ตอนที่ 562
บทที่ 562 การต่อสู้ที่แท้จริง
October 28, 2026
บทที่ 562 การต่อสู้ที่แท้จริง
“เปลี่ยนค่าย!” ชายชราผมหงอกเห็นความน่ากลัวของเฉินเป่ยก็จ้องเขม็ง จากนั้นจึงตวาดออกมาโดยไม่ลังเล
“สวบบ” ลูกศิษย์ของตระกูลหวังคนหนึ่งถอยไปข้างหลัง จากนั้นก็ยึดพื้นที่โดนรอบ แต่ละคนยึดครองพื้นที่ในตำแหน่งที่พิเศษ พวกเขามีแส้เหล็กอยู่ในมือและจ้องไปที่เฉินเป่ยอย่างเย็นชา ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต
“คุณชายบอกว่าต้องจับเป็น นายยอมจำนนแล้วกลับไปกับเราเถอะ กลับไปอ้อนวอนร้องขอชีวิตกับคุณชาย คุณชายอาจจะไว้ชีวิตนายก็ได้” ตาเฒ่าเอ่ยขึ้น
“ร้องขอชีวิต?” เฉินเป่ยแสยะยิ้มมุมปาก “การที่ฉันไม่ฆ่าตระกูลหวังก็ถือว่าปราณีมากแล้ว”
“บังอาจ!” ชายชราจ้องเขม็ง คำพูดของเฉินเป่ยทำให้เขาโมโห
แววตาของลูกศิษย์ตระกูลหวังฉายแววน่ากลัว เฉินเป่ยกำลังดูหมิ่นทุกคน ไม่เห็นตระกูลหวังอยู่ในสายตา นี่มันเหิมเกริมยิ่งนัก!
“ค่ายกลแผนผังแปดทิศ ประทับ!” มือทั้งสองข้างของชายชราตวัดไปมาไม่หยุด คนที่อยู่ในนี้ไม่มีใครสามารถมองเห็นการกระทำของเขาได้อย่างชัดเจน เห็นเพียงเงาเลือนรางเท่านั้น
ตาทั้งสองข้างของเฉินเป่ยจ้องเขม็ง จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงมองชายชราอย่างละเอียด มีเพียงเขาเท่านั้นที่ดูออกว่า สิ่งที่มือทั้งสองข้างของชายชราบีบอยู่ คือรอยฝ่ามือควบคุมที่สูญหายไปนานแล้ว!
รอยฝ่ามือชนิดนี้มีอยู่ในสมัยโบราณ แต่ตอนนี้มันได้สูญหายไปตั้งนานแล้ว ทว่าชายชรากลับรู้ถึงเคล็ดวิชานี้
เฉินเป่ยมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาพูดพึมพำกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าตระกูลหวังก็มีอะไรเหมือนกันนี่”
เมื่อชายชราเห็นสีหน้าของเฉินเป่ยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เพียงแต่จะได้ใจ แต่ยังพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “บรรพบุรุษของตระกูลหวังคือหวังสวี่ กุ่ยกู่จื่อของสำนักกุ่ยกู่ ไม่ใช่ราชาหลงที่เป็นอันธพาลอย่างนายจะสบประมาทได้!”
“กุ่ยกู่จื่อ…” เฉินเป่ยหรี่ตาลง สีหน้าของเขาดูเหมือนว่ากำลังสนุก
“บรรพบุรุษบุกเบิกแผนผังแปดทิศ มีอำนาจและความสามารถที่ไม่สามารถจับต้องได้ นายก็แค่ราชาหลงเท่านั้น!” ชายชราหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นสีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนไป และตวาดใส่เฉินเป่ย เขายื่นมือออกไปในอากาศและกดมือลง “ประทับ!”
“ประทับ!” ตอนที่ชายชราเอ่ยปาก ลูกศิษย์ของตระกูลหวังที่ยึดครองพื้นที่อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบก็โยนแส้เหล็กออกไป มันกลายเป็นมังกรเหล็กและพุ่งไปยังเฉินเป่ย
มังกรตัวนี้พุ่งไปบนศีรษะของเฉินเป่ย จากนั้นมันก็แยกตัวออกจากมังกรหนึ่งตัวกลายเป็นมังกรแปดตัว และพุ่งเข้าไปหาเฉินเป่ย ภายในพริบตามันก็ปกคลุมไปทั่วร่างของเฉินเป่ยเอาไว้
มังกรแปดตัวรัดขาและแขนของเฉินเป่ยเอาไว้แน่นจนทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้
ไม่เพียงแค่นั้น ลูกศิษย์ของตระกูลหวังยังเอาตาข่ายโลหะขนาดใหญ่มาคลุมตัวของเฉินเป่ยเอาไว้
พวกเขาปกป้องเอาไว้สองชั้น เพื่อรับประกันไม่ให้ราชาหลงหลุดรอดไปได้
เฉินเป่ยยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหนแม้แต่น้อย เขาแค่มองชายชรากับเหล่าลูกศิษย์ของตระกูลหวัง แววตาของเขาฉายแววออกมาอย่างมีเลศนัย
หลังจากที่ตาข่ายโลหะคลุมตัวของเฉินเป่ย ชายชราและเหล่าลูกศิษย์ตระกูลหวังมองมายังเฉินเป่ยด้วยแววตาเยาะเย้ยและยิ้มอย่างร้ายกาจ
“พวกแกมีปัญญาแค่นี้เหรอ” เฉินเป่ยพูดประชด น้ำเสียงของเขาดูไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
ชายชราชะงักฝีเท้าลง แววตาที่มองเฉินเป่ยเปลี่ยนไปทันที ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก่อตัวขึ้นมาในใจเขา!
“กึก กึก กึก” ตัวของเฉินเป่ยสั่นเบาๆ เสียงดังเหมือนอะไรแตกออกมาจากตัวของเฉินเป่ย มันคือเสียงของมังกรเหล็กที่พันตัวของเขาอยู่
“ยังไม่สำเร็จ!” เหล่าลูกศิษย์ตระกูลหวังเบิกตาโต พวกเขาเอาแต่จ้องเฉินเป่ย ความหวาดกลัวก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา
เกิดรอยแตกเล็กๆ ขึ้นบนตัวของมังกรเหล็กแต่ละตัว!
“นี่คือวิชาที่กุ่ยกู่จื่อถ่ายทอดให้พวกแกเหรอ อ่อนแอเสียไม่มี…” น้ำเสียงราบเรียบของเฉินเป่ยดังออกมาจากตาข่ายโลหะ จนทำให้ทุกคนรู้สึกขนหัวลุก