ตอนที่ 509
บทที่ 509 ยโสโอหัง
October 28, 2026
บทที่ 509 ยโสโอหัง
“เฉดหัวฉันอย่างนั้นเหรอ” เฉินเป่ยมองไปยังหลีเช่าเทียนแล้วแสยะยิ้ม แววตาที่เขามองหลีเช่าเทียนเหมือนจะเล่นแต่ก็ไม่ได้เล่น
“ฉันเตือนให้นายไสหัวออกไปเองจะดีกว่า อย่าให้ฉันเรียกคนเข้ามา” หลีเช่าเทียนจ้องเฉินเป่ยเขม็ง แววตาเฉียบคมราวกับดาบแหลมคมเหมือนจะแทงทะลุเขาอย่างไรอย่างนั้น
“หึ ฉันไม่ไป ฉันจะดูว่านายจะไล่ฉันไปยังไง นายจะทำอะไรฉันได้” เฉินเป่ยจ้องเขาอย่างมีเลศนัย แววตาของทั้งสองคนปะทะกัน
“ชิงเยียน มันเป็นผู้ชายที่แต่งเข้าบ้านผู้หญิง ทำให้มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของบ้านหลี เธอก็น่าจะรู้ว่าการที่ให้มันออกไปมันก็มีผลดีกับตัวเธอ” หลีเช่าเทียนเงยหน้า แล้วมองหลีชิงเยียนด้วยแววตานิ่งเฉย
“เขาเป็นผู้ชายของฉัน ฉันให้เขาไปไม่ได้” หลีชิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ดวงตางดงามราวกับดวงจันทร์ เธอในตอนนี้ช่างน่าหลงใหลอย่างน่าแปลก
เธอดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่คนที่รู้จักเธอรู้ดีว่า ปัญหาในบางประเด็กที่เกี่ยวกับหลักการ เธอเป็นคนที่เคารพหลักการมากกว่าใคร
หลีเช่าเทียนมองหลีชิงเยียน และเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้น จู่ๆ เขาก็ยกมือขึ้นมาดีดนิ้ว
บริกรเดินเข้ามาหยิบแชมเปญขวดสีทองรินให้ทุกคนอีกครั้ง
“รู้ไหมว่านี่คืออะไร” หลีเช่าเทียนเหลือบมองเฉินเป่ย
เฉินเป่ยดูลักษณะของแชมเปญ จากนั้นก็พูดว่า “ถูกห่อหุ้มด้วยทอง แน่นอนว่าต้องเป็นของที่มียี่ห้อ”
เฉินเป่ยมองขวดแชมเปญตาเป็นประกาย อย่างกับพวกบ้านนอกเข้ากรุง
หลีเช่าเทียนมองเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สถานที่ผลิตไวน์ที่ชื่อว่าโรมาเน กองติประเทศฝรั่งเศส”
“น่าจะหลายพันสินะ” เฉินเป่ยตาเป็นประกาย แล้วพูดถึงความวิเศษของมัน
“สองล้าน” หลีเช่าเทียนพูดเนิบๆ ราวกับว่าสำหรับเขามันก็แค่สองร้อยเท่านั้น
“โอ้โห สองล้านเชียวเหรอ จริงหรือโกหกเนี่ย นายโม้หรือเปล่า” เฉินเป่ยเบิกตาโต เหมือนกับพวกบ้านนอกอย่างไรอย่างนั้น
หลีเช่าเทียนมองเขาอย่างดูถูก แววตาของเขาดูมีเลศนัย
ถ้าเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะดูถูกเฉินเป่ยแน่นอน แต่ทว่าตอนนี้เขารู้ถึงตัวตนของเฉินเป่ย ราชาหลง ทำไมถึงเป็นพวกบ้านนอกไปได้ล่ะ
แต่ทว่าบรรดาป้าๆ น้าๆ ของหลีเช่าเทียนยังไม่รู้ที่มาที่ไปของเฉินเป่ย แววตาที่มองเฉินเป่ยแปรเปลี่ยนเป็นการดูถูกเหยียดหยาม
“นี่สองล้านเชียวนะ ไม่ใช่เหล้าราคายี่สิบของแก”
“เป็นไปตามคาดก็แค่พวกบ้านนอกที่ไม่เคยเจอโลกภายนอก พวกเราไม่ต้องไปพูดอะไรกับมันหรอก”
“ก่อนหน้านี้อวดเก่งไม่ใช่เหรอ ตอนนี้เจอแชมเปญราคาสองล้านถึงกับไปไม่เป็นเลยเหรอ”
ขนาดหลีชิงเยียนยังต้องเหลือบมองเฉินเป่ย เธอรู้สึกว่าเฉินเป่ยทำให้เธอขายหน้า
ภายนอกของเฉินเป่ยเป็นแค่คนจนๆ แต่ทว่าในใจของเขากลับคิดว่าทำไมเขาจะต้องตกใจกับแชมเปญราคาแค่สองล้าน ตอนที่เขาอยู่ในห้องเก็บไวน์ที่เยอรมัน เขาดื่มไวน์ลาฟิต ขวดละสามสิบกว่าล้านไม่เห็นต้องเอามาอวด
อาหารสุดหรูค่อยๆ ยกมาเสิร์ฟทีละจาน ทุกจานล้วนเป็นอาหารสุดหรู จานล้วนทำมาจากทองคำขาวบริสุทธิ์ งานเลี้ยงส่วนตัวมื้อนี้เหมือนกำลังกินเงินอยู่อย่างไรอย่างนั้น
พนักงานเทไวน์แดงให้ทุกคนอย่างนอบน้อม ไวน์ค่อยๆ ส่งกลิ่นออกมา
หลีชิงเยียนยื่นตะเกียบออกไปคีบเนื้อมาไว้ในถ้วยของตัวเอง
จู่ๆ เฉินเป่ยก็ยื่นตะเกียบออกไปคีบเนื้อในถ้วยของหลีชิงเยียน แล้วเอาเข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว
“นายทำอะไรน่ะ” หลีชิงเยียนเห็นการกระทำของเฉินเป่ย ดวงหน้าสวยเต็มไปด้วยความสงสัย
“ไม่ได้ทำอะไร เผื่อมียาพิษไง จะได้ป้องกันไม่ให้คุณกินเข้าไปก่อน” เฉินเป่ยพูดอธิบาย
“มียาพิษอย่างนั้นเหรอ” หลีชิงเยียนอึ้งไปเล็กน้อย
แต่ทว่าหลีเช่าเทียนได้ยินและมองไปยังเฉินเป่ย จากนั้นจึงพูดเสียงเบาออกมาว่า “คุณเฉิน นายกำลังจะบอกว่า ฉันใส่ยาพิษลงไปงั้นเหรอ”
เฉินเป่ยแบะปาก “ไม่มียาพิษหรอก คุณชายหลีมีทั้งเงินและอำนาจ จะใช้วิธีต่ำๆ อย่างการใส่ยาพิษลงไปในอาหารได้ยังไงกัน”
แววตาของหลีเช่าเทียนแหลมคมราวกับกระบี่ เขาจ้องเฉินเป่ยอยู่นานกว่าจะละสายตาออก แต่ทว่าแววตาของเขาเหมือนกำลังอาฆาตอยู่
“ชิงเยียน งานเลี้ยงวันนี้ถือว่าเป็นการต้อนรับเธอกลับบ้านหลีล่วงหน้าแล้วกัน มาชนแก้วกันดีกว่า” หลีเช่าเทียนยกแก้วไวน์ขึ้นอย่างสง่า
หลีชิงเยียนขยับแก้วไวน์ และจิบไวน์ลาฟิต จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่เหมือนกับเป็นการปฏิเสธแบบอ้อมๆ “ดื่มก็เป็นเรื่องของการดื่ม เขาเป็นสามีของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะปกป้องเขา คุณไม่สามารถให้ฉันตัดขาดกับเขา”
สีหน้าของหลีเช่าเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขายิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “ชิงเยียน สภาพของมันคงจะทำให้เธอรังเกียจมานานแล้วสินะ เราตั้งใจเลือกคุณชายของตระกูลจางให้เธอเป็นอย่างมาก เขาสง่างาม เหมาะสมทุกคำพูดและการกระทำ ดีกว่ามันเป็นร้อยเท่า”
“เหรอ” หลีชิงเยียนหันไปมองหลีเช่าเทียน น้ำเสียงของเธอยังคงเย็นชาและเหินห่างเป็นอย่างมาก
“ชิงเยียน เธอต้องเชื่อฉันกับคุณปู่สิ ตระกูลหลีกับตระกูลจางมาดองกัน เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะ” หลีเช่าเทียนยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีก
“ช่างมันเถอะ” หลีชิงเยียนปฏิเสธอย่างแน่วแน่ “ฉันได้ยินมานานแล้วว่าคุณชายของตระกูลจางวันๆ ไม่ทำอะไร มักมากในกาม”
หลีเช่าเทียนเลิกคิ้วขึ้น แววตาของเขาฉายแววเย็นยะเยือกออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาดูไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก “ชิงเยียน ฉันพูดเกลี้ยกล่อมตั้งนาน ทำไมเธอถึงไม่ฟัง?”
หลีชิงเยียนไม่ได้พูดอะไรและมองเขาอย่างเงียบๆ “ฉันพูดไปแล้ว ไม่ตกลงก็คือไม่ตกลง ฉันบอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าการที่พ่อกลับมาบ้านหลี มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน”
“ปัง!” หลีเช่าเทียนกระแทกแก้วไวน์ในมือลงกับโต๊ะอย่างแรง จากนั้นจึงมองหลีชิงเยียนด้วยสายตาเย็นชา
เหมือนอากาศเย็นลง บรรยากาศเย็นยะเยือกไปหมด
เฉินเป่ยใช้ตะเกียบคีบอาหารกินอย่างสบายอกสบายใจ เขากินจนปากมันไปหมด จากนั้นจึงพูดขึ้นมาอย่างไม่ค่อยถูกกาลเทศะเท่าไรนัก “ทำไมกับข้าวจานนี้เค็มจัง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไปเปลี่ยนจานมาเดี๋ยวนี้เลย”
ดวงตาคู่สวยของหลีชิงเยียนเหลือบไปมองเฉินเป่ย เธอยิ้มมุมปากออกมาบางๆ ไอ้หมอนี่ก่อกวนเก่งจริงๆ เลย
“ชิงเยียน มั่วอึ้งอะไรอยู่ รีบทานสิ หิวแล้วใช่ไหมล่ะ” เฉินเป่ยพูดพลางคีบเนื้อมาวางไว้ในถ้วยของเธอ
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเขา