ตอนที่ 137
ตอนที่ 137 เครียดจนกระอักเลือด
October 28, 2026
ตอนที่ 137 เครียดจนกระอักเลือด
ตรงที่ราบลานจอดเครื่องบิน มีหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกและมีร่องรอยแตกของพื้น ทุกที่มีรอยแตกที่คล้ายกับใยเล็กๆ ของแมงมุม ทำให้มองแล้วรู้สึกตื่นตกใจ!
เหมือนเป็นร่องรอยที่สัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่ตัวหนึ่งทิ้งไว้ ร่องรอยพวกนี้ทำให้สามารถอธิบายว่าการต่อรบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันดุเดือดแค่ไหน
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายๆ คนต่างก็ทำสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด ขาทั้งสองข้างสั่นเทาขึ้นมา ต่อให้เป็นตำรวจที่มากประสบการณ์ พอเห็นสถานการณ์แบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่น!
สถานการณ์แบบนี้ มีเพียงเทคนิคพิเศษที่ใช้ในการจัดฉากหนังของฮอลลีวูดเท่านั้น!
ตอนนี้ กลับปรากฏทุกอย่างอย่างชัดเจนต่อหน้าพวกเขา!
เย่ชวงเห็นหลุมลึกหลุมนี้ ทั้งตัวจึงเย็นยะเยือกขึ้นทันที เหมือนทั้งตัวของเธอถูกน้ำเย็นสาด ลำตัวอันผอมบางสั่นขึ้นเล็กน้อย
จู่ๆ ก็มีตำรวจคนหนึ่งกรีดร้องด้วยเสียงแหลม สีหน้าดูตะลึงงัน เหมือนเห็นอะไรที่น่ากลัว!
ตำรวจท่านั้นนั่งอยู่บนหลุมลึก แล้วชี้ไปที่ที่หนึ่ง จากนั้นก็พึมพำด้วยเสียงตกใจ "นี่มันเป็นไปได้ยังไง! "
เย่ชวงจึงพุ่งเข้ามาเร็วเหมือนยิงธนู จากนั้นก็พยุงตำรวจท่านั้นให้ลุกขึ้น แล้วมองไปในทิศทางทางสายตาของตำรวจมองไป สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย!
แค่เห็นตรงกลางหลุมลึก กลับมีรอยเท้าคู่หนึ่ง!
"นี่เป็นฝีมือของคนหรอ? " ตำรวจแก่ท่านหนึ่งพึมพำขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง!
ทั้งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบกริบ ตำรวจทั้งหมดจับจ้องรอยรองเท้าคู่นั้นไว้ พวกเขาถูกทำให้ตะลึงงันไปแล้วจริงๆ
"รอยรองเท้าคู่นี้เป็นรอยที่คนทิ้งเอาไว้จริงๆ ทว่ากำลังของคนสามารถทำให้เกิดหลุมลึกนี้ขึ้น ยากที่คาดคิดจริงๆ! " มีหมอนิติเวชคนหนึ่งเคยมาสืบหา น้ำเสียงเคล้าด้วยความตกตะลึง
"ไม่เพียงแต่เท่านี้ แล้วยังมีศพอีกหลายๆ ศพถูกพลังอันยิ่งใหญ่โจมตี พลังของผู้ร้าย เกินที่พวกเขาสามารถคาดคิดได้! " นิติเวชกัดฟัน หน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ
"พลังของเขาใหญ่ขนาดไหน? " เย่ชวงพยายามทำให้ตัวเองสงบสติลง ทว่าเรือนร่างผอมบางกลับสั่นเทาไม่หยุด!
"เกินกำลังของสิงโตและเสือ.......เหมือนเป็นแรงที่ย่ำเท้าลงตอนของฝูงข้างหลังจากที่เกิดความรู้สึกโมโห! " นิติเวชท่านนี้วินิจฉัยเสร็จ เสียงตกตะลึงจึงดังขึ้นโดยทั้งสี่ทิศ!
ดวงตาคู่สวยของเย่ชวงเปล่งประกายแสง และเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใจและตกตะลึง!
แรงของเหล่าสิงโตและเสือก็เป็นแรงสังหารแล้ว และเป็นอันดับสูงสุดของสัตว์กินเนื้อ และแรงพวกฝูงช้าง ก็เป็นแรงอันยิ่งใหญ่ที่แรงของคนยากที่จะต่อต้านยิ่งกว่า!
และนิติเวชท่านั้นกลับเรียกพลังนี้ว่า เป็นพลังของคนคนหนึ่งที่ระเบิดแรงออกมา กลับเป็นแรงที่แกร่งและยิ่งใหญ่แบบนี้!
นี่ยังเป็นคนอีกหรอ......นี่มันเป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่า!
ทุกคนที่อยู่ได้สถานการณ์ต่างก็ทิ้งไว้แต่เสียงหายใจที่เย็นยะเยือก เมืองหู้ไห่กลับมียอดฝีมือที่น่ากลัวแบบนี้อาศัยอยู่ด้วย!
"พลังประเภทนี้ยังไงก็ไม่มีทางมีอยู่อย่างแท้จริงอยู่แล้ว แค่มีในทฤษฎีเท่านั้น.....เพราะว่าสภาพร่างกายของมนุษย์ ไม่มีทางสูงขนาดนี้" นิติเวชทำสีหน้าที่กระวนกระวาย สีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา
นิติเวชรู้ดีว่านี่กำลังหมายความว่าอะไร นี่กำลังแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีแห่งโลกของวิทยาศาสตร์กำลังจะกลายเป็นจริง!
สถานการณ์จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบกริบทันที เย่ชวงทำนัยน์ตาที่เย็นชา แล้วกวาดสายตามองไปยังที่อื่นที่นอกเหนือจากหลุมลึก
ศพแต่ละศพล้มนอนอยู่ในท่ามกลางกองเลือด เรือนร่างตกอยู่ในสภาพที่แย่จนทนมองไม่ไหว หน้าอกยุบลงเป็นหลุม นั่นเป็นรอยของรองเท้าอย่างเห็นได้ชัด และบางศพก็ถูกสิ่งแหลมคมปาดคอ......ศพเหล่านี้ได้ผ่านการชันสูตรศพ ทุกศพต่างก็ถูกฆ่าอย่างว่องไว และพวกมันไม่ได้ผ่านจู่โจมหรือได้ต่อสู้กับผู้ร้ายเลย
ความสามารถของผู้ร้ายลึกลับจนยากที่จะคาดเดา นี่ถือว่าคดีใหญ่ที่น่าตื่นตะลึงที่สุดเท่าที่ตำรวจมากมายเคยเจอมา!
เย่ชวงกอดอกไว้ แล้วยืนอยู่ตรงกลางที่เหตุการณ์ ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเธอดูจริงจัง คดีครั้งนี้ไม่เหมือนกับคดีอื่นๆ นี่เป็นคดีที่ผู้ที่อยู่เบื้องบนกำชับว่าเป็นคดีสำคัญ และต้องหาผู้ร้ายให้เจอ จากนั้นก็ได้คำตอบที่แน่ชัดกับตระกูลหลีแห่งเยี่ยนจิง!
ตอนนั้นเย่ชวงกำลังดำเนินคดีอย่างอื่นอยู่ หลังจากที่ได้รับคำสั่งของผู้กำกับ จึงรีบทิ้งคดีในมือแล้วรีบมาที่นี่
"ต้องหาคนร้ายให้เจอ! " ใบหน้าอันสะสวยของเย่ชวงเย็นชาขึ้นมา ผู้ร้ายยิ่งแกร่งมากแค่ไหน สำหรับเมืองหู้ไห่แล้วก็ถือว่าเป็นการข่มขู่ที่ยิ่งใหญ่มากเท่านั้น เธอไม่สามารถยอมให้ระเบิดที่ไร้รูปธรรมนี้อยู่ในเมืองหู้ไห่!
"หัวหน้าเย่ คนพวกนี้ดูจากชุดเครื่องแบบแล้วเป็นลูกน้อยของตระกูลหลี บอร์ดี้การ์ดของคุณชายสองตระกูลหลี พวกเขาต้องล้อมรอบแล้วจู่โจมผู้ร้าย กลับถูกผู้ร้ายทำร้าย......" นิติเวชท่านหนึ่งพูดด้วยเสียงสั่นเทา สีหน้าเคล้าด้วยความไม่น่าเชื่อ
"ผู้ร้ายคนนี้เป็นบุคคลเหนือมนุษย์......" ตำรวจคนนั้นทำสีหน้าที่ขาวซีด จากนั้น.....ก็อ้วกอีกครั้ง
"เก็บหลักฐานรอยรองเท้าของก่อน แล้วนำไปทำวิจัยในห้องวิจัย" เย่ชวงเหลือบตามองที่เกิดเหตุ จากนั้นก็หันหลัง แล้วเดินออกจากสนามบิน
…………
ในออฟฟิศของท่านประธาน หลีชิงเยียนยืนอยู่ตรงบานหน้าต่างใหญ่ยาวเหยียดจนถึงพื้น ภายในใจกำลังครุ่นคิดบางอย่างอย่างหนักใจ
เท้าที่เปลือยเปล่าเหมือนดั่งหยกกำลังยืนอยู่บนพื้น เท้าดั่งหยกสามารถสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ส่งมาบนพื้น จึงจะทำให้นางคงสติไว้ได้
หลีชิงเยียนกำลังจับจ้องหัวใจสำคัญของเมืองหู้ไห่ ตึกอาคารสูงจำนวนมาก ที่สร้างจากเหล็กและปูนซีเมนต์นับไม่ถ้วน ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นป่าเหล็กที่เต็มไปด้วยแสงสว่างที่เจิดจ้า
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ หลีชิงเยียนก็รู้สึกหดหู่ใจ และหัวสมองจึงมีใบหน้าที่ดูเย่อหยิ่งแต่ดูใส่ใจของเฉินเป่ยลอยมา และภาพเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ลอยขึ้นมาด้วย
จู่ๆ ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนจึงหดเล็กลง ภายในใจจึงมีความคิดที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น
"เขาหายตัวไปหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วตอนกลางวันก็ไม่เห็นหน้าใช่ไหม? " หลีชิงเยียนถามด้วยทันที
"เขา? เฉินเป่ยหรอ? " ซูเสี่ยวหยุนตะลึงงันทันที จากนั้นก็ได้สติกลับมาแล้วพยักหน้า "ใช่ ตอนกลางวันไม่รู้ว่าเขาไปไหน? ทำไมหรอ? "
"หลีเช่าเทียนคงไม่มีศัตรูในเมืองหู้ไห่ ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนเปล่งประกายแสง "หนึ่งเดียวที่เป็นศัตรูของเขาที่อยู่เมืองหู้ไห่ ก็คือพวกเรา และก็มาเพราะพวกเรา"
!