ตอนที่ 497
บทที่ 497 ร้ายกลายเป็นดี
October 28, 2026
บทที่ 497 ร้ายกลายเป็นดี
“มีอะไรหรือเปล่า ชิงเยียน” เฉินเป่ยสังเกตถึงสายตาที่ผิดปกติของหลีชิงเยียน จึงถามขึ้น
“สูทชุดนี้คุณจ่ายเงินไปเท่าไหร่” หลีชิงเยียนจ้องเขม็งไปที่ชุดสูทของเฉินเป่ย ก่อนที่จะถามขึ้น
เฉินเป่ยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น จ้องไปที่หลีชิงเยียนอย่างมีความหมาย หัวเราะพลางถามว่า “ชิงเยียน คุณคิดว่าสำหรับสูทชุดนี้ ผมจ่ายเงินไปเท่าไหร่”
หลีชิงเยียนมองไปที่ชุดสูทชุดนี้ของเฉินเป่ย หลีหยางพาเธอเข้าสังคมชั้นสูงตั้งแต่เด็กๆ เธอแทบจะมองออกในปราดเดียวว่าชุดสูทนี้ไม่ธรรมดาเลย
“พูดความจริงเถอะ ใช้เงินฉันไปเท่าไหร่” หลีชิงเยียนจ้องเฉินเป่ยพลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ด้านหลังหลีชิงเยียน มีซูเหลยที่เพิ่งตามออกมา เห็นประธานนางฟ้าสองแขนกอดหน้าอก กำลังซักถามเฉินเป่ย ก็ทำให้ซูเหลยชะงักไปชั่วครู่ มองหลีชิงเยียนกับเฉินเป่ยทั้งสองคนอย่างเงียบๆ
“ไม่ได้ใช้เงินของคุณเลยสักหยวน” เฉินเป่ยยิ้มขณะอธิบาย
“ไม่ใช้เลยสักหยวน” หลีชิงเยียนตกตะลึง จากนั้นก็สังเกตแต่งตัวของเฉินเป่ยอย่างละเอียด เพียงชั่วครู่ก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ พูดอย่างเย็นชาว่า” คุณเห็นฉันเป็นคนโง่เหรอ ชุดสูทชุดนี้ อย่างต่ำๆ ก็แสนหยวน เงินเดือนพวกนั้นที่ฉันให้นาย ยังไงก็ไม่มีทางพอ!”
เฉินเป่ยยิ้มเล็กน้อย หลีชิงเยียนแม้จะเข้าสังคมบ่อยครั้ง แต่ประสบการณ์ยังด้อยกว่าเฉินเป่ยไปหนึ่งส่วน “ชิงเยียน ผมไม่ได้ใช้เงินคุณเลยจริงๆ ไม่เชื่อแค่ไปตรวจบัญชีธนาคารดูก็รู้แล้ว”
เฉินเป่ยพูดขนาดนี้ หลีชิงเยียนจึงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เปิดประตูรถ หลังจากก้าวขึ้นไปนั่งข้างหลังกับซูเหลย หลีชิงเยียน
ปลดล็อกโทรศัพท์ค้นดู ดวงหน้างามเงยขึ้นด้วยความตะลึง มองไปที่เฉินเป่ย
“คุณ ใช้เงินตัวเองซื้อจริงๆ” หลีชิงเยียนถามอย่างหวาดระแวง
“แน่นอน” เฉินเป่ยพยักหน้า กวาดสายตามองไปที่หลีชิงเยียนในกระจกหลัง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย พูดว่า
“ชิงเยียน คาดเข็มขัดดีๆ”
ระหว่างทาง หลีชิงเยียนดูยอดเงินคงเหลือในบัญชี แล้วก็มองไปที่สูทชุดนั้นของเฉินเป่ยบ่อยครั้ง พลางคิดว่ามันเหลือเชื่อ
เพราะว่าบัญชีของเธอไม่ขาดไปสักหยวน และชุดสูทระดับไฮเอนด์ของเฉินเป่ย กลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ หรือว่าคนคนนี้จะมีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ กัน
หลีชิงเยียนไม่เชื่อ แต่ความจริงก็วางแผ่ตรงหน้าเธอ ชุดสูทบนร่างของเฉินเป่ย ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่ามันมีมูลค่ามากกว่า 1แสนหยวน และอาจจะมีมูลค่าสูงกว่านี้
ทำไมคนคนนี้ต้องควักกระเป๋าขนาดนี้กัน หลีชิงเยียนคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก โดยปกติแล้วเธอไม่รู้ว่าชุดสูทสไตล์เดียวกันนี้ เคยได้รับการประมูลในงานประมูลออกแบบแฟชั่นชั้นนำของโลก เพียงแค่ภาพวาดการออกแบบ ก็สามารถขายได้ในราคา 5 ล้าน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสูทชุดของเฉินเป่ย ที่ช่างฝีมือระดับอาจารย์ลงมือตัดด้วยตัวเอง ชุดสูทสไตล์นี้ เกรงว่าจะไม่มีห้างสรรพสินค้าแห่งไหนสามารถซื้อได้
ในสายตาหลีชิงเยียน เป็นเพียงชุดสูทระดับไฮเอนด์ที่ราคาสูงลิบ และไม่ได้แสดงมูลค่าของสูทออกมาเท่าใด ก็แค่ทำให้เฉินเป่ยน่าดูแคลนน้อยลงไม่เท่าไหร่และสุภาพขึ้นเล็กน้อย
หลีชิงเยียนนั่งงงงวยอยู่บนเบาะหลังเป็นเวลานาน ทันใดนั้น เสียงของเฉินเป่ยก็ลอยเข้ามาในหูของเธอ ถึงทำให้สติเธอกลับเข้าร่างอย่างฉับพลัน
“ชิงเยียน ถึงแล้ว “เฉินเป่ยพูดขึ้นอย่างอบอุ่น
หลีชิงเยียนเงยหน้าขึ้น มองปราดไปที่โรงแรมสว่างไสวและน้ำพุที่สูงสองเมตรตรงหน้าประตูทางเข้าด้วยท่าทางที่มึนงงเล็กน้อย
“ประธานหลี ลงจากรถเถอะค่ะ” ซูเหลยที่อยู่ข้างๆ พูดเสียงเบา
“อืม” หลีชิงเยียนเปิดประตูรถ หลังลงจากรถไปกับซูเหลย ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปที่โรงแรมอย่างรวดเร็ว
เฉินเป่ยนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับ มองดูหลีชิงเยียนในรองเท้าส้นสูงที่เดินจากไปอย่างช้าๆ ควักกล่องบุหรี่แล้วหยิบบุหรี่ออกมา 1 ตัว หลังจุดไฟแช็กสูบเข้าไปเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นควันออกมา ยิ่งจ้องไปยังแผ่นหลังที่งดงามของหลีชิงเยียน ดวงตาของเฉินเป่ยก็ฉายแววล้ำลึกขึ้น
ควันบุหรี่ที่ลอยบิดเป็นเกลียว ค่อยๆ บดบังแผ่นหลังของหลีชิงเยียน ท่ามกลางควันบุหรี่ที่บิดเป็นเกรียว ใบหน้าของเฉินเป่ยก็เผยให้เห็นสีหน้าอันโศกเศร้าและเจ็บปวดออกมาอย่างไม่อาจเห็นได้บ่อยนัก ขณะที่ใจลอยอยู่นั้นก็คล้ายจะเห็นเงา2เงาที่ไม่ชัดเจนทว่าคุ้นเคย ที่ตนตามหามาตลอด แต่ไม่เคยได้ข่าวคราวใดๆ
เรื่องนี้แม้กระทั่งชายหนุ่มเองก็ยังไม่ชัดเจน ราชาหลงต้องการตามหาคนสองคน ค้นหามาเป็นปีกลับไม่มีเบาะแสใดๆ คำพูดนี้ขืนพูดออกไป ใครจะเชื่อ
ความคิดเมื่อสักครู่ ก็ไปรื้อฟื้นเรื่องราวที่อยู่ในใจเฉินเป่ยจนหมดสิ้น ยิ่งทำให้สติของเขาเลอะเลือนไปมากกว่าเดิม แม้กระทั่งบุหรี่ในมือจะไหม้ไปจนถึงก้น ขี้บุหรี่จะร้อนจนลวกนิ้วมือ ก็ไม่ทำให้เฉินเป่ยตื่นจากภวังค์
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ทันใดนั้นเสียงที่ไพเราะและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “ฉันเคยพูดไว้นานแล้ว ในรถฉันไม่อนุญาตให้มีกลิ่นบุหรี่ นี่คุณตั้งใจใช่ไหม”
ในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่เสียงนั้นดังขึ้นมา ก็ปรากฏมือที่ขาวเรียวราวกับหยก ดึงเอาก้นบุหรี่ในมือเฉินเป่ยไปทิ้งลงบนพื้น ยกรองเท้าที่สวยงามและเรียวยาวขึ้นแล้วเหยียบขยี้ก้นบุหรี่อย่างแรง
กลิ่นหอมกรุ่นลอยมาตามลม กลิ่นหอมเย็นจางๆ ที่น่าหลงใหลโชยเข้าไปในจมูกของเฉินเป่ย ขัดจังหวะห้วงความคิดของเฉินเป่ยอย่างฉับพลัน เฉินเป่ยเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นก็เข้ามาสู่ครรลองสายตา ตามมาด้วยใบหน้าที่แสนเย็นชา ทว่ายังคงงดงาม จ้องมองมาที่เขาอย่างดุร้าย
หากนำใบหน้าไร้ที่ติราวกับหยกนี้ไปวางไว้ท่ามกลางวงล้อมของสตรีเหล่านั้น ไม่รู้ว่าจะสามารถดึงดูดสายตาอิจฉาริษยาได้มากน้อยแค่ไหน