ตอนที่ 577
บทที่ 577 เหมือนเคยรู้จักกัน
October 28, 2026
บทที่ 577 เหมือนเคยรู้จักกัน
พอได้ยินเฉินเป่ยพูดแบบนี้ หลีชิงเยียนหยุดดิ้นรนทันที เธอสงบลงมา...ยอมให้เฉินเป่ยกอดอยู่อย่างนั้น
วินาทีนี้ร่างทั้งคู่กอดกันติดแน่น...เฉินเป่ยสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นของหลีชิงเยียน..จังหวะวุ่นวายเล็กน้อย..เหมือนมีกวางน้อยวิ่งวุ่นอยู่ในนั้น
หัวเธอเอนพิงไหล่เฉินเป่ยแผ่วเบา คล้ายกับจะเบี่ยงหนี เฉินเป่ยก้มหน้าลงเล็กน้อย ดมกลิ่นชวนฝันของเธอ วินาทีนี้...เหมือนเวลาได้หยุดลง
หลีชิงเยียนในตอนนี้ว้าวุ่นใจมาก เธอใจเต้นแรง...เธอบอกตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...แค่ครั้งนี้เท่านั้น...ครั้งนี้เห็นแก่ที่เขาได้รับบาดเจ็บ ฉันจะไม่ถือสาเขา..ไม่มีครั้งต่อไปแน่ๆ!
เฉินเป่ยกอดหลีชิงเยียนอยู่นานมาก...จนเหมือนไม่อยากปล่อยแล้ว ร่างอรชรของเธอนุ่มหอม ทั้งอ่อนโยน มันรู้สึกสบายมากจริงๆที่มีเธออยู่ในอ้อมแขน
ผ่านไปอยู่นาน หลีชิงเยียนดิ้นรนเบาๆ อยากจะลุกขึ้น เฉินเป่ยกลับยังโอบเธอไม่เลิก เหมือนไม่อยากแยกจากเธอ
“นายบอกว่า...แป๊บเดียวไม่ใช่หรอ?” หลีชิงเยียนเอ่ยปากแล้ว น้ำเสียงมีโทน ไพเราะมาก
“ผมเปลี่ยนใจแล้ว...ให้ผมกอดต่ออีกหน่อยนะ...” เฉินเป่ยพูดเสียงเบา มือที่โอบเอวเทพธิดาสาวแน่นขึ้น
สีหน้าหลีชิงเยียนเริ่มขมวดคิ้ว เธอพยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดเขา สีหน้าเธอในตอนนี้เริ่มแดง สีหน้าดูสับสนพิกล...
“เอ่อคือ..นายพักผ่อนก่อนละกัน ฉันไปทำงานละ...” เธอพูดจบก็จัดการเซ็ตทรงผมที่ยุ่งเหยิง และจ้ำรองเท้าส้นสูงหนีออกไป...
มองตามแผ่นหลังเทพธิดาสาวที่จ้ำอ้าวหนีไป...เฉินเป่ยยิ้มมุมปาก...แม่เสือที่ทั้งอบอุ่นและน่าสนใจ...
พอรอหลีชิงเยียนออกไปแล้ว ซูเหลยถึงเดินมาข้างเฉินเป่ย เห็นเขากุมหน้าอกเลยพูดว่า “โชคดีที่พ่อของประธานหลีเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้เธอที่เยี่ยนจิงตลอด ไม่งั้นนายไม่ได้สบายขนาดนี้หรอก...”
“นายเป็นอะไรกันแน่? เขาทำร้ายนายได้ยังไง?” ซูเหลยมองเฉินเป่ยอย่างสงสัย
เท่าที่เธอวิเคราะห์ความสามารถของหยูนหลิงเซียวแล้ว ขนาดเธอยังรับการโจมตีของหยูนหลิงเซียวได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชาหลงเลย
ทำให้เธอฉุกคิดขึ้นมาอย่างสงสัยว่า เฉินเป่ยแกล้งทำหรือเปล่า คิดอาศัยโอกาสนี้เข้าใกล้หลีชิงเยียน
“ผมไม่เป็นไร แค่ตกหลุมพรางเท่านั้นเอง” เฉินเป่ยส่ายหัว สายตานิ่งเฉยแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดขึ้นมา
เขาไม่มีทางบอกซูเหลยอยู่แล้วว่า หยูนหลิงเซียวทิ้งไม้ตายไว้ ทำให้เขาคาดไม่ถึงเลย สุดท้ายเลยได้รับบาดเจ็บ
ซูเหลยเห็นเฉินเป่ยไม่เป็นอะไรมาก เลยพยักหน้าวางใจได้หน่อย
จากนั้นสายตาครุ่นคิดของเฉินเป่ยมีแววอาฆาตวาบขึ้นมา..
กลางดึก ที่ห้องวีไอพีโรงแรมแห่งหนึ่ง
หยูนหลิงเซียวพิงร่างกับอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ก่อนกระอักเลือดออกมาคำโตอีกครั้ง!
เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง...หมัดนั้นของเฉินเป่ยอานุภาพรุนแรงนักจนอวัยวะภายในเขาสั่นสะท้านไปหมด! ทำเขาบาดเจ็บสาหัส! ในหลายเดือนนี้เขาไม่น่าจะพักฟื้นกลับมาได้!
สีหน้าหยูนหลิงเซียวขาวซีด ในปากเต็มไปด้วยเลือด เขาสั่นเทาไปทั้งร่าง ค่อยๆพิงกำแพงอยากกลับไปที่เตียง..แต่ยังไม่ทันเดินได้ไกล..ร่างกายเขาก็รับไม่ไหว...และล้มลงกับพื้น...
ทันใดนั้น ด้านหลังหยูนหลิงเซียวก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “บอสไม่พอใจมาก เรื่องนี้ทำพังไม่พอ ยังเผยไม้ตายที่บอสให้แกไว้ป้องกันตัวออกมาอีก”
หยูนหลิงเซียวหันกลับไปมอง เห็นผู้ชายในชุดสูทใส่แว่นดำกรอบทองยืนอยู่ข้างเตียง มองดูเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ฉันจงรักภักดีกับเขา ไม่ได้แปลว่าฉันเป็นหมอของเขา” ในใจหยูนหลิงเซียวสะท้อนคำพูดของเฉินเป่ยไปมา ทำให้มีความโกรธขึ้นที่ใบหน้าเขา
“ราชาหลงชื่อเสียงกระฉ่อน ขนาดฝั่งตะวันตกเจอเขายังทำอะไรไม่ได้ การที่แกแพ้เป็นเรื่องที่บอสคาดเดาไว้ก่อนแล้ว” ผู้ชายชุดสูทพูดต่อ
“แล้วเขายังให้ฉันไป? ให้ฉันไปตายหรือไง?” น้ำเสียงหยูนหลิงเซียวเย็นขึ้นเรื่อยๆ
“ขนาดความสามารถระดับบอสยังสู้เขาไม่ได้ เมื่อก่อนแกอยากประมือกับเขานักไม่ใช่หรือไง?” ผู้ชายชุดสูทพูดเสียงราบเรียบ
หยูนหลิงเซียวพูดไม่ออก ผู้ชายคนนั้นหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาบนหัวเตียงพลางว่า “ราชาหลงกำลังไปหู้ไห่ ทำภารกิจของแกต่อซะ ราชาหลงต้องตาย”
หยูนหลิงเซียวหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมา และพบว่ามันเป็นบัตรผ่านแดน
“ฉันห่างชั้นกับราชาหลงมากเกินไป นี่เป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้” สีหน้าหยูนหลิงเซียวคล้ำลงไปหน่อย
“วางใจได้ พอถึงหู้ไห่ จะมีคนช่วยแกเอง และบอสก็มีหนทางทำให้ฝีมือแกขึ้นมาทัดเทียมกับราชาหลงจนได้ด้วย” ผู้ชายคนนั้นยิ้มน้อยๆ หยูนหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นฉับพลันด้วยสีหน้าตะลึง!
“เป็นไปไม่ได้!” หยูนหลิงเซียวพูดอย่างตะลึง “มันไม่ใช่เรื่องจริง โลกนี้จะมีเรื่องแบบนี้ได้ยังไง!”
ผู้ชายคนนั้นสั่นหัวพลางว่า “แกเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในมือบอสเท่านั้นแหละ แกจะรู้ได้ยังไงว่า การต่อสู้ครั้งนี้จะมีผู้เล่นคนใหม่แล้ว”
“ผู้เล่นคนใหม่? ใคร?” หยูนหลิงเซียวสงบลงไปไม่น้อย
ผู้ชายคนนั้นชี้ไปทางหน้าต่างอย่างมีเลศนัย
หยูนหลิงเซียวมองตามไป และพบว่าทิศทางนั้นคือทิศตะวันตก
....
เช้ามืด เครื่องบินลำแรกของสนามบินนานาชาติหงเฉียวของหู้ไห่ค่อยๆลงจอด เป็นเครื่องบินรอบเข้าที่กลับจากยุโรปมาหัวเซี่ย
ประตูเครื่องบินเปิดออก ผู้ชายต่างชาติในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มค่อยๆลงเครื่องบินจากฝั่งเฟิร์สคลาส เขาถือไม้เท้าไว้ ใส่หมวก ทั่วร่างแผ่ซ่านออร่าคนชั้นสูงออกมา
หลังจากผู้ชายคนนั้น ยังมีลูกน้องที่ใส่ชุดสูทอยู่หลายคน บรรดาการ์ดเดินตามหลังผู้ชายคนนั้นด้วยท่าทีเคารพมาก แสดงให้เห็นถึงฐานะที่ไม่ธรรมดาของผู้ชายคนนี้
“หัวเซี่ย...ไม่ได้มานานแล้วนะ” ผู้ชายคนนั้นบ่นพึมพำภาษาอังกฤษออกมาคำหนึ่ง จากนั้นก็ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไปทางนอกสนามบิน...
ด้านนอกสนามบินนานาชาติ รถแลนโรเวอร์สีดำห้าคันหยุดรออยู่หน้าประตู
ผู้ชายคนนั้นเดินออกจากสนามบินด้วยท่าทีสบายๆ มีการ์ดหลายคนตามหลัง และเปิดประตูรถแลนโรเวอร์ให้อย่างเคารพ
สายตาเขาปรายมองรถแลนโรเวอร์ บ่นอย่างเอาแต่ใจนิดหน่อยว่า “รถแลนโรเวอร์นี่พอส่งออกมาหัวเซี่ย...เปลี่ยนไปเลยนะเนี่ย ไม่มีความเป็นชนชั้นสูงเหมือนรุ่นที่อยู่ประเทศเราเลยนะ...”
พูดจบ เขามุดเข้ารถแลนโรเวอร์อย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
บรรดาการ์ดในชุดสูทต่างพากันขึ้นรถ รถแลนโรเวอร์สีดำห้าคันค่อยๆขับเคลื่อนแล่นออกจากสนามบินนานาชาติ...
รถแลนโรเวอร์ห้าคันขับเคลื่อนไปตามถนน สิบกว่านาทีผ่านไปก็ขับไปถึงบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป
ยามหน้าประตูใหญ่เห็นรถแลนโรเวอร์ห้าคัน ก็ทำการทักทายอย่างเคารพ เข้ามาถามว่า “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ? รถที่จอดอยู่ด้านนอก...ต้องทำการลงทะเบียน”
กระจกรถลดลง ผู้ชายต่างชาติคนหนึ่งโผล่หน้าออกมา ใช้ภาษาจีนแปร่งๆพูดว่า “ฉันมาหาหลีชิงเยียน”
ยามอึ้ง ก่อนพูดต่อว่า “ได้ครับ รบกวนลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัวด้วยครับ”
สายตาผู้ชายต่างชาติเย็นลงทันที “พวกเรายังต้องลงทะเบียน?”
“ใช่ครับ..นี่เป็นกฎระเบียบบริษัท...จะเข้าบริษัทต้องลงทะเบียนก่อน” ยามพูดอย่างเกรงใจ
“ไร้มารยาท! พวกเราจะเข้าบริษัทต้องลงทะเบียนก่อนหรือไง?” การ์ดชุดสูทคนหนึ่งคว้าหมับคอเสื้อยามขึ้นมา และเริ่มสตาร์ทรถแลนโรเวอร์!
รถแล่นเข้าพุ่งชนรั้วกั้นประตูใหญ่เอาดื้อๆ และชนยามคนนั้นกระเด็นไปไกลสิบกว่าเมตร และเบรคเอี๊ยดลงที่ด้านล่างของบริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป!
ยามคนนั้นโดนรถลากกระเด็นไปไกลสิบกว่าเมตร...รองเท้าเสียดสีจนเป็นรูหมดแล้ว..เท้าเองก็เสียดสีจนแตก กางเกงก็ขาดจนได้เลือด...สภาพน่าอนาถสุดๆ
การ์ดชุดสูทสะบัดมือ ทิ้งยามไปไกลหลายสิบเมตร
ประตูรถแลนโรเวอร์ทั้งห้าคันเปิดออก การ์ดชุดดำหลายคนลงมาช่วยบอสเปิดประตูรถอย่างเคารพนบนอบ
ผู้ชายคนนั้นที่ใส่ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเดินจับไม้เท้า ค่อยๆก้าวลงจากรถแลนโรเวอร์
พอเห็นฉากนี้...ยามมากมายที่เฝ้าหน้าประตูโกรธเดือด! ยามมากมายสิ่งเข้ามาจัดการ “เฮ้ยพวกแกทำร้ายคนทำไมน่ะ? คนต่างชาติอย่างพวกแกนี่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!”
ผู้ชายคนนั้นไม่สนใจยามพวกนี้เลยสักนิด เดินเข้าไปในตึกเอาดื้อๆ การ์ดด้านหลังเดินตามติดเข้าตึก
มียามหลายคนในนั้นอยากจะทักท้วง..แต่กลับโดนการ์ดต่างชาติอีกคนหนึ่งสะบัดหลังมือตบกระเด็น...เลือดสาดกระจาย!
บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ป ห้องประธานกรรมการผู้จัดการ หลีชิงเยียนกำลังจัดการเอกสารของบริษัทอยู่