ตอนที่ 84
บทที่ 84 เขาไม่ได้แกล้งปัญญาอ่อนอีก
October 28, 2026
สองปีต่อมา มีนาตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย เหงื่อเยือกเย็นท่วมตัว พบว่าตัวเองยังนอนอยู่บนเตียงในบ้าน อธิที่อยู่ข้างกายนอนหลับอย่างสบาย
ปีนั้นเธอพาอธิไปจากเมือง Cโดยรถไฟ ไม่ได้ลงรถสถานที่ที่ครีมจัดเตรียมการให้พวกเขา แต่ลงรถไฟก่อนสองป้าย
มาถึงเมืองเล็กๆที่ไม่รู้จักแห่งนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะหาที่อยู่ได้ รายได้จากการออกแบบออนไลน์ในระหว่างวันพอที่จะดำรงชีวิตพื้นฐาน ค่าอาหารกับค่าเช่าและอื่นๆไว้ได้
ปีที่แล้วเธอส่งอธิไปโรงเรียนอนุบาลที่ฝากเด็กได้ทั้งวันของที่นี่ เธอสมัครงานในบริษัทเบียร์แห่งหนึ่ง ขายเบียร์ในสถานบันเทิงต่างๆในเวลากลางคืน รายได้เพิ่มขึ้นมาก บวกกับค่าใช้จ่ายของโรงเรียนอนุบาลของอธิก็เพียงพอมีใช้
ตอนนี้เธอเริ่มมียอดเงินคงเหลือทุกเดือน ยังมีเก็บเงินบางส่วน เก็บไว้ให้อธิใช้เรียนหนังสือในอนาคต
เธอมองดูเวลาบนโทรศัพท์ข้างเตียง เพิ่งจะตีสี่ กอดอธิไว้ในอ้อมแขน หายใจเข้าลึกๆและหลับตาลง
ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเธอเลี้ยงลูกอยู่ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ไม่ได้พบปะกับคนรู้จัก ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ และก็ไม่มีใครตามหาพวกเขาเจอด้วย
แต่เธอยังคงฝันร้ายบ่อยๆ เหตุการณ์ในอดีตเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ โดยไม่มีเหตุผลเสมอ ทั้งดีและร้าย ก็ไม่สามารถลืมได้ และยังคงอยู่
โชคดีที่ข้างกายของเธอมีลูก เธอทุ่มเทแรงกายทั้งหมดไปกับการหาเงินและตัวของลูก รู้สึกว่าชีวิตไปได้ดีบ้าง เพียงแต่ค่ำคืนเงียบสงัด มักจะมีร่างของคนบางคนปรากฏในหัว หรือว่าในฝัน
เธอพยายามจะหลับใหลอีกครั้ง แต่ยังไงก็นอนไม่หลับ ก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำในห้องน้ำ อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองกลับจากฝันร้ายสู่ความเป็นจริง
แม้ว่ากลางคืนจะยาวนาน แต่ในที่สุดก็มีเวลารุ่งสาง
เช้าวันรุ่งขึ้น อธิเพิ่งจะลืมตาขึ้น เธอก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว
อธิขยี้ตาที่ง่วงนอน มองไปทางแซนด์วิชและนมบนโต๊ะอาหาร พูดอย่าออดอ้อนว่า: “แม่ครับ หอมจังเลยครับ”
มีนาพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม: “เช้านี้แม่ใส่ไข่ในแซนด์วิช และเบคอนที่ลูกชอบทานที่สุดด้วย”
“ว้าว!”อธิกระโดดขึ้นจากเตียงอย่างมีความสุข
“รีบไปล้างหน้าล้างตา กินข้าวเช้าเสร็จ ควรไปโรงเรียนอนุบาลแล้ว ถ้าไม่รีบเดี๋ยวก็สายหรอก”
อธิกระโดดลงจากเตียง ไปแปรงฟันและล้างหน้าให้กับตัวเองอย่างชาญฉลาด
มีนายืนอยู่ที่หน้าประตู มองดูท่าทางผู้ใหญ่ตัวน้อยของเขา เด็กสี่ห้าปีอย่างเขา ปกติยังอยู่ภายใต้การตามใจและดูแลของพ่อแม่ มีอย่างที่ไหนลงมือแปรงฟันล้างหน้าเอง
แต่เขาทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้มากที่สุด ไม่เคยทำให้เธอลำบากใจ และบางครั้งก็ทำสิ่งต่างๆเก่งจนทำให้คนเป็นห่วง
“ให้แม่ช่วยลูกล้างนะ”มีนายื่นมือไปอยากจะเอาผ้าขนหนูผืนเล็กในมือของเขา แต่เขากลับหลบ
เขาพับแขนเสื้อขึ้นแล้วพูดว่า: “แม่ครับ แม่ต้องทำงานหาเงิน แล้วก็ต้องดูแลผมด้วย ก็ลำบากมากพอแล้ว เรื่องที่ผมทำเองได้ก็ปล่อยผมทำเองเถอะครับ”
พูดจบเขาก็ล้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว ยังยิ้มกว้างใส่ด้วย
มีนาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด เด็กคนนี้ผ่านอะไรมามากมายตั้งแต่อายุยังน้อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตอนนั้นถูกขังอยู่ในตระกูลจรัลพรไพศาลเป็นเวลาครึ่งปีกว่า ทำให้เขากลัวมากว่าจะไม่มีแม่ กลายเป็นรู้เรื่องรู้ราวมากขึ้น
พวกเขานั่งลงมาทานอาหารเช้า อธิยื่นนมให้กับเธออย่างเฉลียวฉลาด“แม่ครับ แม่ก็ดื่มนมด้วย แม่ทำงานกะกลางคืนทุกวัน ก็ต้องเสริมโภชนาการให้กับร่างกาย”
“แก้วนี้ลูกดื่มก่อน รอลูกไปโรงเรียนอนุบาล แม่จะอุ่นดื่มเอง”มีนาก็ดันนมให้กับเขา มองดูเขาพูดว่า“อธิ ลูกยังเป็นแค่เด็กอนุบาล ควรจะเป็นแม่ที่มาดูแลลูก ลูกไม่ต้องน่ารักคิดเผื่อแม่ทุกอย่างขนาดนี้ ลูกควรที่จะเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ควรเสียงดังก็เสียงดัง ควรโวยวายก็โวยวาย……”
“คุณครูบอกว่าเด็กแบบนั้นไม่น่ารัก ไม่ดี”