ตอนที่ 622
บทที่ 622 รำลึกถึง
October 28, 2026
บทที่ 622 รำลึกถึง
พายุฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง พายุยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงลมกระโชกแรงดังขึ้นไม่หยุด
“ตู้มมม” จู่ๆ ป้ายโฆษณากว้างไม่กี่เมตรบนตึกที่อยู่ไม่ไกล ถูกลมพัดจนปลิวลงมา ป้ายโฆษณาหมุนไปตามแรงลม มันลอยอยู่ในอากาศอย่างน่ากลัว ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าไปหาเฉินเป่ย
เฉินเป่ยจ้องเขม็ง
ทักษะของเขารวดเร็วเป็นอย่างมาก มีดหลงหยาในมือสั่นเบาๆ อยู่ท่ามกลางความมืด
“สวบบ” มีดหลงหยาแหลมคมเป็นอย่างมาก มันแหวกทะลุอากาศและพุ่งไปที่ป้ายโฆษณานั้น
ทันใดนั้น มีดอันแหลมคม พุ่งขึ้นมาจากด้านหลังป้ายโฆษณา มันเร็วราวกับสายฟ้า เฉินเป่ยรีบชักมีดออกมาและหมุนตัวไปสกัดเอาไว้
“ฉิ้ง” เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ประกายไฟกระเด็นออกมา เฉินเป่ยโดนโจมตีจนกระเด็นถอยหลัง แต่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องตะลึง
ประกายดาบนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้ามา แรงอาฆาตแผ่ซ่านไปทั่ว มันเหมือนเขี้ยวเล็บอันแหลมคมที่จะกลืนกินพายุฝน
เฉินเป่ยยกมีดหลงหยาที่อยู่ในมือขึ้นมา เขาฟาดฟันมันไปในอากาศจนกลายเป็นแนวป้องกันที่แน่นหนาท่ามกลางพายุฝน
“ฉิ้งๆๆๆ” ประกายไฟนับไม่ถ้วนกระเด็นออกมา ดาบซามูไรมากมายหยุดอยู่กับที่ มันถูกมีดหลงหยาในมือของเฉินเป่ยสกัดเอาไว้ได้
แต่ทว่าเฉินเป่ยไม่สามารถรับแรงอันมหาศาลแบบนี้เอาไว้ได้ เขาถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป
“ตู้มม” ตัวของเฉินเป่ยล้มลงกับพื้นจนพื้นแตกกระจาย
สายฟ้าผ่าลงมาท่ามกลางความมืด เงาดำปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ความเร็วของเงาดำราวกับสายฟ้า “ฉิ้งง” เสียงคำรามดังขึ้นเบาๆ ดาบซามูไรถูกดึงออกจากฝัก มันพุ่งลงมาเหมือนกับแรงอาฆาตที่น่ากลัว
เฉินเป่ยจ้องเขม็ง เฉินเป่ยจับทิศทางของเงาดำนั่นได้ เขายกมีดหลงหยาขึ้นมากันทันที
“ตู้มม” เสียงปะทะอย่างรุนแรงดังขึ้น พื้นใต้ร่างกายของเฉินเป่ยยุบลงทันที ทักษะของเงาดำรวดเร็วเป็นอย่างมาก
ดาบซามูไรมีแรงอาฆาตที่น่ากลัว มันฟาดฟันไปมาท่ามกลางพายุฝนจนเกิดเป็นเงาที่น่ากลัว มันหมายจะเอาชีวิตของเฉินเป่ย
เฉินเป่ยถอยไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายยังคงจู่โจมไม่หยุด จากการที่ได้วางแผนมาอย่างแยบยล ทำให้เฉินเป่ยถูกล็อกอยู่ท่ามกลางความตาย เขาไม่มีช่องว่างที่จะตอบโต้กลับได้เลย
หลีชิงเยียนนั่งอยู่ในรถมายบัคด้วยสีหน้าซีดเผือด เธอจ้องไปท่ามกลางความมืดที่อยู่นอกหน้าต่าง เพราะพายุฝนทำให้เธอมองเห็นใครบางคนอย่างเลือนราง อีกทั้งยังมีประกายของมีดนับไม่ถ้วน ดูเหมือนว่าเฉินเป่ยกำลังเสียเปรียบ
ข้างนอกหน้าตารถ พายุฝนกระหน่ำและลมกระโชกอย่างรุนแรง
ดาบซามูไรนับไม่ถ้วนสว่างวาบอยู่ท่ามกลางความมืด
เฉินเป่ยสกัดดาบพวกนั้นเอาไว้ ทักษะของเขารวดเร็วเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำได้เพียงหลบคมดาบของเหล่านักฆ่าเท่านั้น
เพราะท่ามกลางพายุยามค่ำคืน มันเป็นสงครามในกำมือของพวกเขา นี่เป็นสงครามที่วางแผนมาอย่างดี เฉินเป่ยเป็นได้เพียงเป้าของพวกเขาเท่านั้น
เงาดำยิ่งใช้ทักษะมีดเร็วขึ้นเรื่อยๆ มีดแต่ละอันพุ่งเข้ามาที่คอของเฉินเป่ย เพื่อหมายเอาชีวิตของเขา
เฉินเป่ยหลบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความมืดและพายุฝน เหมือนเขาจะเห็นแววตาของฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน แววตาที่เต็มไปด้วยความน่ากลัวและคุ้นเคย อีกฝ่ายอำพรางใบหน้าจนเขาไม่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน เขาเห็นแค่ดวงตา แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เฉินเป่ยสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
ทักษะของเฉินเป่ยรวดเร็ว มีดหลงหยาฟาดฟันแสงดำ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีดหลงหยารวดเร็วดั่งสายฟ้า ทันใดนั้นมันก็พาดผ่านไปที่ข้างใบหน้าของเงาดำนั้น
ผ้าสีดำที่อำพรางใบหน้าขาดออก ใบหน้าอันโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุฝน
“คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นนาย” แววตาของเฉินเป่ยลุ่มลึก เขาเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครได้ตั้งแต่เมื่อครู่
องค์กรซูซาน แก๊งที่เคยลอบฆ่าเฉินเป่ย พวกเขาไม่พอใจ จึงมาลอบฆ่าอีกครั้ง
ทาเคดะคุงยกดาบซามูไรในมือขึ้นมา มันแวววาวจนน่ากลัว
“คนกระจอกในหัวเซี่ย ตระกูลทาเคดะของฉัน ไม่เคยฆ่าคนกระจก แต่วันนี้แกได้มาตายเพราะดาบของฉัน ถือว่าเป็นเกียรติของแกนะ” ทาเคดะคุงใช้ภาษาญี่ปุ่นพูดออกมาอย่างเย็นชา เหมือนกำลังพูดพึมพำกับตัวเองและเหมือนพูดประชดออกมา
เฉินเป่ยแสยะยิ้ม แล้วใช้ภาษาหัวเซี่ยตอบกลับไป “แก๊งยามาโมโตะของพวกแกนี่ไม่สามารถเปลี่ยนได้จริงๆ เลยนะ ในเมื่อพวกแกรนหาที่ตาย งั้นวันนี้ฉันจะสงเคราะห์พวกแกเอง”
เมื่อได้ยินเฉินเป่ยพูดออกมาอย่างโอหัง ทาเคดะคุงจ้องเขม็ง เขาคิดไม่ถึงว่าเฉินเป่ยจะฟังภาษาญี่ปุ่นออก แต่หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็เย็นชา ความอาฆาตแผ่ซ่านออกมา
“ตายซะ!” จู่ๆ ดาบซามูไรในมือของเขาก็พุ่งเข้ามา
ดาบของทาเคดะคุงพุ่งออกไป ดาบของเขารวดเร็วและแหลมคมเป็นอย่างมาก มันหมายถึงการฆ่าที่เร็วที่สุดในศิลปะการต่อสู้ของจักรวรรดิญี่ปุ่น
“สวบบบ” ทันใดนั้น มีดหลงหยาในมือของเฉินเป่ยก็พุ่งออกไป ความกระหายเลือดแผ่ซ่านไปทั่ว
“ฉิ้งๆๆๆ” เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ประกายไฟกระเด็นไปทั่ว
ทักษะของทาเคดะคุงรวดเร็วเป็นอย่างมาก เขาหายตัวไปมาท่ามกลางพายุฝนยามค่ำคืน นี่คือสงครามของเขา สงครามใหญ่ท่ามกลางความมืดคือวิถีของนินจา เมื่ออยู่ในความมืดไม่มีใครสามารถสู้นินจาได้
เฉินเป่ยกับทาเคดะคุงต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทาเคดะคุงแสยะยิ้มร้ายกาจ คืนนี้ดาบของเขาต้องได้กินเลือด
ในขณะเดียวกัน รอบๆ เต็มไปด้วยความเงียบ ดาบซามูไรนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันพุ่งเข้ามาหาเฉินเป่ย เขารีบใช้มีดหลงหยาสกัดเอาไว้
“ฉิ้งๆๆ” เสียงมีดปะทะกับมีดหลงหยาดังสนั่น มันรับการโจมตีอันน่ากลัวได้ สีหน้าของเฉินเป่ยจริงจังเป็นอย่างมาก หลงหยาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า พวกเงาดำนั่นก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางพายุฝน นินจาที่มาอย่างไร้เงาและจากไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายในรถยนต์มายบัค หลีชิงเยียนหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่สวยจ้องออกไปนอกหน้าต่าง พายุฝนบดบังการมองเห็นของเธอ หยดฝนกระทบลงมาที่หน้าต่างรถยนต์อย่างต่อเนื่องจนทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย
ตอนนี้เธอเป็นห่วงเฉินเป่ยเป็นอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าเฉินเป่ยเป็นอย่างไรบ้าง และก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วย ตอนนี้เธอทำได้เพียงนั่งอยู่ในรถไม่กล้าขยับไปไหน ตามที่เฉินเป่ยได้บอกไว้
ขณะนั้นเอง ดาบซามูไรปรากฏขึ้นท่ามกลางความเงียบและพุ่งไปที่คอของเฉินเป่ย
มันเร็วเหมือนสายฟ้า จนเฉินเป่ยตั้งตัวไม่ทัน เพราะดาบของฝ่ายตรงข้ามเงียบจนหลอมรวมไปกับเสียงของพายุฝน เขาไม่ทันได้สังเกตอะไรเลย
ร่างกายของเฉินเป่ยถอยหลบไปข้างหลัง แต่ดาบซามูไรโดนตรงส่วนหน้าของเสื้อ
เสื้อของเฉินเป่ยขาดเป็นรู อีกเพียงแค่หนึ่งมิลลิเมตร ดาบซามูไรเล่มนั้นก็จะแทงเข้ามาที่หน้าอกของเขา
“คนกระจอกหัวเซี่ย วันนี้แกหนีไม่รอดหรอก!” ดาบซามูไรของทาเคดะคุงชี้ไปที่ตัวเฉินเป่ย มันแฝงไปด้วยแรงอาฆาตและเย้ยหยัน เมื่อดาบของตระกูลทาเคดะออกจากฝัก จะต้องได้ดื่มเลือดอย่างแน่นอน
“ชีวิตของเหล่าซามูไรแก๊งยามาโมโตะ ต้องรำลึกด้วยเลือดของแก!”