ตอนที่ 136
บทที่ 136 ช่วงชิงเกียรติยศให้กับประเทศ
October 28, 2026
บทที่ 136 ช่วงชิงเกียรติยศให้กับประเทศ
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลีชิงเยียนและซูเสี่ยวหยุนก็พนันกัน เฉินเป่ยก็อยู่ออกออฟฟิศแล้ว และด้วยทักษะการฟังของเฉินเป่ย คำพูดที่ทั้งสองคนคุยกัน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย
เฉินเป่ยรวบรวมความกล้าแล้วพูดคำคำนี้ออกมา ทำให้สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศเคล้าด้วยความอาฆาตและความเลือดเย็น ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนกลายเป็นความเลือดเย็นทันที และแผ่รังสีความอาฆาตออกมา
"อ่อ......" ภายในใจของเฉินเป่ยรู้สึกแย่ขึ้นมา ซูเสี่ยวหยุนที่อยู่ข้างๆ ก็นึกเรื่องนี้ได้ขึ้นมาทันที จากนั้นก็ยิ้มเหมือนเอาน้ำมันมาราดบนไฟ "เสี่ยวเยียน เธอห้ามไม่รักษาคำพูดนะ"
หลีชิงเยียนทำเสียงเย็นชาในลำคอ ดวงตาคู่สวยเคล้าด้วยความเย็นชา จากนั้นก็จับจ้องมองเฉินเป่ยแล้วถามขึ้น "นายจะให้ฉันทำอะไร? "
เฉินเป่ยไอแห้งๆ แล้วพึมพำด้วยเสียงเบา "คุณไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำแล้ว"
"ไสหัวออกไป! " หลีชิงเยียนระเบิดความโมโหออกมา ความโมโหเป็นฟืนเป็นไฟของท่านประธานเทพธิดานั้นถูกระบายออกมาทันที!
เฉินเป่ยไม่ได้รู้สึกลังเลเลยสักนิด จากนั้นก็หันหลังวิ่งหนีออกมาออฟฟิศ เหมือนวินาทีต่อไป ที่นี่ก็จะกลายเป็นขุมนรก
ถ้าตอนนี้ ผู้นำของกองกำลังทหารของต่างประเทศที่มีอำนาจเหนือคนอื่นได้เห็นฉากนี้ ก็ต้องรู้สึกตกตะลึงแน่นอน.....ใครจะไปนึกถึง ตอนแรกราชาหลงที่เดินเตร่อยู่ท่ามกลางห่ากระสุนเหมือนเดินเล่นอยู่กลางลานบ้าน ตอนนี้กลับดูน่าสงสาร เมื่อต้องเผชิญกับความโมโหที่ระเบิดออกมาของผู้หญิงคนหนึ่ง!
พวกเขาจะรู้ได้ยังไง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา นั่นคือเสือตัวเมีย! ที่เป็นเสือตัวเมียที่โหดเหี้ยมจนไม่มีใครเทียบได้!
"ให้ตายเถอะ คนที่อยากจะตักน้ำมาล้างเท้าให้ฉันมีเยอะแยะไป แม้แต่จะให้มาอยู่รวมกันทั้งเมืองหู้ไห่ยังไม่พออยู่.....ไม่ตักก็ไม่ตักสิ ทำไมถึงต้องโมโหขนาดนั้น......" เฉินเป่ยพึมพำ ทว่ามุมปากกลับกระตุกขึ้น
ภายในออฟฟิศ ก็มีเสียงหัวเราะอันเสนาะหูดังขึ้นอย่างชัดเจน ซูเสี่ยวหยุนที่นั่งอยู่ตรงโซฟากำลังจับท้องแล้วหัวเราะอย่างรุนแรง และหัวเราะจนเจ็บท้อง
ใบหน้าที่งดงามและขาวผ่องของหลีชิงเยียนแดงระเรื่อขึ้นมา นั่นเป็นเพราะเธอรู้สึกโมโหจนหน้าแดง
ท่านประธานเทพธิดาในตอนนี้กำลังโมโหจนปอดแทบจะระเบิด เธอนึกไม่ถึงจริงๆ ไอ้หมอนั่นที่หน้าไม่อาย กลับกล้าร้องขออย่างหน้าไม่อายแบบนี้!
นี่ไม่ใช่ว่ากำลังข่มเหงแล้วกลั่นแกล้งเธออยู่หรอ!
ท่านประธานเทพธิดาที่มีทรวงอันงดงามถึงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที ฟันอันขาวและเรียงสวยทั้งปากของเธอแทบจะกัดจนหลุดออกมาหมด
ไอ้สารเลว!
"เสี่ยวเยียน ทำใจเย็นๆ ก่อน ไม่ตักก็ไม่ตักสิ ไม่ต้องโกรธขนาดนี้ก็ได้" ซูเสี่ยวหยุนหยุดชะงักไปแล้วพูดขึ้นต่อ "แต่ถ้าพูดตามความจริง คนที่พนันแพ้ก็ต้องยอมรับถึงจะถูก......"
"ซูเสี่ยวหยุน เธอก็ให้ฉันไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้! " หลีชิงเยียนทำสีหน้าที่ดูเกร็ง ดวงตาคู่สวยแทบจะลุกเป็นไฟ
อุณหภูมิในออฟฟิศลดลงไปหลายองศา จากนั้นก็เคล้าด้วยความอาฆาตที่เลือดเย็นของท่านประธานเทพธิดา
.......
จนถึงตอนกลางคืน เฉินเป่ยกลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง กลับสังเกตเห็นว่าโม่ถีซือหายตัวไปในห้องที่เหมาไว้
เฉินเป่ยกวาดสายตามองไปทั้งสองทิศ ก็สังเกตเห็นนอกจากเตียงที่ดูยุ่ง ข้างบนยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และผ้าปูที่นอนที่ยังคงเปียกอยู่ จากนั้นก็ยังทิ้งกระดาษไว้หนึ่งใบ
"หลง ยืมขีปนาวุธ ใช้เสร็จก็จะคืนในสภาพเดิม เรื่องเมื่อคืนฉันจำไว้แล้ว.....ชีวิตของคุณ เป็นของฉัน"
ลายมือในกระดาษบันทึกนั้นสวยงามมาก เป็นตัวหนังสือหัวเซี่ยหนึ่งบรรทัพที่ดูสวยมากจริงๆ ทำให้เฉินเป่ยทำสีหน้าตะลึง มีรอยยิ้มแบบทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา
จากนั้นก็มีตราประทับผีเสื้อสีม่วงอยู่ในมุมของกระดาษบันทึก พอถูกแสงแดดสอดส่องก็ทำให้มันดูเงางามกว่าเดิม
เฉินเป่ยถอนหายใจด้วยเสียงเบา สีหน้าดูซับซ้อน สำหรับโม่ถีซือ เขายากที่จะอธิบายว่าจะตัดสินใจยังไง
ความฉลาดของโม่ถีซือ นิสัยใจคอเธอเป็นหนึ่งในหมื่นที่โดดเด่นมาก เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ทว่ากลับพ่ายแพ้ให้กับเขาไปสองครั้ง และถูกเขาเอาชนะ!
เฉินเป่ยเข้าใจในโม่ถีซือน้อยมากๆ ต่อให้เป็นโลกชั่วร้ายในทิศตะวันตก แต่กลับมีข่าวคราวเกี่ยวกับโม่ถีซือไม่มาก การปรากฏตัวของเธอจึงเป็นเรื่องที่แปลกพิลึกมาก เหมือนเธอบังเกิดอย่างกะทันหัน
ในโลกชั่วร้ายตะวันตก สำหรับตำนานของเทพธิดาแห่งภูมิปัญญานั้นมีมากจนนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งสาวกของเทพธิดาแห่งภูมิปัญญา และผู้ที่ศรัทธาต่างก็กระตือรือร้นกับเรื่องนี้มาก
ถ้าผู้ศรัทธาเหล่านั้นรู้ว่าพวกเขาไม่เคยเจอแม้แต่หน้าตาจริงๆ ของเทพธิดา เมื่อคืนตอนเธอร้องไห้ร้องขอผู้ชายคนหนึ่งด้วยความน่าเวทนา......เกรงว่า คงจะทำสีหน้าที่ผิดปกติไปแน่นอน
แม้แต่ตามที่เฉินเป่ยรู้ ตอนนั้นในความทรงจำของเขา โลกชั่วร้ายยังมีคนใหญ่คนโตอยู่หลายคนที่โปรดปรานในโม่ถีซือ สุดท้ายเมื่อคืน เฉินเป่ยกลับช่วงชิงเกียรติให้กับประเทศ และสามารถช่วงชิงอย่างบ้าคลั่ง!
และยังโชคดีที่เรื่องนี้ยังไม่ถึงหูของโลกชั่วร้าย ถึงเวลา ไม่รู้ว่าจะทำให้คนที่โปรดปรานเธอเท่าไหร่ถึงกับกระอักเลือด!
.......
และตอนนี้ โม่ถีซืออยู่เหนือพื้นดินไป 3,000 ฟุตแล้วในห้องโดยสารชั้นหนึ่งของเครื่องบิน และตอนนี้เธอสวมหมวกแก๊ปและหน้ากากปิดปากไว้ เพื่อบังผมยาวสลวยของเธอและใบหน้าที่บอบบางและสวยงาม แล้วกำลังหลับใหลไปอย่างเงียบๆ
เธอรู้สึกเหนื่อยเกินไป เมื่อคืนสงครามที่ใหญ่หลวงนั่น ทำให้เธอต้องสูญเสียพลังงานทั้งหมดที่มี แม้แต่เสียงของเธอยังแหบแล้วสามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมา
จู่ๆ โม่ถีซือสะดุ้งตกใจทันที พอเห็นก้อนเมฆก้อนใหญ่ที่เป็นลูกๆ และมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างขวางที่ไร้สุดสิ้นตรงนอกหน้าต่างของเครื่องบิน ทำให้ดวงตาคู่นั้นของเธอเปล่งประกายซึ่งความพร่ามัวและความรู้สึกอับอายพลางโมโห
เมื่อกี้เธอฝันร้อย เธอฝันว่าเธอถูกไอ้หมอนั้นกดตัวลงบนเตียงอีก......
เธอที่อยู่ในฝัน ไม่เพียงแต่ไม่ปฏิเสธ ทว่ากลับยัง......