ตอนที่ 654
บทที่ 654 เอาชนะใจคน
October 28, 2026
“ผมอยากจีบเธอ ขอเธอแต่งงาน แล้วก็ปกป้องดูแลเธอทั้งชีวิตนี้ แต่เธอไม่ยอมเลยครับ”
“คุณเป็นที่นี่ไหม พ่อแม่ทำงานอะไร แล้วตัวคุณเองทำงานอะไร?” แม่ของสกาย เริ่มซักไซ้เกี่ยวกับทุกๆ เรื่องของเขา
เขาเองก็ตอบตามความจริงทั้งหมด แถมยังพูดถึงคุณแม่ของตัวเองกับแม่ของสกายด้วย นั้นตอนนั้นเองถึงจะพบว่า เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองกับสกายคล้ายๆ กันอีกด้วย
คุณพ่อของสกายเสียชีวิตเพราะป่วยหนักตั้งแต่เธอยังเด็ก เพราะฉะนั้นแม่ของเธอก็พึ่งตัวเธอเองเลี้ยงเธอมาจนโต แถมยังทำให้เธอได้กลายเป็นนักแสดงบัลเล่ต์ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย
ชาร์วีเองก็เสียคุณพ่อไปตั้งแต่เด็ก และพึ่งพาอาศัยคุณแม่เพื่อความอยู่รอด เขาสามารถเข้าใจความยากลำบากของคุณแม่สกายที่ต้องเลี้ยงลูกมาคนเดียวนั้นได้ดี
พวกเขาทั้งสองยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอกัน ในตอนที่สกายซื้อโจ๊กกลับมาแล้วนั้น ก็เห็นพวกเรามีคุยมีหัวเราะกันคิกคักๆ คิดไม่ถึงว่าคุณแม่จะไม่เกลียดชาร์วี ตะเพิดเขาออกจากห้องพักผู้ป่วย มันน่าแปลกมากเลยจริงๆ
ต้องรู้ไว้ว่าแต่เล็กจนโตทุกๆ เรื่องที่พวกผู้ชายที่มาตามจีบเธอ คุณแม่ไม่เห็นมีอันไหนเห็นด้วยเลยสักอย่าง ถึงแม่ว่าจะเป็นสามีเก่าของเธออย่างภูริช คุณแม่ก็ไม่เคยทำหน้าตาดีๆ ให้เขาเลยสักครั้ง
แต่คุณแม่คุยกับชาร์วีแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะยิ้มออกมาด้วย
เธอจึงเอาโต๊ะจิ๋ววางขึ้นไป วางโจ๊กไว้ที่ด้านหน้าของคุณแม่คุณแม่ก็ยังอยากที่จะคุยกับชาร์วีมากอยู่ดี
“นับว่าเธอตามถึงนะเนี่ย สกายของเรานี่ดีมากเลยจริงๆ แหละ” แม่ของเธอพูดแล้วก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา “เพราะว่าเมื่อก่อนเจอคนไม่ดีมากนั่นแหละ ฉันเองก็เตือนเธอไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่เธอก็ไม่ฟังน่ะสิ”
“ผมเคยได้ยินเธอเล่าให้ฟังครับ เมื่อก่อนเธอถวายชีวิตให้กับบัลเล่ต์ ไม่พูดมาก สำรวมตัวเองสุดๆ ถึงได้มองคนไม่ออก แต่พอดีมันก็บอกได้ว่านในใจของเธอนั้นไร้เดียงสาสุดๆ เลยครับ” ชาร์วีทำราวกับเข้าใจเธอไปซะทุกอย่าง
แม่ของเธอถอนหายใจอีกครั้งแล้วพูดว่า “ก็ต้องโทษฉันด้วยล่ะนะ ตอนเธอยังเด็กก็ชอบคิดว่าเธอจะใจแตก กลัวเธอเสียเปรียบ เลยไม่ให้เธอได้สัมผัสใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามน่ะ……”
คนสองคนนี้พูดถึงเธอต่อหน้าของเธอเอง มันทำให้เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นส่วนเกิน
“แม่คะ โจ๊กนี้แม่จะยังทานอยู่ไหมคะ ถ้ายังไม่ทานอีกมันจะเย็นหมดนะคะ” พอเธอเอ่ยเตือนแม่เสร็จ ก็หันมาพูดกับชาร์วีอย่างไม่เกรงใจว่า “อย่ามาเกะกะแม่ของฉันทานข้าวค่ะ เธอยังเป็นคนป่วยต้องการพักผ่อน คุณควรไปได้แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งคุณเองค่ะ”
ชาร์วีมองไปที่มองของเธอครู่หนึ่งของจำใจ “คุณดูสิครับ เธอใจร้ายกันผมมากเลย”
คาดไม่ถึงว่าแม่ของเธอจะพูดช่วยชาร์วีว่า “สกาย ทำไมมารยาทสักนิดก็ไม่มีล่ะลูก? ตอนเด็กแม่สอนคำพูดคำจา แล้วก็การวางกับคนอื่นยังไงน่ะหา?”
สกายเห็นใบหน้าของชาร์วีนั้นมีรอบยิ้มของการเยาะเย้ยอยู่ จึงโกรธเสียจนหน้าเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดง แล้วก็กระทืบเท้าราวกับเด็กน้อย “คุณแม่! คุณแม่รับทานโจ๊กหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะส่งเขากลับแล้วค่ะ”
พูดแล้วเธอก็กระฉากชาร์วีออกมา แล้วก็ผลักเขาออกไปข้างนอก “ไม่ใช่ว่าคุณยังมีธุระที่ต้องจัดการอีกเยอะแยะเหรอคะ นี่ก็ไม่จะสายแล้วนะคะ รีบไปทำการทำงานเถอะค่ะ”
ยากที่ชาร์วีจะเห็นท่าทางที่ราวกับเด็กสาวของเธอแบบนี้ จึงยอมให้เธอผลักไสอย่างน่าขบขัน แล้วก็โบกมือให้แม่ของเธอพร้อมกับพูดว่า “คุณป้าครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณก็พักผ่อนให้มากๆ นะครับ”
“ปากเธอนี่มันหวานจริงๆ เลยนะ แต่ลูกสาวฉันไม่ได้ล่อเข้าไปอยู่ในกำมือง่ายขนาดนั้นหรอกนะ……”
ไม่รอจนแม่ของเธอพูดจบ เธอก็ผลักเขาออกจากห้องพักผู้ป่วยไปแล้ว แค่อยากให้เขารีบๆ กลับไปหน่อย นี่ทำอะไรแปลกๆซะแม่ของเธอคิดว่าพวกเขากำลังคบกันแล้วเนี่ย เพ้อเจ้อบ้าบออะไรเนี่ย
เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยของคุณแม่ได้ไม่ไกล สกายก็ปล่อยเขาเป็นอิสระ แล้วก็เดินตรงไปที่ประตูลิฟต์ของชั้นนี้