ตอนที่ 580
บทที่ 580 เดลิเวอร์รี่
October 28, 2026
บทที่ 580 เดลิเวอร์รี่
พอเห็นข้อมูลมากมายที่โผล่มาท่ามกลางหน้าจอคอมพิวเตอร์...สีหน้างามของประธานสาวเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา!
ใช่! พอเปิดมาค้นหาในเว็บต่างประเทศ...ก็เจอข้อมูลมากมายของตระกูลริชาร์ดเข้า!
ตระกูลริชาร์ด...เป็นตระกูลใหญ่ที่สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ศตวรรษที่17ของยุโรป...พอเห็นข้อมูลนี้ แววตาหลีชิงเยียนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที! สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ศตวรรษที่17? งั้นก็แปลว่า!
ถ้าตระกูลริชาร์ดนี้ยังอยู่...งั้น...ก็สืบเชื้อสายมาถึงสี่ร้อยกว่าปี! !
วินาทีนี้ หลีชิงเยียนสงบนิ่งไม่ไหวแล้ว! สี่ร้อยกว่าปี! อำนาจตระกูลใหญ่สี่ร้อยปี! วันเวลาที่เก็บมาเนิ่นนานขนาดนี้ งั้นตระกูลริชาร์ดจะพัฒนาจนมาถึงฐานะน่ากลัวใหญ่โตขนาดไหนเนี่ย?
หลีชิงเยียนค้นหาต่อไป ข้อมูลที่เก็บไว้ในเว็บต่างชาติพรั่งพรูออกมาไม่หยุด แววตาหลีชิงเยียนเริ่มเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ!
ตระกูลริชาร์ด...ตระกูลยุโรปอายุหลายร้อยปี! ธุรกิจของตระกูลมีธนาคารริชาร์ด...ตลาดหลักทรัพย์ริชาร์ด...เหมืองแร่ริชาร์ด...สมาคมริชาร์ด...พอเห็นโครงสร้างธุรกิจตระกูลใหญ่ที่ใหญ่ขนาดนี้ หลีชิงเยียนตะลึงไปเลย!
พอเห็นข้อมูลมหาศาลขนาดนี้ ดวงตางามหลีชิงเยียนเริ่มสับสนขึ้นมาแล้ว...เธอรู้สึกได้ถึงอำนาจมหาศาลแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน...กำลังจะปรากฎความจริงออกมา!
บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปของเธอเป็นธุรกิจระดับหนึ่งในร้อยของหัวเซี่ย ทรัพย์สินมูลค่ากว่าล้าน! แต่บริษัทตระกูลหลีกรุ๊ปก็เป็นแค่เครือบริษัทของหัวเซี่ย... ยังขาดความสามารถในการบาลานซ์กับเมืองนอก..ยิ่งไม่มีทางมาเทียบระดับกับอำนาจตระกูลใหญ่ที่สืบเชื้อสายมายาวนานกว่าสี่ร้อยปีได้แน่!
หลีชิงเยียนจ้องหน้าจอคอมเขม็ง สายตาเริ่มสับสนมากขึ้น...เธอนึกถึงความเป็นไปได้ที่น่าตกใจขึ้นมาได้อีกอย่างหนึ่ง!
เพียงแค่ตระกูลริชาร์ดก็น่ากลัวขนาดนี้แล้ว! เฉินเป่ยกลับไม่แยแสตระกูลนี้เลย...มันแปลว่า...เบื้องหลังเฉินเป่ยคืออำนาจใช่หรือไม่? น่ากลัวกว่าตระกูลริชาร์ดนี่อีก? !
ถ้าเฉินเป่ยมีอีกฐานะหนึ่งจริงๆ...งั้นอำนาจเบื้องหลังเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน? เพียงแต่ว่าหลีชิงเยียนมักรู้สึกว่า ทั้งหมดนี่เป็นแค่เอ๋อตงเฉินกำลังแกล้งทำ...
“เฉินเป่ย...ราชาหลง?” หลีชิงเยียนพึมพำสองชื่อนี้ออกมาเบาๆ...ในสมองผุดภาพใบหน้ากวนอารมณ์ของเฉินเป่ยขึ้นมา..ผู้ชายที่ใบหน้ากวนโมโหนั่น..แต่กลับทำให้เธอหวั่นไหวหัวใจ...เป็นใครกันแน่?
หลีชิงเยียนสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดหน้าต่างค้นหาทั้งหมด เธอหลับตาเบาๆ ขนตางามกระตุกเล็กน้อย ส่อให้เห็นแววเหนื่อยล้า เธอไม่อยากคิดต่อไปแล้ว...มันจะทำให้เธอยิ่งร้อนรนมากขึ้น...
และหลังจากหลีชิงเยียนหลับแล้ว จู่ๆประตูห้องก็เปิดออกอย่างเงียบเชียบ เงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาแผ่วเบาราวแมวย่อง พอเขาเห็นร่างที่ฟุบหลับบนโต๊ะทำงาน ก็ยิ้มมุมปาก รีบก้าวเท้าเข้ามาหาร่างนั้น
เฉินเป่ยอุ้มหลีชิงเยียนมาวางบนเตียงนอนอย่างอ่อนโยน ร่างงามหลีชิงเยียนอ่อนนุ่ม...สีหน้าออกขาว ดวงตางามปิดแน่น..หลับลึกมาก
เฉินเป่ยนั่งลงที่ริมเตียง จัดผมยาวของเธออย่างแผ่วเบา...เธอในตอนนี้สวยจนทำให้คนใจสั่น
เฉินเป่ยถอดรองเท้าของเธอแผ่วเบา จากนั้นก็ห่มผ้าห่มให้เธอ เพื่อป้องกันเธอไม่สบาย
ยามมองร่างงามที่หลับสนิทบนเตียง...ความมืดยามค่ำคืนยังอีกยาวไกล แต่เฉินเป่ยกลับรู้สึกสงบในใจ เพราะผู้หญิงที่เขาแคร์นอนหลับบนเตียง ปลอดภัยมาก อบอุ่นมาก
...
ค่ำคืนยาวนาน
เฉินเป่ยบิดขี้เกียจ ลืมตาขึ้น ดวงตางามของหลีชิงเยียนที่อยู่ด้านข้างยังหลับสนิท เสมือนแมวน้อยนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอน เธอเหมือนยังหลับอยู่
เฉินเป่ยที่บาดแผลยังไม่หายดี บิดขี้เกียจออกมา เมื่อคืนหลังจากเขาอาบน้ำเสร็จ ก็มานอนบนเตียงข้างหลีชิงเยียนทั้งคืน เพียงแต่ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ขนาดโอบกอดยังไม่มี แค่มานอนพักบนเตียงเฉยๆเท่านั้นเอง
ร่างหลีชิงเยียนหอมมาก เธอนอนอยู่บนเตียง กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมา มันหอมมาก เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉินเป่ยเริ่มทนไม่ไหวแล้ว เขาชอบดมกลิ่นหญิงสาวอยู่แล้ว...งานอดิเรกใหญ่ที่สุดของเขาคือสัมผัสกลิ่นหอมของผู้หญิง และตอนนี้มีสาวสวยอย่างนี้นอนข้างเขา เขาต้องหวั่นไหวอยู่แล้ว...
เฉินเป่ยเขยิบเข้าใกล้ร่างหลีชิงเยียนแผ่วเบา ดมกลิ่นหอมอ่อนๆบนตัวเธอ...มันหอมมากจริงๆ ทำให้คนติดได้... และในตอนนี้ หลีชิงเยียนที่นอนขดเป็นแมวก็ขยับร่างงามเบาๆ...จากนั้นก็ลืมตาตื่นขึ้น...
หลีชิงเยียนลืมตาตื่นมาปุ๊ย ก็เจอเฉินเป่ยที่อยู่ห่างแค่คืบ..เขากำลังเขยิบเข้าใกล้เธอ...ไม่รู้ว่าคิดทำอะไร?
จังหวะ0.01วินาทีนี้ หลีชิงเยียนรู้สึกถึงความปลอดภัย..เพราะมีเฉินเป่ยอยู่ข้างกาย..ความรู้สึกแบบนี้มันปลอดภัยมากจริงๆ
วินาทีต่อมา หัวใจหลีชิงเยียนก็เต้นตุ้มๆต่อมๆ...เธอเริ่มรู้สึกตัว และเบิกตากว้าง!
ไม่สิ! นี่มันห้องเธอเอง หมอนี่มานอนอยู่บนเตียงเดียวกับเธอได้ยังไง!
ใบหน้างามของหลีชิงเยียนเผยแววเย็นเยียบขึ้นมา จ้องมองเฉินเป่ยอย่างเย็นชา สีหน้าเย็นเยือก รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน!
จากนั้น เธอก็ยกขายาวขึ้นถีบเฉินเป่ยอย่างแรงโดยไม่ลังเล!
“ปึ้ก!” เฉินเป่ยยังไม่ทันตื่นดีก็โดนหลีชิงเยียนเตะตกจากเตียง เขามองตามแผ่นหลังหลีชิงเยียนพุ่งออกจากห้องด้วยความโกรธ ทันใดนั้นเขายิ้มมุมปาก
พอทานอาหารเช้าเสร็จ...
ประธานสาวรออยู่หน้าคฤหาสน์อยู่นานแล้ว ถึงเห็นเฉินเป่ยขับรถออกมา สีหน้าเธอเย็นชามาก เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ไม่ดี
ประธานสาวขึ้นรถอย่างอารมณ์ไม่ดี เฉินเป่ยขับรถไปที่บริษัท
ระหว่างทาง ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกัน
“ทำไมเมื่อคืนอยู่ห้องฉัน?” ประธานสาวทนอยู่นานกว่าจะถามออกมา น้ำเสียงเย็นชามาก
เฉินเป่ยกระดากใจ เขาขับรถไปก็ลังเล ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
พอเห็นเฉินเป่ยลังเล หลีชิงเยียนเริ่มสับสน หมอนี่ต้องจงใจแน่ๆ! ! ยิ่งคิดยิ่งวุ่นใจ...หัวใจเธอเริ่มสับสน
เฉินเป่ยกลับมาห้องทำงานตัวเอง พึ่งจะจุดบุหรี่ ประตูห้องทำงานก็เปิดออก
“พี่เฉิน มีจดหมายมาถึงพี่ รบกวนเซ็นรับด้วยค่ะ” เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งยืนพูดอยู่หน้าประตูอย่างมีมารยาท
เฉินเป่ยอึ้ง จดหมายของเขา? ต้องเซ็นรับเองด้วย?
จากนั้น เพื่อนร่วมงานหญิงพาผู้ชายในชุดสูทเข้ามา
ผู้ชายในชุดสูท ท่าทางสุภาพมาก เขาเดินมาโค้งคำนับหน้าเฉินเป่ยอย่างเคารพ พลางแนะนำตัวว่า “คุณเฉินสวัสดีครับ ผมเป็นเดลิเวอร์รี่ทั่วโลก มีจดหมายของคุณ รบกวนเซ็นรับด้วยครับ”
เฉินเป่ยยิ่งสงสัยมากขึ้น...เดลิเวอร์รี่ทั่วโลก? ส่งจดหมายฉบับหนึ่งต้องใช้บริการเดลิเวอร์รี่หรูขนาดนี้? ดูลึงลับจัง?
พนักงานเดลิเวอร์รี่คนนั้นโค้งคำนับด้วยความเคารพ จากนั้นก็ยื่นจดหมายในซองสีทองมาที่หน้าเฉินเป่ย
“คุณเฉิน กรุณาเซ็นรับด้วยครับ” พนักงานพูดอย่างเคารพ
“คนส่งคือใคร?” เฉินเป่ยถาม
พนักงานพยักหน้าอย่างเคารพ พูดออกมาว่า “ขอโทษครับคุณเฉิน นี่เป็นข้อมูลความลับของลูกค้า..ไม่สามารถเปิดเผยได้”
พอเห็นพนักงานไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนส่ง เฉินเป่ยขี้เกียจสนใจเขาอีก “ไม่เซ็น ไป”
พนักงานอึ้งเล็กน้อย...เหมือนคิดไม่ถึงว่า...อีกฝ่ายไม่ยอมเซ็นรับ?
“คุณเฉิน...คนส่งกำชับมาว่า...นี่...จดหมายฉบับนี้สำคัญกับคุณมาก..ต้องให้คุณเซ็นรับให้ได้...” พนักงานโค้งคำนับ พูดอย่างจริงจัง
เฉินเป่ยเริ่มรำคาญ ตะคอกออกมา “ไป!”