ตอนที่ 669
บทที่ 669 ต้อนรับกลับมา
October 28, 2026
เมื่อนั่งอยู่ในรถ มาร์ชกอดไหล่ของเธอไว้ พวกเขาทั้งสองมองไปข้างนอกพร้อมกัน กับบนถนนที่เพิ่งฝนตกใส่เมื่อกี้
ชาร์วีเปิดเพลงในรถ ปากก็บ่นพึมพำขึ้นมาว่า “พวกนายเลือกไฟล์บินได้ดีจริงๆ เลย เมื่อกี้ฝนตกหนักมากและเพิ่งตกเสร็จไป ถ้าเครื่องบินลงเร็วกว่านี้ก็จะเจอฝนตกหนักนั่นพอดีเลย”
ตอนนี้เป็นฤดูร้อน และเป็นช่วงฤดูการที่ฝนตกหนักมากที่สุดในเมืองC เพราะระบบระบายน้ำในเมืองแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้น้อยมากที่จะเห็นถนนมีน้ำขัง
การจราจรบนถนนแน่นหนา ถนนสองข้างทางก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คน
เมื่อเข้ามาในเมืองที่เต็มไปด้วยรถและผู้คน ชาร์วีปรับลดความเร็วรถให้ช้าลง แทบจะขับตามรถคันหน้าไปทีละเก้าๆ เลยก็ว่าได้
ทันใดนั้นมีนาเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ริมถนน แทบจะไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
หญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อคอกลมอยู่ และกางเกงผ้าไหม นั่งยองๆ อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้มีกล่องวางไว้สามสี่กล่องและกำลังพูดคุยอะไรอยู่กับผู้คนที่ล้อมรอบ เหมือนกำลังต่อรองราคาอยู่
มีนารีบดึงแขนเสื้อของมาร์ชทันทีแล้วพูดขึ้นว่า: “คุณรีบดูเร็ว ผู้หญิงใต้ต้นไม้คนนั้นเหมือนคุณกิ่งไหม?”
มาร์ชสังเกตเห็นแล้วเช่นกัน เหลือบมองดูเธอเหมือนหญิงวัยกลางคนบนถนนทั่วไป แต่เมื่อตั้งใจดูดีๆ แล้วก็เหมือนจริงๆ
“อืม ก็เหมือนอยู่นะ”
เมื่อได้คำตอบของมาร์ชแล้ว เธอรีบพูดออกมาว่า: “ชาร์วี จอดรถ รีบจอดรถเลย!”
“มีนา ที่นี่จอดรถไม่ได้ ถ้าผมจอดเดี๋ยวข้างหลังไปไม่ได้หมดเลย” ชาร์วีจึงพยายามขับให้ช้าที่สุด เพราะไม่รู้เกิดอะไรขึ้น
“หาวิธีจอดข้างทางก่อน พวกเราเหมือนเห็นคุณกิ่ง” มาร์ชยิ่งมองแผ่นหลังของหญิงวัยกลางคนนั้นยิ่งรู้สึกเหมือน
ชาร์วีหันไปมองทั้งสองข้าง “ห๋า อยู่ที่ไหน?”
มาร์ชกดกระจกรถลง เพื่อต้องการมองให้ชัดเจนแล้วพูดขึ้นว่า: “อยู่ใต้ต้นไม้ด้านขวามือ”
ในขณะที่ชาร์วีจะหันไปมองนั้น ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมาจากริมถนนสัญญาณ “มีคนมาจับแล้ว มีคนมาจับแล้ว!” เห็นผู้หญิงใต้ต้นไม้คนนั้นเก็บสิ่งของตัวเองแล้ววิ่งหนีออกไป
ในระหว่างที่ชุลมุนนั้นมีนามองเห็นครึ่งหน้าของผู้หญิงคนนั้นอย่างชัดเจน ปรากฏว่าหน้าตาไม่เหมือนคุณกิ่ง และทรงผมก็ไม่เหมือน จึงพูดขึ้นว่า: “สงสัยจำคนผิดไป พวกเราไปกันเถอะ”
ชาร์วีเหยียบคันเร่ง เพิ่งชะลอรถให้ช้าลงได้ไม่นาน ก็ถูกรถขันหลังบีบเตร่ดังครึกโครมแล้ว
หลังจากขับรถผ่านถนนที่พลุกพล่าน ชาร์วีพูดขึ้นว่า: “คนประเภทนี้ฉันเห็นมามากแล้ว ผู้หญิงที่ตั้งแผงขายของคนนั้นความจริงแล้วเขาทำกรง และขายของเก่าปลอมและยาปลอมประเภทนั้น พวกนายเห็นคนที่ล้อมรอบสามสี่คนพวกนั้นไหม ความจริงแล้วพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน เล่นละครอยู่ข้างๆ บอกว่าต้องการซื้ออะไรๆ แต่สิ่งที่ทำคือหลอกลวงคนอื่นๆ ที่เดินผ่าน แผงลอยแบบนี้บนริมถนนอย่าไปดูมันเด็ดขาด ไม่ต้องดูเลยด้วยซ้ำเห็นก็รีบเดินหนีทันทีจะปลอดภัยที่สุด”
“นายนี่มันรอบรู้ไปทุกอย่างจริงๆ” มาร์ชพูดกับเขา
แต่ว่าเรื่องที่คุณกิ่งยังไม่ถูกจับกุมเสียทีเป็นแผลในใจเขาตลอดเวลา ในระหว่างทำศัลยกรรมที่ต่างประเทศอยู่นั้นพวกเขาได้ยินมาว่า ภูผาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดและถูกประหารชีวิตแล้วด้วย
แต่ตำรวจที่นั่นจับตัวคุณกิ่งไม่ได้เสียที ถึงตอนนี้แล้วก็ไม่รู้เธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากตรวจสอบการเงินของบริษัทผลิตยาและการเงินของโรงพยาบาทที่ถูกต้องตามกฎหมายของภูผาแล้ว มีเงินที่ผ่านการฟอกเงินแล้วก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งถูกคุณกิ่งเอาไป เธอไม่ได้ทิ้งไว้แม้แต่นิดเดียวให้ลูกชายสองคนที่ยังเด็กของภูผาเลย
และหลังจากที่คดีของภูผาจบสิ้นลงแล้ว เด็กทั้งสองที่ถูกส่งกลับไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกส่งตัวไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในพื้นที่ และไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนประจำได้อีก
มีนารู้สึกเป็นกังวลอยู่เสมอ และบางครั้งก็นึกถึงยิ้ม จึงพูดขึ้นว่า: “ความจริงแล้วการตามตัวคุณกิ่งเจอ เพื่อให้เธอมารับโทษตามกฎหมายไม่ใช่เรื่องหลักแล้ว ที่สำคัญคือยิ้มอยู่กับเธอตลอดเวลา และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ้มซ่อนตัวไปทุกที่กับเธอ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของเด็กเลย”
ชาร์วีถอนหายใจออกมา แล้วพูดขึ้นว่า: “ใช่ไง ยิ้มเด็กคนนี้น่าจะสองขวบกว่าแล้ว ถ้ารู้ว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไม่น่าให้เธอรับเลี้ยงยิ้มตั้งแต่แรกเลย”