ตอนที่ 610
บทที่ 610 ไสหัวไป
October 28, 2026
บทที่ 610 ไสหัวไป
นี่คือปฏิบัติการปูพรมค้นหาครั้งใหญ่ ดำเนินการค้นหาทุกซอกทุกมุมไม่ว่าจะเป็นทางอากาศหรือทางบก ปฏิบัติการค้นหาขนาดใหญ่นี้เทียบได้กับการสำรวจครั้งใหญ่ของตำรวจ ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก อีกทั้งยังมีสุนัขดมกลิ่นกว่าสิบตัว ค้นหาพื้นที่ชานเมืองทั้งหมดหลายสิบกิโลเมตร!
เฮลิคอปเตอร์บินวนอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์วิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของเหล่าเจ้าหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก ในวันนี้เป็นปฏิบัติการค้นหาที่ไม่เคยมีมาก่อน มันจึงมีความสำคัญถึงขนาดที่สามารถเป็นจุดสนใจของสำนักข่าวในเมืองหู้ไห่ได้ แต่พวกเขาไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น การค้นหาครั้งนี้ต้องทำอย่างรวดเร็ว ห้ามทำให้เป็นจุดสนใจเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการแบบลับๆ
ในที่สุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้ มันอยู่บนเนินเขาเล็กๆ
“ระบุตำแหน่งเป้าหมาย 1x1 ซ้ายบน ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา..” เจ้าหน้าที่พูดรายงานออกมา
สุนัขดมกลิ่นวิ่งไปที่เนินเขาเล็กๆ ตามคำสั่งของครูฝึก
“โฮ่งๆๆๆ” เมื่อสุนัขดมกลิ่นไปถึงบนเนินเขา ก็เห่าออกมาเสียงดัง
เจ้าหน้าที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที จากนั้นจึงรับวิ่งไปบนเนินเขา
บนเนินเขามีกองดินอยู่กองหนึ่ง บนกองดินมีป้ายหลุมศพที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ ปักอยู่
เจ้าหน้าที่ต่างพากันตกตะลึง
เหล่าชายในชุดสูทสีดำรีบเอาอุปกรณ์ขุดดินมาขุดกองดินทันที
ไม่นาน ศพที่แข็งทื่อก็ปรากฏอยู่ใต้ดิน
“พบศพเล่ยิง!” เจ้าหน้าที่สีหน้าตกตะลึง และพูดออกมาอย่างจริงจัง
ตอนนี้ทุกคนต่างพากันโล่งอก เพราะภารกิจสำเร็จแล้ว
ศพของเล่ยิงเป็นเรื่องใหญ่มาก ถึงขั้นที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนทั้งตระกูล วันนี้เจอศพของเล่ยิงแล้ว ทุกคนถึงกับโล่งใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก
“จะทำลายศพที่นี่หรือจะพากลับเยี่ยนจิง” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“พากลับเยี่ยนจิง! ผู้นำตระกูลต้องการเห็นศพถูกทำลายด้วยตาของตัวเอง เขาจึงจะวางใจ!” ผู้บังคับบัญชาเอ่ยขึ้น
เมื่อศพของเล่ยิงได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด ศพของเขาถูกมัดและดึงขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์
…
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรในเยี่ยนจิง มีเหตุการณ์นองเลือดกองขึ้น
แสงสีทองอร่ามในตอนเย็นดูเหมือนจะยืดเวลายามค่ำคืนออกไป ประกายจากลูกกระสุนพาดผ่านอยู่ในอากาศ
จากนั้นมันก็ล้อมรอบคนทั้งตระกูลของเล่ยิง ทั้งหมดถูกทำร้ายและสังหาร ชื่อใดที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “เล่ยิง” จะถูกกำจัดออกไปทั้งหมด ภายในคืนนี้เลือดสดกระจายอยู่บนแผ่นดินเยี่ยนจิง กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งขึ้นเรื่อยๆ
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและซีดเผือด จากนั้นประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออก ปืนกระบอกหนึ่งจ่ออยู่ที่หน้าผากของเด็กผู้หญิงคนนั้น
ทันใดนั้นสีหน้าของเด็กผู้หญิงก็ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“อย่า ขอร้องล่ะ อย่ายิงเธอเลย เธอยังเด็ก ปล่อยเธอไปเถอะ!” ผู้เป็นแม่คุกเข่าลงบนพื้นและเอาหัวโขกพื้นอ้อนวอนเหล่าคนชุดดำที่อำพรางใบหน้า ด้วยหวังว่าพวกเขาจะปล่อยลูกสาวของเธอไป เธอเป็นเพียงแค่เด็กอายุเก้าขวบเท่านั้น!
สีหน้าของคนชุดดำเย็นชา ไม่มีอารมณ์ใดอยู่บนใบหน้า ราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่เลือดเย็นไร้หัวใจ!
เด็กผู้หญิงคนนั้นกลัวจนตัวสั่น เธอใช้โอกาสตอนที่คนร้ายไม่ทันได้สังเกต วิ่งหนีไป
“ปังงง” กระสุนปืนถูกยิงออกไป มันทะลุเข้าไปที่ข้างหลังของเด็กผู้หญิงคนนั้น
“กรี๊ดดด” ผู้เป็นแม่กรีดร้องออกมาอย่างเสียสติ จิตใจของเธอแตกสลาย เธอเห็นลูกโดนยิงต่อหน้าต่อตา ทำให้เธอเสียสติไปแล้ว
“ทำไมต้องฆ่าเธอด้วย เธอเป็นแค่เด็ก แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น!!” ผู้เป็นแม่ดึงเสื้อของคนร้ายอย่างรุนแรง แต่กลับโดนคนร้ายถีบกลับมา
พวกคนร้ายมองเธอด้วยสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงของเขาเย็นชาเป็นอย่างมาก “ถ้าจะโทษ ก็โทษพ่อของมันเถอะ ใครใช้ให้มันเป็นลูกสาวของเล่ยิงล่ะ”
“ปังงง” ประกายกระสุนพุ่งออกมาและพุ่งไปกลางหน้าผากของผู้เป็นแม่
ผู้เป็นแม่เบิกตาโพลง เธอค่อยๆ ล้มลงจมกองเลือดพร้อมกับความอาฆาตแค้นและความเศร้าเสียใจ
เลือดเปื้อนไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน ในดินแดนที่ซับซ้อนไรที่สิ้นสุดในเยี่ยนจิง เลือดของคืนนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เลือดของคนธรรมดามันจะดึงดูดความสนใจของคนใหญ่คนโตเหล่านั้นได้อย่างไร นี่เป็นเพียงคลื่นเล็กๆ ที่อยู่ในคลื่นอันใหญ่มหึมาเท่านั้น
เหล่าชายชุดดำเหยียบเลือดสดๆ และกวาดตามองศพเหล่านั้น หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าทุกคนสิ้นใจ ก็นำศพขึ้นรถบรรทุกที่มีตู้คอนเทนเนอร์อยู่บนนั้น แม้จะตายหมดแล้ว แต่ก็ต้องทำลายหลักฐานให้หมด นี่แหละที่เรียกว่าตายอย่างน่าเวทนา ขนาดตายไปแล้วยังไม่มีที่ฝังร่างให้ตายอย่างเป็นสุข
ช่วงค่ำที่บ้านตระกูลหวาง
หวางเหวินห้าวคุณชายใหญ่นั่งอยู่ในห้องโถง แววตาของเขาลุ่มลึก เขากำลังจิบชาแดง ดูเหมือนชายผู้หล่อเหลาและจิตใจดี แต่ทว่าคิ้วของเขายังขมวดด้วยเจตนาอันร้ายกาจ จะฆ่าก็ต้องฆ่านี่เป็นวิธีของเขา และนี่ก็คือเหตุผลที่ตระกูลหวางเป็นใหญ่ในเมืองแห่งนี้ นี่เป็นดินแดนของผู้กระหายเลือด ผู้ชนะเท่านั้นถึงจะเป็นใหญ่!
ขณะนั้นลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา
“คุณชายครับ กลุ่มคนหาในเมืองหู้ไห่พบศพของเล่ยิงแล้วครับ ตอนนี้กำลังนำศพของเขากลับมาที่เยี่ยนจิงทางอากาศครับ” ลูกน้องรายงานด้วยความนอบน้อม
“อืม รู้แล้ว” หวางเหวินห้าววางแก้วชาลง ตอนนี้เขาเฉยชาเป็นอย่างมาก เรื่องทั้งหมดมันเป็นฝีมือของเขา
หวางเหวินห้าวลุกขึ้นยืน จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อเบาๆ และเดินออกจากห้องโถงไปด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาจะเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณปู่ คุณปู่จะได้สบายใจ
…
บนเนินเขาสูงชานเมืองหู้ไห่
เฮลิคอปเตอร์สองลำบินอยู่กลางอากาศ ศพของเล่ยิงลอยอยู่กลางอากาศและถูกดึงขึ้นไปช้าๆ เมื่อเห็นกับตาว่าศพของเล่ยิงถูกลำเลียงขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ ทุกคนต่างพากันโล่งใจ ภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ภัยเงียบที่เป็นกังวลกันในตระกูลถูกกำจัดออกไปแล้ว
เจ้าหน้าที่ยกศพของเล่ยิงขึ้นมาบนเฮลิคอปเตอร์ และนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาตรวจสอบ
“น่าแปลก ตอนที่เล่ยิงตาย ทำไมศพของเขาถึงไม่ถูกทำลายล่ะ” เจ้าหน้าที่สงสัย เล่ยิงเป็นสุดยอดนักฆ่าของตระกูลหวาง ทุกครั้งก่อนที่จะออกไปทำภารกิจ เขาจะติดตั้งอุปกรณ์ทำลายตัวเองเอาไว้ในร่างกาย ถ้าเกิดเรื่องกับเขา จะทำลายร่างกายของเขาทันที เพื่อเป็นการทำลายหลักฐาน แต่ทำไมศพของเล่ยิงยังอยู่ครบสมบูรณ์อย่างนี้ได้ล่ะ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พาดผ่านศพของเล่ยิง ตั้งแต่หัวจรดเท้า
จู่ๆ เล่ยิงก็ลืมตาขึ้นมา
“เฮ้ย!” เจ้าหน้าที่ตกใจจนหน้าซีด ตัวสั่นจนถอยหลังกรูด
เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันเช่นนี้ คนตายจะลืมตาขึ้นมาได้อย่างไร
ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตั้งสติได้ เขาชี้ไปที่ดวงตาของเล่ยิงอย่างหวาดกลัว