ตอนที่ 506
บทที่ 506 พูดไม่ได้ชั่วชีวิต
October 28, 2026
บทที่ 506 พูดไม่ได้ชั่วชีวิต
“เขาสบายดี” เมื่อพูดถึงหลีหยาง หลีชิงเยียนอดคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่หลีหงและบ้านหลีเคยทำกับหลีหยาง น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมา
หลีหงพยักหน้า จากความสามารถในการรับรู้ของเขา พอสังเกตได้ว่าน้ำเสียงของหลีชิงเยียนค่อนข้างห่างเหิน ทำให้เขารู้สึกหดหู่ แต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ในปีนั้นหลีหงจำใจต้องไล่หลีหยางออกไป นี่เป็นสิ่งที่บ้านหลีเห็นพ้องต้องกัน ขอแค่สละหลีหยางออกไป เพื่อที่จะทำให้ทุกคนสบายใจและทำให้บ้านหลีสงบและไม่ให้ตระกูลใหญ่ต้องแตกแยก
“เจ้าบ้านพูดกับฉันว่าการที่บ้านหลีมาถึงทุกวันนี้ได้ ไม่ว่าจะด้านครอบครัวหรือด้านธุรกิจ แตกกิ่งก้านสาขาไปมากมาย คนบ้านหลีมีอยู่มากมายถึงขนาดที่ไม่สามารถเขียนเอาไว้ในรายชื่อของตระกูลได้ แต่ทว่าหลายปีมานี้เจ้าบ้านค่อยๆ ขาดการติดต่อกับคนพวกนั้น ก็เลยคิดที่จะจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ขึ้น เพื่อที่จะได้พูดคุยกับคนในตระกูล และสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน” หลีเช่าเทียนพูดเนิบๆ
หลีชิงเยียนมองหลีเช่าเทียน แววตาของเธอเย็นชา เธอรู้ดีกว่าใครว่าทำไมหลีเช่าเทียนถึงจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าการที่หลีเช่าเทียนจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ขึ้นมาเพราะต้องการมุ่งเป้ามาหาเธอ แต่ทว่าตอนนี้หลีเช่าเทียนกลับพูดเหตุผลที่ช่างสูงส่งออกมา
“แม่” ขณะนั้นเอง มีร่างหนึ่งเข้ามา และเดินมาหยุดข้างคุณน้า จากนั้นจึงพูดเสียงดังว่า “ทำไมแม่ถึงมาอยู่ที่นี่ ผมหาแม่ตั้งนาน”
คุณน้าหันหน้าไปเห็นชายคนนั้น เธออึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดว่า “เสี่ยวเฟิง มาได้ไง”
“แม่ ผมไม่มีเงินแล้ว” ชายที่สวมชุดกีฬาอาร์มานี่แบรนด์หรูเหลือบมองแขกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ จากนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า “โอ๊ะ อยู่นี่กันหมดเลยเหรอ”
“เจ้าบ้านอยู่ที่นี่ รีบทำความเคารพสิ” คุณน้าพูดขึ้น
หลีเฟิงปรายตามองหลีหง แววตาดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังพยักหน้าและกล่าวทักทาย “สวัสดีครับเจ้าบ้าน”
หลีหงมองหลีเฟิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นท่าทางไม่จริงจังของหลีเฟิง จึงแสดงแววตาไม่พอใจออกมา จากนั้นจึงพยักหน้า “ในเมื่อมาแล้วก็นั่งก่อนสิ”
“ไม่ล่ะ พวกพี่ๆ คอยผมอยู่ที่ผับ” เมื่อหลีเฟิงได้เงินก็ทำท่าจะไปจากที่นี่
คุณน้ารีบรั้งหลีเฟิงเอาไว้ จากนั้นจึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า “คำพูดของเจ้าบ้านถือว่าใหญ่ที่สุด นายจะไม่ฟังคำพูดของเจ้าบ้านเหรอ รีบนั่งลงเดี๋ยวนี้”
คุณน้าทำท่าโกรธ หลีเฟิงจึงจำเป็นต้องนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์
“ทำให้ท่านเจ้าบ้านไม่พอใจแล้ว ลูกชายของฉันดื้อรั้นตั้งแต่เด็ก” ถึงแม้น้าของหลีเช่าเทียนจะอวดเก่งต่อหน้าของหลีชิงเยียนกับเฉินเป่ย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของหลีหง เธอกลับไม่กล้าอวดเก่งแม้แต่น้อย เชื่องยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก
หลีเฟิงนั่งข้างน้า แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา แต่เมื่อกำลังจะขยับตะเกียบก็โดนน้าดุว่า “หยุดนะ เจ้าบ้านยังไม่ได้ทานเลย ใครให้นายจับตะเกียบ!”
“แม่ ก็แค่กินข้าวเอง จะมีพิธีรีตองอะไรนักหนา” สีหน้าของหลีเฟิงดูไม่สนใจอะไร คนที่อยู่อีกด้านอย่างหลีเช่าเทียนก็ขมวดคิ้วเช่นกัน หลีเฟิงอวดเก่งเกินไปแล้ว นี่ทำให้หลีเช่าเทียนทนดูต่อไปไม่ได้อีก
“เสียนซู บ้านหลีเป็นที่รู้จักในเยี่ยนจิง ทุกคนเห็นพฤติกรรมของคนในบ้านหลี ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีมารยาท” หลีหงพูดเนิบๆ จากนั้นจึงหยิบตะเกียบขึ้นมา “กินข้าวเถอะ”
เมื่อหลีหงเอ่ยปากบอกให้ทานข้าว หลีชิงเยียนจึงโล่งอก เธอแอบดึงแขนเสื้อของเฉินเป่ยและส่งสายตาบอกให้เขาทานข้าว โดยไม่ต้องพูดอะไร
เมื่อเริ่มทานอาหารได้ไม่นาน หลีเฟิงจึงเห็นว่าหลีชิงเยียนก็อยู่ที่นี่ ทันใดนั้นสายตาของเขาก็โดนดวงหน้างามสะกดเอาไว้
จู่ๆ หลีเฟิงก็ลุกขึ้นคีบเนื้อและยื่นไปวางไว้ในถ้วยของหลีชิงเยียนพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนนิ่งลง เธอเงยหน้ามองหลีเฟิง ส่วนหลีเฟิงก็มองเธอแล้วพูดว่า “คนสวย การที่คุณมานั่งร่วมโต๊ะได้ แสดงว่าคุณเป็นญาติสายตรงกับตระกูลหลี ทำไมแต่ก่อนไม่เคยเห็นคุณที่บ้านหลีเลยล่ะ”
หลีชิงเยียนกวาดตามองหลีเฟิงอย่างเนิบๆ โดยไม่สนใจหลีเฟิงแม้แต่น้อย เธอก้มหน้าทานต่อไป น้าหลีเสียนซูที่ข้างๆ อึ้งไป เธอรีบดึงหลีเฟิงให้นั่งลง เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวาย
แต่ทว่าเสน่ห์ของหลีชิงเยียนได้รุมล้อมหลีเฟิงเอาไว้หมดแล้ว หลีเฟิงเอาแต่จ้องเธอ โดยไม่สนใจคำสั่งของคุณน้า หลีเฟิงเอาแต่จ้องใบหน้างามอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นตรงมุมปากตลอดเวลา
“คนสวย พ่อแม่ของคุณคือใครเหรอ เรามารู้จักกันดีกว่า ขอช่องทางติดต่อก็ได้” หลีเฟิงหัวเราะหึหึ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน มุมปากของหลีเช่าเทียนกระตุก เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าไอ้คุณชายสำมะเลเทเมาอย่างหลีเฟิงจะมาที่นี่ แถมยังกล้าพูดตีสนิทหลีชิงเยียนต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้อีก
ไม่ใช่สิ มันไม่ใช่พูดตีสนิทแล้ว นี่มันเรียกคุกคามต่างหาก หลีเฟิงเป็นลูกชายของคุณน้า โดนคุณน้าตามใจจนเสียคน อยากได้อะไรก็ต้องได้ เป็นคนที่ไม่เอาไหน เมื่อได้เห็นของสวยๆ งามๆ อย่างหลีชิงเยียน จึงแสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรืออย่างอดไม่ได้