วก็คิดบวกไม่ได้จริงๆ
สกายวางดอกลิลลี่ที่อยู่ในมือไว้ในแจกันตรงหัวเตียง ในตอนที่กำลังจะจัดดอกไม้ คุณแม่ของเธอก็ตื่นขึ้นมา เพียงแค่มองเห็นเธอ รอยยิ้มก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าแล้วเอ่ยว่า “กลิ่นนี้หอมดีนะ แม่ชอบ”
พูดแล้วแม่ของเธอก็เอียงตัวไปหาช่อดอกลิลลี่ช่อนั้น แล้วยื่นนิ้วมือไปสัมผัสผ่านดอกไม้พวกนั้น สุดท้ายก็ดึงออกมาดอกหนึ่งแล้ววางไว้บนจมูกดอกแล้วดมอีก
สกายหยิบดอกไม้ที่อยู่ในมือของเธอมา แล้วเอ่ยว่า “คุณแม่คะ อย่าดมแบบนี้สิคะ ระวังแมลงในดอกไม้จะมุดเข้าไปในจมูกนะคะ”
แม่ของเธอออกแรงแล้วนั่งขึ้นมาด้วยตัวเอง แล้วเอ่ยอย่าไม่ใส่ใจว่า “แม่ก็เป็นคนใกล้จะตายแล้ว ยังจะต้องมากังวลเรื่องนี้ด้วยเหรอ เป็นเธอต่างหากนังหนู อย่าทรมานตัวเองอีกเพื่อที่จะรักษาอาการป่วยของแม่ไว้เลย”
สกายรู้สึกมีอะไรมาทิ่มแทงในหัวใจของเธอ แต่กลัวพูดยิ้มๆ ว่า “ตงตายอะไรกันคะ เป็นมะเร็งตอนนี้ไม่น่ากลัวซะหน่อย มีตั้งหลายคนที่รักษาหลายนะคะ แม่ก็อย่าเป็นห่วงหนูเลย ให้ความร่วมมือในการรักษาของคุณหมออย่างเต็มที่เถอะค่ะ ค่ารักษาพยาบาลแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หนูมีเงิน”